ทำไม นักธุรกิจเครือข่าย ขายตรง MLM ส่วนใหญ่ ทำแล้วเลิก?

ทำไม นักธุรกิจเครือข่าย ขายตรง MLM ส่วนใหญ่ ทำแล้วเลิก?

ถ้าท่านไม่ต้องการเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธและล้มเหลวในการสร้างผลลัพธ์ให้กับธุรกิจเครือข่ายของท่านอีกต่อไป และต้องการรู้วิธีดึงดูดผู้คนให้เข้ามาขอสมัครทำธุรกิจกับท่านเอง คลิกที่นี่

“อาจารย์คะ ตอนนี้หนูทำต่อไปไม่ได้ ไม่สามารถพาลูกทีมไปต่อ พาเขามาแล้ว ไม่เดินก็ไม่สำเร็จ หนูเลิกทำแล้วค่ะใจไม่แข็งพอ พาเขาเป็นหนี้สินค่ะ หนูจะทำยังไงคะ

วีดีโอ “หนูเลิกทำธุรกิจ พาคนมาเป็นหนี้ หนูทุกข์ใจ จะทำยังไงดี?”

หนังสือเสียง 

“หนูเลิกทำธุรกิจ พาคนมาเป็นหนี้ หนูทุกข์ใจ จะทำยังไงดี?”

สารบัญเนื้อหา

วีดีโอ “หนูเลิกทำธุรกิจ พาคนมาเป็นหนี้ หนูทุกข์ใจ จะทำยังไงดี?”หนังสือเสียง “หนูเลิกทำธุรกิจ พาคนมาเป็นหนี้ หนูทุกข์ใจ จะทำยังไงดี?”คน 3 แบบ ในธุรกิจเครือข่ายคนกลุ่มที่ 1 ลูกค้าคนกลุ่มที่ 2 นักขายคนกลุ่มที่ 3 นักสร้างแนวคิดในการสร้างทีม

เชษฐวิทย์ สิงขร:

สวัสดีครับ วันนี้มาเจอเราทั้งสองคน ที่จะให้คำตอบสำหรับคำถาม ในการทำธุรกิจ เครือข่ายธุรกิจออนไลน์ สำหรับคำถามนี้ ก็ถามมาจากคุณ มณธิยา ถามมาแบบนี้ ท่านอาจารย์กมลเวชจะตอบอย่างไรดีครับ 

กมลเวช เมืองศรี:

ขอบคุณคุณมณธิยาที่ถามมา ทำให้เราได้มีโอกาสมาตอบ และเป็นวิทยาทานให้กับผู้คน

ทุกท่านทราบไหมครับว่า ความไม่รู้นั้นแพงมาก ขนาดทำให้คนคนหนึ่งล้มเหลวจากธุรกิจ ได้เลย และไม่ใช่คนเดียวด้วย เป็นร้อยพันหมื่นแสนล้าน เพราะฉะนั้นเราสองคนมีความตั้งใจ ที่อยากจะมาแบ่งปัน วิธีการที่ทำให้เรานั้นเอาตัวรอด จากความไม่รู้ทั้งหลายทำให้ตัวเองรู้

ไม่ใช่แค่ รอด แต่เราทำให้ประสบความสำเร็จรุ่งเรืองได้ด้วย ดังนั้นคำถามที่ถามมา เราก็ขออนุญาตมาออกอากาศ และแบ่งปัน ขอให้บุญกุศลนี้ส่งถึงคุณมณธิยาด้วย

 จากคำถามที่ว่า ชวนคนมาทำธุรกิจเครือข่าย แล้วเขาไม่ทำต่อ พาเขาไปต่อไม่ได้ ใจไม่แข็งพอ ตอนนี้รู้สึกเสียใจ ที่พาเขามาเป็นหนี้สิน ซึ่งตรงจุดนี้ เป็นจุดที่ทำให้คนที่ทำธุรกิจเครือข่าย หรือธุรกิจที่จำเป็นต้องสร้างองค์กร ตกอยู่ในหลุมและกับดักแห่งความ เศร้าโศกแบบนี้ อยู่เต็มไปหมดเลย

แล้วถ้าเขาไม่ได้ฟังวีดีโอนี้ หรือว่าท่านไม่ได้กดแชร์ให้เขาฟัง คนเหล่านี้จะยังตกอยู่ในหลุมแห่งความ เสียใจเศร้าโศก และในสิ่งที่เขาไม่ควรจะเสียใจด้วยซ้ำ ไปตลอดชีวิต

ถ้าท่านเห็นว่าวีดีโอนี้มีคุณค่า ผมแนะนำให้กด Like กดแชร์ กดติดตามกด Subscribe ทั้ง Facebook YouTube ทุกที่ที่ท่านเห็นวีดีโอนี้ เพื่อที่ท่านจะได้เรียนรู้ข้อมูล ดีๆที่จะเปลี่ยนชีวิตของท่าน และเมื่อท่านแชร์ก็จะเปลี่ยนชีวิตคนอื่นด้วย

ถ้าถามผม สำหรับผมก็เคยมีความรู้สึกนี้เช่นเดียวกัน โค้ชแนมเคยสปอนเซอร์คนแล้วไม่ประสบความสำเร็จบ้างไหม

เชษฐวิทย์ สิงขร:

มีครับ เยอะเต็มไปหมดเลยครับ แล้วก็เคยมีความรู้สึกแบบนี้เช่นเดียวกัน เราก็เคยผ่านมาแล้วกับความรู้สึกที่ไม่อยากไปต่อ มันเกิดขึ้นบ่อยมากๆ

กมลเวช เมืองศรี:

เราก็รู้สึกเสียใจที่ไปต่อไม่ได้ แล้วก็ยังพาคนมาไม่สำเร็จด้วย แต่วันนี้ ข้อมูลที่ผมกำลังจะแบ่งปันท่านตอนนี้ จะทำให้ท่านนั้นพลิก ความคิด พลิกทัศนคติ ในการทำธุรกิจเครือข่าย

แล้วก็มีความรู้สึกมีความสุข ในการทำธุรกิจ ถึงแม้คนที่มาทำธุรกิจกับท่านเขาจะไม่ประสบความสำเร็จ ตั้งใจฟังนะครับ ว่าผมนั้นเปลี่ยนความคิดนี้ได้อย่างไร แล้วท่านจะเปลี่ยนได้อย่างไร

ผมมีที่ปรึกษาอยู่ท่านหนึ่ง ซึ่งประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย ทำรายได้ปีละ 100 กว่าล้าน จากธุรกิจเครือข่าย เขาประสบความสำเร็จมาก เขาได้แนะนำผม ให้เข้าใจ ว่าการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จมันไม่ได้ใช้เวลาแค่ 3 เดือน ขนาด 3 ปีอาจจะยังไม่ใช่ บางที 5 ปี 10 ปี 20 ปี กว่าจะเจอความสำเร็จกันจริงๆ เหมือนธุรกิจทั่วไป บางคน 20 ปีแล้วยังพายเรืออยู่ในอ่าง ไม่ไปไหนเลย

เพราะฉะนั้นถ้าเรารู้แล้ว ว่าจะทำธุรกิจนี้ อย่างน้อย 5 ถึง 10 ปี เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ เช่นมี Passive Income เดือนละ 100,000 ถึงเดือนละล้านบาททุกเดือน อันนี้คือค่าเฉลี่ย เราจะต้องทำงานกับคนเยอะมาก ต้องมีการชวนคนสปอนเซอร์คน

และไม่มีอะไรการันตีว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้าย ในจำนวนนั้น 80-90 เปอร์เซ็นต์ไม่ประสบความสำเร็จ 

จากที่เข้ามา ทำธุรกิจ พร้อมลุย กลับกลายเป็นซื้อกินซื้อใช้ เป็นลูกค้าธรรมดา บางคนเป็นนักขาย ซื้อมาขายไปเอากำไรอย่างเดียว

คน 3 แบบ ในธุรกิจเครือข่าย

ในธุรกิจเครือข่ายของเราที่ประสบความสำเร็จ จะมีคนอยู่ 3 แบบ

คนกลุ่มที่ 1 ลูกค้า

คนกลุ่มที่ 1 ที่มีเยอะที่สุดเลยคือลูกค้าซื้อกินซื้อใช้ ถ้าเรามีทีมงานใหม่เข้ามา แล้ว แล้วเปลี่ยน ตัวเองจาก นักธุรกิจมาเป็นนักขาย กลายเป็น ไม่ทำอะไรเลย แต่ยังซื้อกินซื้อใช้ จงรักเขาเหมือนเดิม จงรักเขาเหมือนพี่เหมือนน้อง

เพราะธุรกิจเครือข่าย คือองค์กรแห่งการซื้อซ้ำ ถ้าไม่มีใครซื้อซ้ำ ท่านจะไม่ได้ค่าคอมมิชชั่น รายได้เดือนละแสนเดือนละล้านมาจากการที่สินค้าถึงมือ ผู้บริโภค ผู้บริโภคจ่ายเงินเข้ามา เพราะฉะนั้นจงรักเขา เพราะในธุรกิจเครือข่ายองค์กรใดก็ตามจะมี นักธุรกิจแบบนี้อยู่ประมาณ 80%

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ธุรกิจเครือข่ายคือการสะสม ฐานผู้บริโภค

กมลเวช เมืองศรี:

เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากเป็นลูกค้าจงรักเขา จงส่งข้อมูล ให้เขาอย่างน้อยเดือนละครั้ง ช่วยเขายังอยู่ใน การสื่อสารของธุรกิจของเรา

คนกลุ่มที่ 2 นักขาย

กลุ่มคนกลุ่มที่ 2 มีอยู่ประมาณ 15 ถึง 17 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มนี้คือนักขาย เข้ามาอาจจะยังไม่เข้าใจธุรกิจเครือข่าย คิดว่าซื้อมาขายไป เหมือนขายตรงทั่วไป แล้วไม่เข้าใจเรื่องการสร้างองค์กร เขาจะไม่สำเร็จไม่ร่ำรวยถ้ามัวแต่การขาย แต่เขาจะมั่งคั่งได้ ถ้ามุ่งขยายองค์กร แต่คนกลุ่มนี้จะไม่เข้าใจ หรือบางทีเข้าใจ แต่ไม่พร้อมจะพัฒนาทักษะ เบื่อเรื่องคน

เชษฐวิทย์ สิงขร:

จริงๆถ้าไม่ทำกับคนได้ยิ่งดีมากเลยครับ แต่ในธุรกิจมันต้องทำกับคน

กมลเวช เมืองศรี:

ในธุรกิจ ต้องทำกับคน ในธุรกิจอื่นก็ต้องทำกับคนเช่นเดียวกัน แล้วก็มีปัญหาเหมือนกันหมด จะขายสินค้าอะไรก็ตาม ต้องทำกับคนหมด

คนกลุ่มที่ 3 นักสร้าง

ดังนั้นต้องเข้าใจก่อนว่า ถ้าท่านอยากสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย ท่านต้องเป็นคนกลุ่มสุดท้ายให้ได้ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 1 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์หรือ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น กลุ่มนี้เขาเรียกว่า Builder หรือว่านักสร้าง

ซึ่งคนส่วนมากที่เข้ามาใหม่ๆ จะดูเหมือนเป็น Builder หมด ตื่นเต้น แล้วจะมีอะไรบางอย่างมันดึงเขาออกจากการ เป็นนักสร้างองค์กร เช่น คนในครอบครัวไม่เห็นด้วย เวลาทำงาน ทัศนคติ ที่ไม่ชอบการขาย

จริงๆ แล้ว นักธุรกิจที่ทำเครือข่าย เขาจะรู้เลยว่าไม่มีอะไรต้องขายเลย เวลาเราจะให้คนได้รับสินค้าของเรา หรืออยากซื้อสินค้าของเรา เราไม่ต้องขาย เราให้เขาทดลอง แจกตัวอย่าง แต่ถ้าเราโฟกัสการขาย เรากำลังจะไปผิดทาง ถ้าถามว่าอยากขายได้ไหม ขายได้ครับ

แนวคิดในการสร้างทีม

mlm team buildingmlm team buildingmlm team building

เรามาทวนคำถามของคุณมณธิยา ที่ไม่อยากไปต่อที่พาเขามาไม่สำเร็จ สิ่งสำคัญที่ทุกท่านจะต้องเข้าใจ ก็คือ เราไม่มีหน้าที่ ที่จะต้องรับผิดชอบ ต่อความสำเร็จของใครเลยแม้แต่คนเดียวนอกจากตัวเรา

การที่คนส่วนมากติดกับ เหมือนกับตกหลุม ว่าหลังจากชวนเขามาแล้วจะต้องรับผิดชอบ จริงๆแล้ว เมื่อท่านสมัครทำธุรกิจเครือข่ายแล้ว ธุรกิจนี้เป็นของใครครับ มันเป็นของเรา

สมมุติผม Sponsor โค้ชแนม เมื่อเข้ามาปุ๊บ ธุรกิจที่โค้ชแนมลงทุน แล้วได้สินค้าไป เป็นของผมหรือเป็นของ โค้ชแนม มันเป็นของโค้ชแนมครับ

ธุรกิจใคร คนนั้นก็ต้องดูแล ผมก็ต้องดูแลธุรกิจของผม โค้ชแนม ก็ต้องดูแลธุรกิจของตัวเอง ถ้าผมทำเต็มที่เลย ทำ ในสิ่งที่จำเป็นต้องทำในฐานะของนักธุรกิจเครือข่าย ที่ดีและผู้สปอนเซอร์ที่ดี

ผมสอนทุกอย่าง ที่จำเป็นต้องรู้สินค้าแผนการสมัครคน วิธีการสั่งซื้อสินค้า วิธีการขยายองค์กร สอนในสิ่งที่จำเป็นต้องสอนทั้งหมด แล้วให้เขาได้ฝึกทำฝึกฝน และสอนคนอื่นต่อให้ได้ อย่างนี้เราเรียกว่าเรารับผิดชอบต่อความสำเร็จของคนอื่นเรียบร้อยแล้ว

เพราะฉะนั้นจำไว้ ถ้าท่านจำเป็นจะต้องรับผิดชอบให้กับทีมของท่านหรือคนในองค์กรของท่าน สิ่งที่ท่านต้องรับผิดชอบมีอย่างเดียวเท่านั้น สอนในสิ่งที่จำเป็น ที่เขาจำเป็นจะต้องรู้ เพื่อให้เขาทำธุรกิจได้ ท่านไม่มีหน้าที่ รับผิดชอบ

ถ้าท่านมีความรู้สึก ว่าพาคนมาแล้วทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จ ต้องฟังให้ดี เพราะมันอาจจะมีปัญหาตั้งแต่ตอนชวน คือมีการให้ความหวัง  หรือให้สัญญา เกินไป

เช่น ฉันกำลังเริ่มธุรกิจ มาทำด้วยกันเถอะ เดี๋ยวจะช่วยทุกอย่าง เดี๋ยวจะพาสำเร็จ เดี๋ยวจะหาลูกค้าให้ เดี๋ยวต่อคนลงไปข้างล่าง การสปอนเซอร์คนเข้ามาโดยการให้สัญญาว่าจะช่วย เท่ากับ ตอนนั้นติดกระดุมเม็ดแรกผิด

จริงๆ แล้วการที่จะ สปอนเซอร์คนเข้ามาในธุรกิจเครือข่าย สิ่งที่ท่านควรทำคือ ต้องทำให้คนที่ท่านสปอนเซอร์มา มีความคาดหวังที่ถูกต้อง ว่าเขาจำเป็นจะต้องเรียนอย่างน้อย 6 เดือน แล้วต้องลงมือทำด้วยตัวเอง แล้วต้องรับผิดชอบธุรกิจของตัวเอง

เราไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จของเขา เพราะเรามีหน้าที่คือแนะนำโอกาส แต่ถ้าจะพลาด คนส่วนมากมักจะบอกว่า มาเถอะ เดี๋ยวช่วย จะช่วยหาคนให้เดี๋ยวช่วยต่อคนให้

พอนักธุรกิจเครือข่าย พูดแบบนี้กับทีมงาน สิ่งที่เกิดขึ้น เขาจะคิดว่าสบายแล้ว สมัครก็ได้ เพราะเขาสัญญาว่า จะช่วยความคิดเขาจะเปลี่ยนเลย พอบอกว่าจะช่วยเขาก็จะรอเราช่วย สมัครเสร็จแล้วไหนบอกว่าจะช่วยล่ะ ไหนเงินล่ะ ไหนของล่ะ ไหนลูกค้าล่ะ

พอเราพูดคำว่าช่วยแล้วเขาก็รอให้เราช่วย แล้วพอเราช่วยให้เขาสำเร็จไม่ได้ เขาก็เลยตกหลุม คนชวนก็ตกหลุมด้วยว่า ฉันต้องรับผิดชอบ ความสำเร็จของคนอื่น

จริงๆแล้วเรามีวิธีการที่ดีกว่านั้น เวลาเราสปอนเซอร์คนเราจะไม่พูดคำว่าช่วย ห้ามพูดเด็ดขาด จากนี้ไป ไปถ่ายทอดต่อให้องค์กรเลย ไม่อย่างนั้นมันจะมัดคอเรา

ผมจะบอกว่าอย่างนี้ ผมจะเป็นหุ้นส่วน ที่จะสนับสนุน ในการสอนให้รู้ว่าธุรกิจนี้ทำอย่างไร สินค้ามีอะไรบ้าง แผนการจ่ายผลตอบแทนเป็นอย่างไร การนำเสนอ การชวนคนเข้ามา แล้วเขาก็ต้องเรียนรู้จากผม ลงมือทำโดยมีผมคอยให้คำแนะนำทุกอย่าง

เมื่อคุณมีคำถามเราจะเดินกันไปแบบนี้คุณโอเคไหมในการทำงานกับเรา ผมไม่ได้บอกนะว่าผมจะช่วย ผมมีธุรกิจที่ต้องดูแล คุณก็มีธุรกิจ ที่ต้องดูแล เพราะฉะนั้นเรามาดูแลธุรกิจของเราไปด้วยกันจะทำให้เราวิ่งได้เร็ว

แต่ถ้าผมมีทีมงาน 10 คน แล้วบอกว่าจะช่วยหมด โดยที่ทั้ง 10 คนนั่งเอาแต่รอ ผลักอย่างไรก็ไม่ไป เอารถสิบล้อมาดึงก็ไม่ไปเพราะเขารอจะให้เราช่วย

เพราะฉะนั้นผมบอกเลยว่า เลิกรู้สึกผิด ว่าเราพาเขามาไม่สำเร็จ ถ้าเข้ามาเป็นหนี้เป็นสิน จริงๆถ้าทำธุรกิจถูกต้อง ต้องทำให้ทีมงานของเรามีความคาดหวังที่ถูกต้องว่า ลงทุนไปแล้ว มันคือเงินทุนเขาจะต้องลงมือทำทุกอย่างเพื่อให้เขานั้นได้ทุนคืน และได้กำไร

แต่ในกรณีที่คุณมณธิยาพูดมา ผมเชื่อเลยว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในกรณีที่เราพูดมานี่แหละ คือเขาไม่พยายามจะทำอะไรเลย เพื่อให้เขาสำเร็จ และคุณชวนมา 10 คนคุณก็ต้องรับผิดชอบทั้ง 10 คน นั่นไม่ถูกต้อง

กดแชร์กันเยอะๆ เลยนะครับ เอาไปสอนทีมงาน สอนตัวเองด้วย ผมเชื่อว่าผู้นำที่เคยสปอนเซอร์ ทีมงานเข้ามา แล้วไม่สำเร็จรู้สึกอย่างนี้ทั้งนั้น ไม่อยากชวนแล้ว ช่วยเข้ามาแล้วก็ไม่สำเร็จ

จริงๆแล้วถ้าท่านใดทำหน้าที่ของอัพไลน์ที่ดี สอนทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาจะสำเร็จหรือไม่ ฉันได้ทำหน้าที่ของท่านเรียบร้อยแล้ว โค้ดแนมมีอะไรแบ่งปันบ้างหรือไม่ครับ

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ครับ น่าจะมีเหตุอีกอย่างนึงที่จะทำให้มีความรู้สึกเช่นนั้น ก็คือว่า พอชวนมาแล้ว ก็อาจจะทำ หรือ ทำอย่างไรก็ได้ให้เขาซื้อสินค้า เพื่อที่ตัวเองจะได้มียอด พี่พยายามให้เขาลงทุน

นั่นก็เป็นสาเหตุว่า พอเขาซื้อเรียบร้อยแล้ว ยอดนั้นไม่ได้ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยที่เราไม่ได้ให้แนวความคิดหรือวิธีการ ทำงานลงไป ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้นได้

กมลเวช เมืองศรี:

เป็นตัวอย่างที่ดีมากครับ

เพราะการทำแบบนั้นมันไม่ได้เป็นการทำเพื่อเขา มันเป็นการทำเพื่อตัวเรา ตัวฉัน เราต้องการคอมมิชชั่น

ส่วนใหญ่เขาก็ทำกันนะให้ทีมงานลงทุนเพิ่มจะได้ตำแหน่งเพิ่มเราก็เลยต้องสัญญา ซื้อสินค้าเถอะเดี๋ยวช่วยปล่อยของ ซื้อเถอะเดี๋ยวช่วยสปอนเซอร์ แต่โดยส่วนมากหลังจากที่เขาซื้อแล้วอัพไลน์ไปไหน

บางทีเลิกไปด้วยกันเลย ได้เงินแล้วหายไปเลย ไม่มารับผิดชอบ ก็ไปหาคนใหม่เข้ามา เพราะมองเงินเร็วจากการสปอนเซอร์คนเข้ามา

จริงๆ เป็นการมองที่ไม่ถูกต้อง ในการทำธุรกิจเครือข่ายคนจำนวนมากมี Mindset ของนักขาย เขามองธุรกิจเครือข่ายเป็นเหมือนสินค้าที่จะเอาออกไปขายแล้วให้คนจ่ายเงินซื้อ พอกดสมัครปุ๊บ คิดว่าสำเร็จแล้ว

จริงๆแล้วไม่ถูกต้อง ธุรกิจเครือข่ายหรือธุรกิจที่มีการขยายองค์กรงานจะเริ่มต้นก็ต่อเมื่อ เริ่มต้นสปอนเซอร์คนเข้ามาได้แล้ว นั่นแหละเริ่มนับก้าวแรก

เพราะการที่เรามีทีมงานใหม่เข้ามา ลงทุนไปเรียบร้อยแล้ว  80,000 นี่เป็นเหมือนเด็กคลอดใหม่เลย ถ้าไม่ได้รับการดูแลจากพ่อแม่ อัพไลน์ก็คือพ่อและแม่ ในฐานะเลี้ยงดู ป้อนข้าวป้อนน้ำ เราต้องเป็นทั้งพ่อและแม่พาเขาโต และปกป้องเขา

ถ้าท่านไม่ได้ทำหน้าที่นี้ ในการเป็นอัปไลน์ ท่านหวังแต่เงินลงทุนของเขา หาคนใหม่ ท่านจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ ในธุรกิจเครือข่าย

และแทนที่จะได้รับความ ชื่นชมจากทีมงานของตัวเองกลับจะได้รับแต่การก่นด่าลับหลัง ซึ่งมันไม่เวิร์ค หวังว่า ทุกๆท่านที่ได้ดูวีดีโอนี้อยู่ จะเริ่มเห็นแล้วว่า เราไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบความสำเร็จของใครเลย นอกจากของตัวเราเอง

ในธุรกิจเครือข่าย ถ้าท่านจะประสบความสำเร็จได้ท่านต้องทำเพื่อคนอื่นเป็นหลักเสมอ เช่นท่านช่วยทีมงานของท่าน ให้เขามีธุรกิจที่แข็งแกร่งเติบโตและมีรายได้เข้ามาอย่างน้อยเดือนละ 50,000  

เขาก็จะมาช่วยให้ท่านมีรายได้เองโดยอัตโนมัติ ถ้าทีมงานท่านได้ 50,000 บาท 10 คนคือ 500,000 ทุกเดือน ตัวท่านเองก็จะได้ค่าคอมมิชชั่น จากยอดรวมทั้งหมด ก็จะได้มากกว่าพวกเขาอีก ถ้าทีมงานของท่านมีรายได้ขนาดนี้

เชษฐวิทย์ สิงขร:

การช่วยในกรณีนี้ไม่ใช่ว่าเราเป็นคนลงไปทำแทนนะครับ  ถ้าทำแบบนั้นมันก็เหมือนกับว่าลูกไม่ต้องทำอะไรเดี๋ยวพ่อกับแม่ทำให้หมด

สำหรับวันนี้ก็คงได้รับคำตอบไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากดูคลิปนี้แล้ว ท่านมีความเห็นอย่างไร เขียนความเห็นของท่านลง ในคอมเม้นใต้ล่างนี้ได้เลย สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

ถ้าเนื้อหานี้มีประโยชน์กับท่าน เราอยากทราบว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร?เขียนความเห็นที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ท่านสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าของท่านได้โดยการแชร์บทความนี้ออกไปเยอะๆ นะครับ

แด่ความสำเร็จบนโลกออนไลน์ของท่าน!

kamolwech-chetthawitkamolwech-chetthawitkamolwech-chetthawit

เชษฐวิทย์ สิงขร & กมลเวช เมืองศรี

MLM Attraction Blueprint 2.0

“ในที่สุด! วิธีที่ง่ายกว่าในการชวนคนเข้าร่วมธุรกิจ ที่ไม่ถูกปฏิเสธไม่สูญเงิน เวลาและแรงงานของท่านวิ่งไล่ล่าผู้มุ่งหวังคุณภาพแย่ๆอีกต่อไป”

“นี่คือสุดยอดวิชาที่ผมใช้สร้างธุรกิจเครือข่ายให้เติบโตมีรายได้ 7 หลัก โดยไม่ต้องโทรชวนคนไม่รู้จัก หรือขอร้องญาติพี่น้องเพื่อนฝูงอีกต่อไป …และผมอยากจะเปิดเผยให้ท่านได้รู้ด้วยว่า…”

รีวิวคอร์ส MLM Attraction Blueprint 2.0 สุดยอดวิชาทำธุรกิจเครือข่ายด้วยการตลาดดึงดูด!

รีวิวคอร์ส MLM Attraction Blueprint 2.0 สุดยอดวิชาทำธุรกิจเครือข่ายด้วยการตลาดดึงดูด!

ถ้าท่านไม่ต้องการเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธและล้มเหลวในการสร้างผลลัพธ์ให้กับธุรกิจเครือข่ายของท่านอีกต่อไป และต้องการรู้วิธีดึงดูดผู้คนให้เข้ามาขอสมัครทำธุรกิจกับท่านเอง คลิกที่นี่

ถ้าท่านคือนักธุรกิจเครือข่าย นักธุรกิจออนไลน์ นักธุรกิจประกัน หรือทำธุรกิจที่จะต้อง รับสมัครคน และสร้างทีม ท่านเคยเจอปัญหาเหล่านี้บ้างไหม ไม่มีลูกค้ามากพอ ไม่มีผู้มุ่งหวังมากพอ นำเสนอสินค้าก็พบกับคำปฏิเสธ ไม่สามารถสร้างรายได้ หรือสร้างรายชื่อ ได้อย่างต่อเนื่อง…

มาฟังคำตอบว่า คอร์ส MLM Attraction Blueprint 2.0 จะแก้ปัญหาให้ท่านได้อย่างไร

วีดีโอ “รีวิวคอร์ส MLM Attraction Blueprint 2.0

สุดยอดวิชาทำธุรกิจเครือข่ายด้วยการตลาดดึงดูด!”

หนังสือเสียง 

“รีวิวคอร์ส MLM Attraction Blueprint 2.0

สุดยอดวิชาทำธุรกิจเครือข่ายด้วยการตลาดดึงดูด!”

สารบัญเนื้อหา

  1. 1บทที่ 1 ความลับที่นักธุรกิจเครือข่ายมากกว่า 95% ไม่รู้
  2. 2บทที่ 2 ทำอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ มากกว่าเดิมเกินพันเปอร์เซ็นต์
  3. 3บทที่ 3 ความลับที่สำคัญ ที่สุดของการขาย
  4. 4บทที่ 4 เราต้องขายอะไร
  5. 5บทที่ 5 มนุษย์แม่เหล็ก
  6. 6บทที่ 6 กลยุทธ์ที่สร้างผลลัพธ์อย่างเกินความคาดหมาย
  7. 7บทที่ 7 วิธีการสร้างระบบ และขยายธุรกิจแบบสำเร็จรูป
  8. 8บทที่ 8 วิธีสร้างผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว
  9. 9บทที่ 9 ระบบแห่งความสำเร็จ
  10. 10บทที่ 10 หัวใจของความสำเร็จในชีวิต
  11. 11บทที่ 11 พิมพ์เขียวแห่งความสำเร็จ

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ถ้าท่านคือนักธุรกิจเครือข่าย นักธุรกิจออนไลน์ นักธุรกิจประกัน หรือทำธุรกิจที่จะต้อง รับสมัครคน และสร้างทีม ท่านเคยเจอปัญหาเหล่านี้บ้างไหม ปัญหาก็คือ

  • ท่านไม่มีลูกค้ามากพอ
  • ท่านไม่มีผู้มุ่งหวังมากพอ
  • ท่านเดินทางไปนำเสนอสินค้าของท่าน แล้วก็พบกับคำปฏิเสธ
  • ท่านไม่สามารถสร้างรายได้ หรือสร้างรายชื่อ ได้อย่างต่อเนื่อง

ถ้าท่านพบกับปัญหาเหล่านี้ และยังไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าท่านอยากรู้วิธีการ ที่เราใช้ และเราสร้างธุรกิจของเรา และได้พบกับวิธีการแก้ปัญหาเหล่านี้

ซึ่งเปลี่ยนเราสองคน จากที่ไม่ประสบความสำเร็จ กลายมาเป็นผู้ที่ ใครๆ ก็อยากสมัครทำธุรกิจกับเราด้วย

วันนี้ เราจะมาพูดคุยกัน ถึงคอร์สของเรา ที่เราสร้างขึ้นมา คอร์สนี้เป็นคอร์สที่ขายดีอันดับ 1

ขายมามากกว่า 7-8 ปีแล้ว วันนี้ผมอยู่กับเจ้าของ คอร์สที่จะมาไขความลับ ให้ทุกท่านได้ฟัง ก็คืออาจารย์กมลเวช เมืองศรี

กมลเวช เมืองศรี:

สวัสดีครับ จริงๆแล้ว คอร์สนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว เพราะว่าผมเกิดแรงบันดาลใจ จากการที่ผมเคย ทำธุรกิจที่ต้องมีการสร้างทีมแล้วไม่ประสบความสำเร็จ

ผมเชื่อว่ามีปัญหาเหมือนกับทุกท่าน ที่ชวนคนแล้ว คนไม่ค่อยมา ถึงมาแล้วก็ไม่สมัคร สมัครแล้วก็ไม่ค่อยทำ ทำแล้วก็เลิก แล้วก็วนเวียนเป็นวงจร อุบาทอยู่อย่างนี้

แล้วก็ได้แต่คนที่ไม่ค่อยมีคุณภาพ ต้องเดินทางไปไกล คนที่ขับรถ 200-300 กิโล คุย 1-2 ชั่วโมง ก็ได้คำตอบว่าขอคิดดูก่อนอยู่นั่นแหละ เหนื่อย และทุกครั้งที่เดินทาง มีค่าใช้จ่ายทั้งหมด คืนเงินเวลาแรงงาน แต่ผลตอบรับกลับมา ไม่มากพอ

ทำให้ตัวผม ไปต่อไม่ได้ และเพื่อนในวงการนี้ไปต่อไม่ได้เยอะแยะ

จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมได้ค้นพบกับวิธีการ  แทนที่เราจะออกวิ่งไล่ล่า กลับกลายเป็นว่าเรารู้วิธีที่จะทำอย่างไรให้คนกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพวิ่งไล่ล่าเรา หรือวิ่งแข่งแย่งกันพร้อมเงินหรือ Credit Card ในมือ มายื่นให้เราขอซื้อสินค้าขอสมัครทำธุรกิจกับเราเอง

และวิธีการนี้เปลี่ยนแปลงชีวิตผม เปลี่ยนแปลงชีวิตโค้ชแนม และผู้คนจำนวนมากคนที่เรียนแล้วเอาไปทำ ชีวิตเปลี่ยน หรือประสบความสำเร็จในธุรกิจที่เขาทำสามารถสร้างทีมสปอนเซอร์คนได้ง่ายเหมือนดีดนิ้ว

มันง่ายแบบนั้นจริง ๆ ผู้คนจะคิดว่ายากแต่พอรู้วิธีนี้และทำเป็นมันง่ายคนสมัครเข้ามาอย่างง่ายและสร้างทีมได้อย่างรวดเร็ว

พอรู้วิธีการเหล่านี้ ก็เลยตัดสินใจว่าจะต้องมีการแบ่งปันความรู้ให้กับผู้คนเลยเปิดเป็น K-Academy หรือศูนย์การเรียนรู้เพื่อถ่ายทอดสุดยอดวิชา ในการสอนผู้คนที่อยากจะสร้างธุรกิจจากที่บ้าน ให้ประสบความสำเร็จ

ซึ่งธุรกิจจากที่บ้านก็คือธุรกิจเครือข่าย ธุรกิจออนไลน์ ขายตรง ประกันชีวิต Single ซึ่งผมก็ถ่ายทอดสุดยอดวิชานี้ลงไปในคอร์สที่ชื่อว่า MLM attraction blueprint เวอร์ชั่น 2.0

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ผมเองก็ ได้เรียนกับอาจารย์กมลเวช แล้วก็ได้ผลลัพธ์เกินความคาดหมายจริงๆ

กมลเวช เมืองศรี:

มันเป็นยังไงบ้างครับผลลัพธ์เกินความคาดหมาย จากการเริ่มต้นด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมสปอนเซอร์คนไม่ได้แล้วตอนนี้ชีวิตเป็นอย่างไร

เชษฐวิทย์ สิงขร:

วิธีเดิมๆ ก็คือการออกไปนำเสนอสินค้า นำเสนอแผนธุรกิจ ไม่ค่อยได้รับการตอบรับ เพราะว่าผู้สปอนเซอร์ของเรา ไม่ได้มีวิธีการที่ดีเท่าไหร่

ในตอนแรกที่ผมทำ ผมไม่รู้เลยว่าในการทำธุรกิจเราต้องทำการตลาด ผมมาเข้าใจและ get Idea ตรงนี้นะครับ ที่ได้มาเรียนกับอาจารย์กมลเวช ว่าเราจะต้องทำการตลาด

ซึ่งได้นำวิธีการจากการเรียนคอร์สนี้ ทำให้เปลี่ยนจากเดิมที่ต้องออกไปนำเสนอสินค้า นำเสนอโอกาสทางธุรกิจ เปลี่ยนเป็นมีคนวิ่งเข้ามา มีคนโทรเข้ามาขอสมัครกับเราเอง

ภายในปีที่ได้เรียนคอร์สของอาจารย์นั้นที่ผมใช้วิธีการนี้มีคนมาสมัครกับผมเองโดยผมเป็นผู้สปอนเซอร์รวมทั้งปีนั้นมีมากกว่า 700 คน มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก

กมลเวช เมืองศรี:

 มันคือผลลัพธ์ที่เราได้รับ ที่บอกว่าเกินความคาดหมาย ทั้งหมดเริ่มต้นจาก ความคิดที่ว่าแทนที่จะออกไปขายพรีเซนต์นำเสนอ เราควรจะมาโฟกัสในการทำการตลาด แล้วการตลาดที่เราจะทำนั้นมันควรจะเป็นการตลาดแบบไหนล่ะที่จะเวิร์ค

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ก็คือการตลาดออนไลน์ และยิ่งปัจจุบันมีเครื่องมือซึ่งจะเป็นแรงให้ทวีพลังในการดึงดูดคนเข้ามาก็คือใช้ Social Network

กมลเวช เมืองศรี:

ชีวิตของเราสองคนและผู้คนจำนวนมากเปลี่ยนแปลงไปเยอะ แทนที่เขาจะออกไล่ล่าคนกลายเป็นผู้คนไล่ล่าเขา

เพราะในวิชาที่ผมถ่ายทอดในคอร์ส MLM attraction blueprint 2.0 นี้มันคือ หลักในการใช้อินเทอร์เน็ตหรือเครื่องมือทั้งหลายมาเป็นเสาหลัก ทำอย่างไรเราจึงจะสามารถทำการตลาด 

โดยใช้เครื่องมือเหล่านี้ดึงดูดให้ผู้คน ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา ที่มีคุณภาพติดต่อเราเข้ามาทุกวันทุกวันอย่างน้อย 2 ถึง 5 คนต่อวัน เดือนละ 150 คน ที่ติดต่อเข้ามา ท่านลองนึกดูนะครับ

ถ้ามีคนติดต่อท่านเข้ามาถามเรื่องสินค้าถามเรื่องธุรกิจที่ท่านกำลังทำอยู่อย่างน้อยเดือนละ 150 คนท่านว่าจะต้องมีคนสมัครกับท่านอย่างน้อย 2 ถึง 5 คนไหม

ถ้าท่านรู้วิธีการในการสปอนเซอร์ เพราะฉะนั้นเราสอนวิธีการครับว่าจะทำอย่างไร จึงจะดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาขอซื้อสินค้าแล้วมาขอสมัครธุรกิจกับท่านเอง

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ซึ่งแต่ก่อนหน้านี้เรามีปัญหาในการที่จะไม่รู้ว่าจะโทรไปหาใครดี ไม่รู้จะไปแนะนำสินค้ากับใครดี ไม่รู้ว่าจะไปนำเสนอโอกาสกับใครดี เปลี่ยนมาเป็นวันนี้เราไปเที่ยวอยู่นะ แล้วมีคนโทรเข้ามาถาม ขอสมัครขอซื้อสินค้า มันเปลี่ยนเป็นคนละทิศละทางเลยครับ

กมลเวช เมืองศรี:

ผมจำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งที่เราทำการตลาดที่เวิร์คแบบนี้ แล้วผมเปิดตัวธุรกิจใหม่ ผมแค่ประกาศว่าผมเปิดตัวธุรกิจใหม่แล้ว ตอนนี้เปิดรับผู้เข้าร่วมธุรกิจด้วย โทรศัพท์ดังตั้งแต่ 8:00 น จนถึงเที่ยงคืน 2 เครื่อง เครื่องนึงของผม อีกเครื่องของภรรยา

เราประกาศออกไปผ่านทางสื่อที่เราทำการตลาดมา และในเดือนนั้นทำรายได้ 7 หลักทันที เพราะพลังของการสปอนเซอร์ที่เราได้เรียนจากคอร์สนี้มันทรงพลังมาก เพราะคนที่ทำธุรกิจนี้มันต้องออกไล่ล่าคนอยู่แล้ว จะทำอย่างไรให้คนไล่ล่าเราบ้าง เนื้อหาในบทเรียนนี้มีทั้งหมด 11 บทครับ เดี๋ยวเรามาดูว่ามีอะไรบ้างผมจะอธิบายให้ฟัง

เชษฐวิทย์ สิงขร:

บทที่ 1  ความลับที่นักธุรกิจเครือข่ายมากกว่า 95% ไม่รู้ อาจารย์จะเผยความลับอะไรในบทนี้ครับ

กมลเวช เมืองศรี:

ผมพูดให้ฟังแล้วกัน ถ้าบอกหมดเดี๋ยวจะรู้ทั้งหมดเลย แต่ว่าปะติดปะต่อไม่ได้

ในบทนี้ ผมจะบอกความลับสำคัญที่ว่า การสปอนเซอร์ผู้คนของธุรกิจเรานี้ที่ทำกันมาโดยตลอด ทำกันมาหลายปีแล้วแต่ก็ยังทำกันอยู่เหมือนเดิม

ทุกท่านสังเกตไหมว่าปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมันเปลี่ยนไปแล้ว แต่มีอยู่ธุรกิจหนึ่งที่ไม่ยอมเปลี่ยนยังทำวิธีการแบบเดิมๆ 50 ปีที่แล้วทำอย่างไรตอนนี้ก็ยังทำอย่างนั้น

ก็คือวงการการสร้างธุรกิจจากที่บ้าน ธุรกิจเครือข่ายนี้แหละ ลิสรายชื่อโทรชวนคน ไม่มีอะไรผิดนะครับ แต่มันควรจะพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัย เดี๋ยวนี้ธนาคารยังมีการเปลี่ยนแปลง พนักงานแบงค์ยังต้องออกจากงาน ตกงานกันเยอะไปหมด

แล้วในธุรกิจเครือข่ายถ้าไม่ปรับตัว จะไหวเหรอ บทที่ 1 เราเลยแบ่งปันว่า ทำอย่างไรให้ท่านได้ปรับหางเสือ เพราะบางทีท่านกำลัง วิ่งตามวิธีการแบบเดิมๆ ที่มีประสิทธิผลต่ำ ลงทุนเงินเวลาและแรงงานสูง

คือเหนื่อยมากกว่าจะได้ผลลัพธ์ ทำยังไงให้สลับกัน คือ พอเปลี่ยนวิธีปุ๊บ ให้เกิดประสิทธิผลสูง ลงทุนต่ำ นี่คือบทที่ 1

เชษฐวิทย์ สิงขร:

บทที่ 2 ทำอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ มากกว่าเดิมเกินพันเปอร์เซ็นต์ โอ้โหมากถึงพันเปอร์เซ็นต์เลยเหรอครับ

กมลเวช เมืองศรี:

ในบทที่ 2 ผมเผยว่า จากที่ผม ใช้วิธีการแบบเดิมๆ เดือนนึงสปอนเซอร์คนได้ 1 ถึง 2 คนก็ดีใจจะตายอยู่แล้ว แต่หลังจากใช้วิธีนี้ จนกระทั่งเก่งและเชี่ยวชาญ

ผมสปอนเซอร์คนได้เดือนนึงสูงสุด 130 คน โดยที่ 130 คน ใช้เงินในการลงทุนทำธุรกิจ ถึง 30,000 บาท คือเงินลงทุน เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจนั้น ในการเริ่มต้นแพ็คเกจ เพื่อเป็นหุ้นส่วนกับเรา

เพราะฉะนั้นจาก 1 ถึง 2 คนเป็น 130 คิดว่าเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ครับ มันเกินพันเปอร์เซ็นต์ เพราะพันเปอร์เซ็นต์คือ 10 เท่า 10 เท่าของ 1 ถึง 2 คนก็คือ 10 ถึง 20 คน จริงๆ คือหมื่นเปอร์เซ็นต์แต่เราไม่อยากพูดโอเวอร์ เพราะคนจะไม่เชื่อ

และไม่ได้เป็นเพียงแค่ธุรกิจเดียว ถ้าเป็นธุรกิจออนไลน์สามารถสปอนเซอร์คนได้มากกว่านี้ สามารถนำไปทำกับธุรกิจไหนก็ได้ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน

แต่ผมขอเตือนก่อนนะการสปอนเซอร์ คนมากๆไม่ใช่เรื่องดี แต่เรา พูดให้เห็นถึงพลัง ท่านสามารถจัดการได้ว่าจะสปอนเซอร์คนเดือนละ 5 ถึง 10 คนก็ได้ 2 ถึง 5 คนก็ได้ แต่พลังของมัน มันรุนแรงขนาดนั้น นั่นคือเปิดเผยในบทที่ 2

เชษฐวิทย์ สิงขร:

บทที่ 3 ความลับที่สำคัญ ที่สุดของการขาย มันมีความลับอะไรอยู่ในนั้นเผยออกมาได้ไหมครับ

กมลเวช เมืองศรี:

บทนี้ผมทำให้คนเห็นภาพครับว่า จริงๆแล้ว สิ่งที่ถูกสอนกันมาโดยตลอด ในวงการการทำธุรกิจจากที่บ้าน ว่าสิ่งที่คุณออกไปขาย มันไม่ต้องเป็นสินค้า หรือแผนหรือบริษัท หรือผู้นำของท่าน

บทนี้ ผมจะแสดงให้เห็นว่าถ้าท่านแค่เปลี่ยน สินค้าที่ท่านขาย ท่านจะได้ผลลัพธ์ 10,000% แล้วถ้าเปลี่ยนแล้วชีวิตจะเปลี่ยนตลอดชีวิต

เพราะ สิ่งที่ท่านได้รับการสอนมาว่า ให้ออกไปเล่าแผน แสดงสินค้า พูดถึงผู้นำพูดถึงบริษัท ท่านกำลังทำพลาด อย่างมหันต์ มาก ที่ทำให้ท่านได้ผลลัพธ์แค่ 1-2 เปอร์เซ็นต์ แทนที่จะได้ 1% บทนี้ ผมบอกเลยว่า เปลี่ยนเลยนะครับ ให้มาขายอย่างนี้แทน เอาสินค้าที่จะบอกนี้ขายแทน ผลลัพธ์เปลี่ยนเลย เรารู้อยู่แล้วว่าต้องขายอะไร แล้วเปลี่ยนใช่ไหมครับ

เชษฐวิทย์ สิงขร:

เปลี่ยนเลยครับเพราะเมื่อก่อน เวลาเราออกไปเจอผู้คน แล้วเมื่อเริ่มพูดเขาก็เห็น ลิ้นไก่เราแล้ว ว่าเราจะพูดอะไร จะพูดถึงบริษัทอะไร จะพูดถึงสินค้าอะไร

แต่พอเปลี่ยนมาใช้วิธีนี้ ตามที่ได้เรียนมา ผลลัพธ์ จากเดิมที่ได้เดือนละไม่กี่คน กลายมาเป็นปีนั้นทั้งปีได้ 700 คน เฉลี่ยก็เดือนละ 60 คน เมื่อเทียบกับออฟไลน์ ก็จะได้ 100% ถ้าอยากรู้ให้ไปดูบทที่ 3 ว่าท่านต้องขายอะไร

บทที่ 4 เราต้องขายอะไร

กมลเวช เมืองศรี:

บทที่ 4 เราจะบอกเลยว่า เราต้องขายสิ่งนี้ ท่านถึงจะเกิดผลลัพธ์ แล้วรับรองว่าไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดแน่นอน

เชษฐวิทย์ สิงขร:

บทที่ 5 เกี่ยวกับมนุษย์แม่เหล็ก มันคืออะไรครับ

กมลเวช เมืองศรี:

ให้ท่านได้จินตนาการนะครับว่า ที่ผ่านมาท่านไม่เกิดผลลัพธ์ เพราะท่านไม่สามารถดึงดูดผู้คนเข้ามาหาท่านได้

ลูกค้าผู้มุ่งหวัง คนที่พร้อมจะจ่ายเงินให้ท่าน เพราะท่านไม่มีพลัง ในการดึงดูด จึงเปรียบเหมือนกับท่านเป็นมนุษย์ธรรมดา

แต่ถ้าท่านได้เรียนบทที่ 5 ผมจะบอกความลับว่าทำอย่างไร ท่านจะกลายเป็นมนุษย์แม่เหล็ก คล้ายๆ Superman เลย ท่านจะสามารถดึงดูดใครก็ได้ ที่ท่านอยากจะดึงดูดให้เข้ามาหาท่าน

ด้วยวิธีการทำการตลาดที่ฉลาด แล้วก็ง่าย แล้วเปลี่ยนจากที่ท่านต้องวิ่งออกนอกบ้านตลอด มาเป็นนั่งอยู่บ้าน แล้วดึงดูดคนเข้ามา ผมว่ามันน่าจะเป็นสวรรค์ของคนทำธุรกิจจากที่บ้าน

เพราะทุกคนเรียกว่าธุรกิจจากที่บ้าน แต่เวลาทำต้องออกนอกบ้านหมดเลย ตะลอนไปตั้งแต่เชียงใหม่ยันสุไหงโก-ลก ออกไปสปอนเซอร์

บทนี้เป็นบทที่ทรงพลังมาก เพราะผมเผยความลับว่า ท่านจะต้องเป็นคนแบบไหน จะต้องทำอะไร จึงจะทำให้ท่านกลายเป็นมนุษย์แม่เหล็ก เริ่มแปลงร่าง

เชษฐวิทย์ สิงขร:

บทที่ 6 กลยุทธ์ที่สร้างผลลัพธ์อย่างเกินความคาดหมาย

กมลเวช เมืองศรี:

เพราะเราแบ่งปันแล้วว่าเราจะขายอะไรในธุรกิจ เครือข่าย เราควรจะแปลงร่างตัวเองอย่างไร

วันนี้เรามาเข้าสู่กลยุทธ์ ว่าทำอย่างไร ให้ผู้คนนั้นหลั่งไหล เข้ามาหาเราอย่างต่อเนื่อง และเรานั้นขายของได้ และสปอนเซอร์คนได้ ต้องเข้าใจก่อนนะ ว่าต้องมีสเต็ปอย่างไรต้องทำอย่างไร เราถ่ายทอดทั้งหมดอยู่ในบทนี้

เชษฐวิทย์ สิงขร:

บทที่ 7 วิธีการสร้างระบบ และขยายธุรกิจแบบสำเร็จรูป ทำอย่างไร

กมลเวช เมืองศรี:

บทนี้เป็นบทที่เรียกว่า เป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจอย่างมาก ที่ผมไม่เคยหยุดการเรียนรู้ และผมก็ได้รับการโค้ชชิ่ง mentoring จากมหาเศรษฐีทั้งหลาย ที่มีรายได้เป็นพันล้าน ทุกคนพูดเหมือนกันหมด ว่าถ้าอยากจะสร้างธุรกิจให้สำเร็จ ต้องสร้างระบบ

การสร้างธุรกิจจากที่บ้านก็ต้องสร้างระบบ  วิธีแบบเดิมๆ ในการทำรายชื่อเราออกไปสปอนเซอร์ก็คือระบบ แต่ระบบที่เราถ่ายทอดในบทนี้ คือเราเปิดให้ดู ว่าผมสร้างระบบอย่างไร โดยผมสามารถนั่งอยู่ที่บ้านได้ แล้วก็สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ทุกวัน มีเงินเข้าทุกวัน มีคนทักเข้ามาสอบถามเรื่องสินค้าและบริการทุกวัน และมีคนสั่งซื้อ หรือขอทำธุรกิจทุกวัน

ถ้าเราทำระบบไว้ดีแล้ว แล้วเราเปิดรับ รับรองว่า หัวกระไดไม่แห้ง บทนี้จะเปิดให้เห็นหมดเลย

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ผมว่ามันเป็นความใฝ่ฝันของนักธุรกิจ แทบทุกคน ที่อยากมีระบบ เพราะ เมื่อมีระบบแล้ว ก็ให้ระบบทำงานแทนเราเราก็จะสบายขึ้น

มาถึง บทที่ 8 วิธีสร้างผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว ทำอย่างไร

กมลเวช เมืองศรี:

ผมมีสโลแกนที่ นิยามให้วิธีการทำการตลาดแบบนี้ แล้วก็ระบบนี้ว่า ใครก็ตามที่เรียนรู้ แล้วเอาไปทำจะได้ผลลัพธ์ แบบเร็วแรงมาก

  • เร็ว คือได้ผลลัพธ์เร็วมาก คนอื่นอาจจะได้ผลลัพธ์ 3 ปี 5 ปี กว่าจะทำเงินได้เท่าเรา แต่ของเราเร็วมาก 1 เดือนอาจจะทำได้เกินคนทำมามากกว่า 10 ปี
  • แรง คือได้ผลลัพธ์แรงมาก ขึ้นตำแหน่งเร็วสุด ทำเงินแรงสุด
  • มาก คือทำเงินได้มาก มันเร็วเพราะเราได้ใช้เทคโนโลยีช่วย

ผมถามว่า ถ้าท่านนัดคนหนึ่งคนอยู่ชลบุรี ท่านอยู่กรุงเทพฯ กว่าที่ท่านจะได้คุยกับเขา อย่างน้อยต้อง 2 ชั่วโมงแล้ว ระบบเก่าต้องนัดเจอกัน อาจจะ 2 คนรุม 1 คน 3 คนรุม 1 คน เราก็โดนมาหมดแล้ว

ซึ่งในสิ่งที่ไม่ชอบนี่แหละเขาก็สอนให้เราทำกัน เพราะเขาไม่รู้สิ่งที่ดีกว่านั้น เราก็เลยเชื่อและทำตาม สิ่งที่เขาสอนเรา ไม่ใช่ไม่ดี แต่วิธีการมันมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแล้ว

เร็วอย่างไรเหรอ เอาง่ายๆว่ากว่าจะเดินทางจากกรุงเทพฯไปชลบุรี เพื่อคุยกับคน 1 คน แต่ถ้าใช้ระบบของผม ผมใช้เวลาเซ็ตอัพแค่ 5 นาที ผมสามารถใช้สื่อสารกับคนได้ 50,000 คน ไม่ใช่คนเดียวนะ 50,000 คน

นี่เป็นการกลับทิศทางเลยนะครับ แต่ก่อนที่เราพา 1-5 คนไป คุยกับคนหนึ่งคน แต่ตอนนี้เปลี่ยนจากคุย เราคนเดียว คุยกับคนที่ 5 หมื่นคนนี่แหละครับจึงทำให้ได้ผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว

เชษฐวิทย์ สิงขร:

บทที่ 9 ระบบแห่งความสำเร็จ

กมลเวช เมืองศรี:

ต่อยอดจากบทที่แล้ว บทที่แล้วพูดถึงความเร็ว ในบทนี้จะพูดถึงถ้าท่านอยากมีระบบเป็นของตัวเองท่านจะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อ setup ระบบนี้ให้เกิดขึ้นได้

ยกตัวอย่างเช่น ท่านต้องมีหน้าไว้ดักจับรายชื่อผู้คนเพราะท่านไม่ดักจับ ชื่อ นามสกุล อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ท่าน จะสามารถติดตามผลเข้าได้อย่างไร

ในเมื่อระบบเดิมๆ ฉันเดินทางไปชลบุรี เสร็จแล้วเขาบอกขอคิดดูก่อน แล้วท่านก็เดินทางกลับบ้าน แล้วท่านก็มีเบอร์ของเขาอยู่ในโทรศัพท์ แต่ เมื่อโทรไปเขาไม่รับสายแล้ว หรือไม่เมื่อโทรไป เขาก็พยายามบ่ายเบี่ยงไม่ได้ยังไม่ได้คิดเลย

เพราะท่านไม่มีระบบในการติดตามผลที่ดี ในบทนี้ ผมจะอธิบายอย่างละเอียดเลยว่า ผมเริ่มต้นจากเครื่องมืออะไร ผมทำอะไร ทำอย่างไรกับคนที่ไม่ซื้อ หรือคนที่ซื้อแล้วเราจะพาเขา เข้า กระบวนการอย่างไร เพื่อให้พวกเขานั้นเกิดผลลัพธ์แบบเดียวกับเราด้วย อยู่ในบทนี้แล้วครับ

เชษฐวิทย์ สิงขร:

โอ้โหมองเห็นภาพเลยนะครับ ทุกท่านที่ได้ฟังอย่าไปคิดว่ามันยุ่งยาก มันไม่ใช่อย่างนั้นเลยนะครับ ระบบนี้ง่ายมาก เพราะตอนที่ผมเริ่มเรียนแรกๆ ก็ไม่ได้มีทักษะอะไรเลย มาเรียนรู้ลงมือทำ ค่อยๆทำ มันก็ได้ผลลัพธ์ เอาล่ะครับมาถึงบทที่ 10 หัวใจของความสำเร็จในชีวิต

บทที่ 10 หัวใจของความสำเร็จในชีวิต

กมลเวช เมืองศรี:

ในบทนี้นะครับ พูดถึงการเป็นเจ้าของระบบ ที่เราพูดมาใน 9 บท ที่ผ่านมา สมมุติว่าท่านเห็นภาพแล้ว ว่าท่านจะต้องสร้างระบบอย่างไร บทที่ 10 ผมจะแบ่งปันว่าท่านจะต้องเป็นคนแบบไหน จึงจะใช้ระบบนี้แล้วประสบความสำเร็จ

สำคัญมากเลยเพราะว่า ถ้าอำนาจที่ส่งพลังไปอยู่ในมือ คนผิด อำนาจนั้นน่ากลัวนะครับ แต่ถ้าอำนาจ ที่ผมสอน มันมีพลังมากในการทำการตลาดที่ทรงพลัง ไปอยู่ในมือคนที่ถูกมันก็จะช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตคน บทนี้จะพูดถึงสิ่งเหล่านั้น

เชษฐวิทย์ สิงขร:

เราได้ฟังว่ามีเนื้อหาขนาดนี้คิดว่าราคาต้องแพง แน่ๆเลยคอร์สนี้

กมลเวช เมืองศรี:

คอร์สนี้ถ้าผมรู้ว่ามันเปลี่ยนแปลงชีวิตผมมาขนาดนี้ ราคาแสนนึงผมก็จ่าย เพราะผมเป็นคนจ่ายเงินมากกว่าแสนอยู่แล้วในการเรียนวิชา ต่างๆ คอร์สของเดือนที่แล้วเพิ่งสมัครเรียน เพื่อยกระดับตัวเองนั้น   ราคาสองแสนเจ็ดหมื่นบาท

เพราะฉะนั้น คอร์สนี้ คิดแสนนึง ถือว่าถูกเกินไปด้วยซ้ำ แต่เราไม่ได้คิดราคา ขนาดนั้นหรอก คอร์สนี้ หมื่นนึงก็ยังถือว่าถูก แต่เราเปิดให้ผู้คนทั่วไปสามารถเรียนได้ ด้วยราคาที่ถูกมาก แค่ 2,997 บาท

สมัครเรียนแล้ว เรียนได้ตลอดชีวิต ไม่มีหมดอายุ ไม่มีตัด สมัครครั้งเดียวดูซ้ำกี่รอบก็ได้ ดูย้อนกี่รอบก็ได้ ถ้าไม่เข้าใจก็ดูไปเลย 50 รอบ ดูจนกว่าจะเข้าใจ

จริงๆแล้วยังมีเรายังมีโบนัส พิเศษ

บทที่ 11 พิมพ์เขียวแห่งความสำเร็จ

ผมกางให้เห็นเลยว่าถ้าวันนี้ผมเริ่มต้นจากศูนย์ แล้วถ้าผมต้องการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ผมต้องทำอะไรบ้าง step by step การให้เห็นทีละขั้นทีละตอน ว่าหนึ่งต้องทำแบบนี้ สองต้องทำแบบนี้ สามต้องทำแบบนี้

บทที่ 11 มีวีดีโอแบ่งออกเป็น 4 ตอนใหญ่ นี่คือโบนัสพิเศษ ชำแหละระบบให้ดู ว่าผมทำอย่างไร

เชษฐวิทย์ สิงขร:

เรียกได้ว่าราคานั้นจับต้องได้ 2,997 บาท และก็สามารถเรียนที่ไหนก็ได้ ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพราะเรียนผ่านออนไลน์ เรียนได้ไม่มีวันหมดอายุ บนอุปกรณ์อะไรก็ได้มือถือคอมพิวเตอร์ iPad

 สุดท้ายสำหรับวันนี้ ท่านใดรู้รายละเอียดของคอร์สนี้ ว่าท่าน จะได้คุณค่าอะไรที่จะนำมาเปลี่ยนชีวิตของท่าน อย่าลืมกดถูกใจกดแชร์กดติดตาม หรือ เขียนความเห็นลงไป

ตั้งคำถามมานะครับ ในช่อง comment ได้เลย ถ้าท่านดูอยู่ใน YouTube ก็กด Subscribe กดสั่นกระดิ่งด้วย เพื่อท่านจะได้ไม่พลาดข้อมูลสำคัญจากเรา

กมลเวช เมืองศรี:

ท่านสามารถกดลิงค์เพื่อเข้าไปดูเนื้อหาของคอร์สนี้ที่อยู่ใต้วีดีโอนี้ได้ เลยนะครับ คลิกเข้าไปดูได้ สำหรับวันนี้ลาไปก่อนสวัสดีครับ

ถ้าเนื้อหานี้มีประโยชน์กับท่าน เราอยากทราบว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร?เขียนความเห็นที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ท่านสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าของท่านได้โดยการแชร์บทความนี้ออกไปเยอะๆ นะครับ

แด่ความสำเร็จบนโลกออนไลน์ของท่าน!

kamolwech-chetthawitkamolwech-chetthawitkamolwech-chetthawit

เชษฐวิทย์ สิงขร & กมลเวช เมืองศรี

MLM Attraction Blueprint 2.0

“ในที่สุด! วิธีที่ง่ายกว่าในการชวนคนเข้าร่วมธุรกิจ ที่ไม่ถูกปฏิเสธไม่สูญเงิน เวลาและแรงงานของท่านวิ่งไล่ล่าผู้มุ่งหวังคุณภาพแย่ๆอีกต่อไป”

“นี่คือสุดยอดวิชาที่ผมใช้สร้างธุรกิจเครือข่ายให้เติบโตมีรายได้ 7 หลัก โดยไม่ต้องโทรชวนคนไม่รู้จัก หรือขอร้องญาติพี่น้องเพื่อนฝูงอีกต่อไป …และผมอยากจะเปิดเผยให้ท่านได้รู้ด้วยว่า…”

สปอนเซอร์คนเข้าร่วมธุรกิจเครือข่าย ช่างยากเหลือเกิน จะแก้ไขอย่างไร?

สปอนเซอร์คนเข้าร่วมธุรกิจเครือข่าย ช่างยากเหลือเกิน จะแก้ไขอย่างไร?

ถ้าท่านไม่ต้องการเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธและล้มเหลวในการสร้างผลลัพธ์ให้กับธุรกิจเครือข่ายของท่านอีกต่อไป และต้องการรู้วิธีดึงดูดผู้คนให้เข้ามาขอสมัครทำธุรกิจกับท่านเอง คลิกที่นี่

ผมเพิ่งจะเริ่มทำธุรกิจเครือข่าย ทำมา 4 เดือนแล้ว เดือนนี้เข้าเดือนที่ 5 พยายามสปอนเซอร์ ก็สปอนเซอร์ได้ 1 คน ก็ซื้อกิน ซื้อใช้ได้แค่ 2 เดือนเท่านั้น ผู้มุ่งหวังคนนี้ก็หายไป จะสปอนเซอร์หาคนใหม่ก็ยากเหลือเกิน ขอคำแนะนำด้วยครับ 

วีดีโอ “สปอนเซอร์คนเข้าร่วมธุรกิจเครือข่าย ช่างยากเหลือเกิน จะแก้ไขอย่างไร?”

หนังสือเสียง 

“สปอนเซอร์คนเข้าร่วมธุรกิจเครือข่าย ช่างยากเหลือเกิน จะแก้ไขอย่างไร?”

บทความนี้เราจะพูดเกี่ยวกับเนื้อหาดังนี้ :

  1. ปรับทัศนคติ
  2. พัฒนาวิธีการสื่อสารกับผู้คน
  3. พัฒนาทักษะที่จำเป็นในการสร้างธุรกิจเครือข่าย

เชษฐวิทย์ สิงขร:

สวัสดีครับ ก็มาพบกับช่วงจ่ายยา กับเราสองคนนะครับ วันนี้มีคนไข้ ก็คือนักธุรกิจ ออนไลน์ กำลัง มีปัญหา เขียนคำถามมา

สวัสดีครับอาจารย์กมลเวช ผมชื่อสุทัศน์ เพิ่งจะเริ่มทำธุรกิจเครือข่าย ทำมา 4 เดือนแล้ว เดือนนี้เข้าเดือนที่ 5 พยายามสปอนเซอร์ ก็สปอนเซอร์ได้ 1 คน ก็ซื้อกินซื้อใช้ได้แค่ 2 เดือนเท่านั้น ผู้มุ่งหวังคนนี้ก็หายไป จะสปอนเซอร์หาคนใหม่ก็ยากเหลือเกิน ขอคำแนะนำด้วยขอบคุณครับกมลเวช เมืองศรี:

ขอบคุณคุณสุทัศน์นะครับ ที่ได้ถามปัญหามา ซึ่งผมบอกเลยว่าปัญหาที่กำลังเจออยู่นี้ นักธุรกิจที่พึ่งเริ่มต้นใหม่เจอกันหมดทุกคน แม้กระทั่งเราสองคน

ถ้าท่านไม่ใช่ คนที่มี อิทธิพล ต่อคนมากๆ เป็นหัวหน้าคน เป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ ที่มีคนรู้จักพูดอะไรคนก็เอาด้วยหมด รับรองว่าจะต้องเจอปัญหา จากธุรกิจเครือข่ายแน่ๆ

คือชวนแล้วเขาไม่เห็นภาพ ชวนแล้วเขาไม่สมัครทำธุรกิจด้วย หรือสมัครแล้วก็ไปต่อไม่ได้ เพราะเราก็ไม่รู้จะสอนอะไร นี่คือปัญหาโลกแตกของธุรกิจเครือข่าย

เพราะฉะนั้นคลิปนี้นะครับ ผมเชื่อว่าถ้าท่านเป็นนักธุรกิจเครือข่ายและต้องการรู้ว่า ทางออกของปัญหานี้ ต้องทานยาอะไร เพื่อที่ท่านจะได้หายจากปัญหานี้ เพราะเราสองคนก็เคยป่วยแบบนี้มาก่อน และเราก็กินยาก่อน พอกินยาก็หาย ตอนนี้เราไม่ต้องกินยาอีกเลย

แล้วเราก็มาแบ่งปันยานี้ให้กับทุกท่าน เรามาเริ่มต้นแบบนี้ดีกว่า ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่ แตกต่างจากแทบธุรกิจบนโลกนี้ คน 99.99% ที่ทำธุรกิจเครือข่ายไม่เข้าใจมันเชษฐวิทย์ สิงขร:

คือถ้าคุณเข้าใจธุรกิจเครือข่าย คุณจะทำทันทีเลยครับ แต่ถ้าคนไม่เข้าใจ เขาก็จะไม่ทำ

กมลเวช เมืองศรี:

ใช่ ไม่ทำแล้วยังไปห้ามคนอื่นไม่ให้ทำด้วย หรือเข้ามาทำแล้ว ก็เลิกทำ เป็นคำพูดที่ถูกต้องมาก

ถ้าคนบนโลกนี้เข้าใจธุรกิจเครือข่าย เหมือนอย่างที่เราเข้าใจ ถ้าเขาเจอโอกาสดีเขาจะรีบทำทันที ทำทันทีและทำให้สำเร็จ

เพราะมันเป็นธุรกิจที่ลงทุนต่ำความเสี่ยงน้อย ผลกำไรสูง สามารถสร้าง Passive Income หรือรายได้ที่ไม่ต้องทำก็ยังได้เงิน ไปตลอดชีวิตได้

แต่มันจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรจึงจะสำเร็จ

ผมจะแบ่งปันครับว่าท่านจะต้องทานยาอะไรบ้าง ออกเป็น 3 ขนาน ถ้าท่านทานยานี้เข้าไปแล้วรับรองว่า ธุรกิจท่านจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

1.ปรับทัศนคติ

ท่านจะต้องทานยาปรับทัศนคติของตัวเอง การทำธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จนั้น เป็นเรื่องของความเข้าใจ และเรื่องของทัศนคติ ของผู้ที่ทำธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก

การที่ท่านได้เข้ามาทำธุรกิจเครือข่าย โดยส่วนมาก จะเป็นกลุ่มคนที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์มาก่อน และโดยส่วนมาก จะทำงานประจำอยู่ หรือเคยทำงานประจำมาก่อน กลุ่มคนกลุ่มนี้ที่ทำงานประจำ หรือไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจอะไร ให้ประสบความสำเร็จมาก่อนเลย จะมีทัศนคติอยู่ อย่างหนึ่ง 

ผมต้องออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้ว่างานประจำไม่ดีนะครับ ผมก็ทำงานประจำมาก่อน โค้ชแนม ทำงานประจำมาก่อน พ่อแม่เราก็ทำงานประจำเลี้ยงดูเราจนเติบโตมาก่อน ผมไม่มีปัญหาอะไรกับงานประจำ

เพียงแต่ว่า ทัศนคติของคนทำงานประจำ มันจะมีทัศนคตินึงที่ถูกปลูกฝังอยู่ในหัว แทบทุกคน

แล้วทัศนคตินี้ส่วนมากแล้วทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อเขาก้าวเข้ามาทำธุรกิจ ทัศนคตินี้เรียกว่าทัศนคติของคนทำงานประจำ

คนทำงานประจำนั้น โดยเบื้องลึกของจิตใจแล้ว การที่ทำให้เขาลุกขึ้นแต่เช้า เช่นทำงานเริ่ม 05:00 นต้องลุกขึ้น 4:00 น 3:00 น แรงผลักดันของคนที่ทำงานประจำ เขาต้องตื่นแต่เช้าไปทุกวัน แล้วไม่กล้าขาดไม่กล้าสายไม่กล้าลา เพราะกลัวตกงาน

เราเคยเป็นกันหมดเจ้านายสั่งอะไรเรา ครับๆ ยินดีทำได้ครับนาย สบายทุกอย่าง เป็นเพราะว่าแรงผลักดัน กลัวการสูญเสีย ความมั่นคงในงานประจำ กลัวโดนไล่ออก แล้วจะไม่มีรายได้

เราไม่มีทักษะที่จะไปสร้างรายได้ในช่องทางอื่น ธุรกิจเราก็ยังทำไม่เป็น ดังนั้นคนทำงานประจำจะถูกแรงผลักดัน ที่เรียกว่า Fear of loss แปลว่าการกลัวการสูญเสีย 

เขาจะไม่กล้าขยับทำอะไรเลย กลัวความสูญเสีย กลัวความมั่นคง และความมั่นคงจะเป็นแบบนี้คือ

สัญญาก่อนสิว่าฉันทำแล้วฉันจะได้เงิน ถ้าเธอสัญญาว่าฉันทำแล้วจะได้เงินแน่ๆ ทุกสิ้นเดือนฉันจะไปทำงานประจำ สัญญาใช่ไหมครับว่าสิ้นเดือนจะได้เงิน นี่คือคำสัญญาของงานประจำ

เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้เขาจะยึดติดกับทัศนคติที่ว่า สัญญาก่อนนะ ทำให้เห็นก่อนนะว่าทำแล้วได้แน่ แล้วฉันจะทำ คราวนี้ถามโค้ชแนมในฐานะของผู้ที่ เคยทำงานประจำ แล้วก็เข้ามา สร้างธุรกิจจากที่บ้าน ในธุรกิจมันสัญญาได้ไหม ว่าทำแล้วจะได้เงินทันที ในเดือนถัดไป

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ธุรกิจไม่ได้สัญญานะครับว่า เราทำแล้วจะได้ธุรกิจเลย ไม่มีการสัญญานะครับ

กมลเวช เมืองศรี:

อย่างนี้ถ้าฉันไปทำก็มีความเสี่ยงนะสิ ถ้าอย่างนั้นฉันไม่เอาดีกว่ามีความเสี่ยง ใช่ไหมครับทุกท่าน

คนทั่วไปจะคิดอย่างนี้ บางคนก็กล้าเสี่ยง แล้วก็ลองเข้ามาทำสัก 1 อาทิตย์ 1 เดือน 2 เดือนหรือ 3 เดือน แล้วยังไม่ได้ผลลัพธ์ เหมือนกับที่คุณสุทัศน์ถามมาที่ทำได้แล้ว 5 เดือน สปอนเซอร์คนได้ 1 คน เสร็จแล้วคนนั้นก็ไม่ทำต่อ

ผมก็ไม่แน่ใจนะครับว่าคุณสุทัศน์เคยทำงานประจำมาก่อนหรือเปล่า แต่ถ้าตอนนี้กำลังรู้สึกเคว้งคว้างไปต่อไม่ได้ ผมแนะนำว่าจากนี้ไป ถ้าเราต้องการที่จะสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

อย่าใช้ชีวิตด้วยแรงผลักดันของการ กลัวการสูญเสีย ของความมั่นคง

เพราะในธุรกิจ มันจะมั่นคงได้เราต้องมั่นคงก่อน มั่นคงในทัศนคติและความคิดว่า มันจะมี Learning Curve คือ เวลาของการเรียนรู้ เราจะต้องให้เวลา ในการเรียนรู้อย่างน้อย 6 เดือน

เพราะมีสูตรอยู่สูตรนึง เป็นสูตรแห่งความสำเร็จถ่ายทอดโดย ดอน เฟียล่า ผู้เขียนหนังสือโด่งดัง การนำเสนอ 45 วินาที ดอน เฟียล่าเป็นคนหนึ่งที่ทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จมีองค์กรธุรกิจเครือข่ายมากกว่า 8 แสนคน คงไม่ต้องนึกว่ารายได้ต่อเดือนเขาจะกี่ล้าน

อ่านบทความเกี่ยวกับวิธีการนำเสนอ 45 วินาที

ดอน เฟียล่า แบ่งปันไว้อย่างนี้ครับว่า เราต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน ในการเรียนรู้ เพื่อจะสร้างธุรกิจเครือข่ายให้เกิดผลลัพธ์และประสบความสำเร็จ และเพื่อที่จะสร้างรายได้ 6 หลัก

นั่นหมายความว่าใครก็ตาม ที่ทำตามสูตรความสำเร็จนี้ในธุรกิจเครือข่ายได้ ใน 6 เดือน เขาจะต้องมีรายได้แบบ Passive Income 6 หลัก โค้ชแนม ว่าเร็วไหม การทำหกเดือนแล้วมี Passive Income 6 หลักเชษฐวิทย์ สิงขร:

ผมว่าเร็วๆนะครับ เมื่อเทียบกับธุรกิจทั่วไป

กมลเวช เมืองศรี:

และเมื่อเราเรียนวิชานี้แล้วเราจะสามารถทำได้จริงนะครับ เพราะฉะนั้นท่านที่ทำธุรกิจเครือข่ายอยู่ ซึ่งหลายคนทำมา 10-20 ปีแล้วยังไม่ไปไหนเลย เหมือนพายเรือวนอยู่ในอ่าง เพราะฉะนั้นเอาใหม่ กลับมาตั้งลำใหม่

ในข้อที่ 1 คือวิธีคิด คือการทำให้มากพอจนเกิดเป็นทักษะ ฝึกวิชา ท่านจะต้องสร้างผลลัพธ์ได้อย่างแน่นอน ผมแบ่งปันวิธีคิดจากเศรษฐีท่านหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย

เศรษฐีท่านนี้ทำธุรกิจมา เมื่อ 10 ปีก่อนเขาเล่าให้ผมฟัง เขาทำธุรกิจเครือข่ายในอุตสาหกรรมลดน้ำหนัก ดูแลผิว ซึ่งเขาไม่เคยทำธุรกิจเครือข่ายประสบความสำเร็จมาก่อน เป็นคนธรรมดา

เขาได้รับการสอนจากผู้แนะนำของเขา คนที่จะช่วย สอนเขาให้ประสบความสำเร็จ ผู้แนะนำเขาบอกว่า ธุรกิจเครือข่ายนั้นง่ายมากๆ ถ้าคุณทำแบบที่ผมบอกได้ คุณต้องทำสำเร็จเป็นเศรษฐีเงินล้านแน่นอน

วิธีนั้นง่ายนิดเดียวคือคุยกับคนวันละ 10 คน ถ้าคุณสัญญากับตัวเองแล้ว คุณสัญญากับผมได้ ว่าคุณจะคุยกับคนวันละ 10 คน ผมการันตี ว่าไม่เกิน 1 ปี คุณจะต้องรวยเป็นเศรษฐีเงินล้านแน่นอน

ผลปรากฏว่า สุภาพบุรุษท่านนี้ เขาก็บอกโอเค จากนี้ไปผมสัญญากับคุณและกับตัวผม ว่าผมจะคุยกับผู้คน ทั้งรู้จักและไม่รู้จัก ในเรื่องโอกาสทางธุรกิจที่ผมกำลังทำอยู่นี้ วันละ 10 คน โดยไม่คาดหวังผลลัพธ์

ดังนั้นทุกเช้าเขาจะตื่นขึ้นมาแล้วแต่งตัว ออกไปพบปะผู้คนออกไปคุยกับคนอื่น แบบตัวต่อตัว สมัยก่อน facebook ,YouTube ยังไม่มี อินเทอร์เน็ตยังไม่ ได้ใช้กันเลย

เขาก็เดินคุยกับคนอื่น ทำความรู้จัก เจอกันที่ไหนก็คุยแบ่งปัน ถึงเรื่องโอกาสทางธุรกิจ โดยการถามว่า

ถ้าฉันมีช่องทาง ในการทำให้คุณมีรายได้เพิ่ม เดือนละ 5,000 ถึง 20,000 คุณอยากจะดูไหมอยากจะฟังไหม

เขา มีเทคนิคก็คือ ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา ก่อนออกจากบ้านก็จะเอาเหรียญใส่กระเป๋า ข้างซ้าย จำนวน 10 เหรียญแล้วก็ออกไปทำงานใช้ชีวิต ออกไปสปอนเซอร์ออกไปคุย

เมื่อคุยโอกาสกับ 1 คนก็ย้ายเหรียญจากกระเป๋าซ้ายมาอยู่ด้านขวา เมื่อคุยครบ 10 คนถึงจะกลับบ้านได้ ถ้าคุยไม่ครบ ก็จะไม่กลับบ้าน

เขาทำอย่างนี้ติดต่อกันประมาณ 4-5 ปี รายได้ล่าสุด จากการที่ทำแค่นี้ เขามีรายได้ 4.5 ล้านบาทต่อเดือน

ทุกท่านพร้อมจะทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เพื่อความสำเร็จหรือเปล่า เพราะสิ่งที่เขาทำคือสิ่งที่จำเป็นต่อความสำเร็จ ธุรกิจเครือข่ายมันไม่มีหน้าร้าน เราจะต้องทำการตลาดด้วยตัวเราเองให้เป็น

วิธีการทำการตลาดตัวเราง่ายที่สุดก็คือออกไปคุยออกไปลุย สุภาพบุรุษท่านนี้เขา พัฒนาทัศนคติเพื่อความสำเร็จ

ผมอยากจะบอกกับทุกท่านว่ามันมีงานต้องทำนะครับ ถ้าท่านทำงานประจำมา 10 ถึง 30 ปีแล้วยังไม่รวย แต่ถ้าท่านมาฝึกวิชาแล้วทำอย่างที่ สุภาพบุรุษในตัวอย่างนี้ทำ เขาฝึกว่าจะต้องพูดอย่างไร พาคนเข้าระบบอย่างไรสปอนเซอร์คนอย่างไร ทำติดต่อกัน 6 เดือน

นั่นหมายความว่าถ้า 10 วัน ก็จะคุยกับ 100 คน หนึ่งเดือนก็คุยได้ 300 คน ถ้า 6 เดือนก็จะคุยได้ 1,800 คน

ถ้าท่านคุยกับคน 1,800 คน หรือถ้าเป็นยุคนี้ใช้วิธีออนไลน์สื่อสารกับผู้คน มันยิ่งง่ายมากเลยแต่ยังไม่พูดตอนนี้นะครับ

ผมบอกเลยว่ายุคนี้เป็นยุคที่ทำธุรกิจออนไลน์ขายตรงเครือข่าย ได้ง่ายที่สุด ง่ายกว่ายุคก่อนเป็น 10 เท่า ไม่มียุคไหนที่จะง่ายกว่ายุคนี้อีกแล้ว แต่ท่านจะต้องเรียน

ท่านพร้อมที่จะพัฒนาทัศนคติหรือเปล่า ถ้าพร้อม comment ลงไปนะครับ แสดงความคิดเห็นให้ผมทราบด้วย ว่าท่านพร้อมจะพัฒนาทัศนคติอะไร ไม่จำเป็นต้องเหมือนสุภาพบุรุษแค่นี้ก็ได้

คือคุยกับคนวันละ 10 คน ท่านอาจจะพร้อมคุยกับคนละ 2 คน 5 คน ขอให้ตัดสินใจและมีวินัย และรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเอง วิธีการอีกวิธีหนึ่งที่ดีนั้นก็คือ หาบัดดี้ และบัดดี้ที่ดีที่สุดก็คืออัพไลน์ของท่านนั่นแหละ

สมมุติว่าโค้ชแนมเป็นอัพไลน์ผม ผมก็จะบอกเลยว่า ผมขอให้สัจจะวาจา ว่าผมจะคุยกับคุณวันละ 10 คน ถ้าผมไม่คุยกับคนวันละ 10 คนผมจะไม่นอน ผมจะเล่าต่อว่าสุภาพบุรุษ ท่านนี้ หลังจากมีรายได้ 4.5 ล้านบาทต่อเดือนแล้ว เขามีบ้านใหญ่เป็นคฤหาสน์ อยู่ในหมู่บ้านที่แต่ละบ้านนั้น ต้องเดินกันเหนื่อยกว่าจะเจอกัน เพราะว่ารวยมากแต่ก็ยังไม่หยุดทำ

มีอยู่วันหนึ่งเขาออกไปทำเหมือนเดิม พกเหรียญ 10 เหรียญไปในกระเป๋าเหมือนเดิม แล้วก็ทำงานทั้งวัน พอกลับบ้าน ถอดเสื้อผ้ากำลังจะอาบน้ำ ล้วงลงไปในกระเป๋า เจอเหรียญ อยู่ 1 เหรียญ แสดงว่ายังไม่ได้คุยกับคน อีก 1 คน

แล้ววันนั้นฝนตกหนัก ตอนที่กลับบ้านนั้นประมาณ 23:30 น ฝนตกหนัก ถ้าเป็นคนทั่วไป เขาจะให้อภัยตัวเองไหมครับ ทำมา 4 ปีตอนนี้รายได้ 5 ล้านบาทต่อเดือนแล้ว น่าจะเข้านอนหลับสบายได้แล้ว

แต่สุภาพบุรุษท่านนี้รักษาสัจจะวาจาที่ได้ให้ไว้ เขาก็เลยยังไม่นอน เขาก็คิดว่าจะทำอย่างไรดี มองออกไปข้างนอก ฝนก็ตกทำอย่างไรดี แล้วแต่ละบ้าน ก็นอนหลับหมดแล้ว แล้วจะโทรไปหาใคร 23:30 นแล้ว

เขาก็มองไปหน้าบ้านเจอรถขยะ เขาดีใจมากวิ่งคว้าร่ม รีบวิ่งไปหารถขยะ แล้วขอคุยกับคนเก็บขยะ ขอถามหน่อยได้ไหมครับ ถ้าผมมีช่องทางที่ทำให้คุณมีรายได้ เพิ่มอย่างน้อย 5,000 ถึง 20,000 บาท ต่อเดือน แต่ถ้าคุณทำดีๆ อาจจะมีรายได้ 100,000 บาทต่อเดือน ได้เลยนะครับภายใน 1-3 ปีนี้ คุณอยากฟังข้อมูลไหม อยากรู้ไหมว่าทำอย่างไร

ทายสิครับว่าคนเก็บขยะตอบว่าอย่างไร คนเก็บขยะตอบว่าไม่อยากดู ผมไม่เชื่อคุณหรอก ฉันมีความสุขกับอาชีพเก็บขยะของฉัน ทุกท่านคิดว่าสุภาพบุรุษท่านนี้จะเสียใจหรือไม่ ไม่เสียใจแน่นอนเพราะไม่ต้องการผลลัพธ์

และเขาขอบคุณ คนเก็บขยะ เพราะผมจะได้นอนแล้ว แล้วก็รีบวิ่งเข้าบ้านกลับไปนอน วัตถุประสงค์คือวินัย แล้วก็โฟกัสที่จะทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อประสบความสำเร็จเชษฐวิทย์ สิงขร:

ไม่แปลกใจเลยนะครับที่เขาประสบความสำเร็จ เพราะเขาทำต่อเนื่องและมีวินัย

กมลเวช เมืองศรี:

ทุกท่านครับนี่คือ ทัศนคติของผู้ที่ ประสบความสำเร็จ มีโฟกัสและมีวินัยที่จะทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อความสำเร็จ ตั้งเป้าไว้ทุกวันก็คือทุกวัน สิ่งที่เขาทำก็คือ

Marketing direct Talk การตลาดของเขาคือพูดปากต่อปาก

เขาก็พูดอย่างนี้ จนเขาชินเขาสามารถพูดได้กับทุกคน เพราะเขาขอแค่คำปฏิเสธวันละ 10 คน ก็คือทำหน้าที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วเขาก็ถ่ายทอดปรัชญานี้ให้กับทีมงาน ของเขา นั่นคือสาเหตุ ที่ทำให้ทีมงานของเขาโต เขาจึงมีรายได้แบบ Passive Income เดือนละ 4.5 ล้าน เรื่องราวนี้เกิดขึ้นมากกว่า 10 ปีที่แล้ว ท่านว่าตอนนี้เขาจะรวยเท่าไหร่ น่าจะหลายสิบเท่าเลยครับจงใช้ชีวิตของการเรียนรู้ พร้อมที่จะเสี่ยง และอย่าหาความมั่นคงก่อนการทำธุรกิจ 

เมื่อเราปรับทัศนคติของการไม่กลัวความสูญเสีย ฉันรู้ว่าทำธุรกิจช่วงแรกไม่ได้ผลลัพธ์แต่ฉันต้องการทักษะคนทั่วไปมักคาดหวังผิด

ส่วนใหญ่ต้องการผลลัพธ์ทันที ขอถามหน่อยนะครับ เข้าใจธุรกิจหมดหรือยัง สินค้าอธิบายได้หมดหรือไม่ แผนการตลาดรู้หมดหรือยัง เจอคำถามเวลาเขาโต้เถียงมาตอบได้หรือไม่

นักธุรกิจเครือข่ายสักคนนึง กว่าจะรู้เรื่องราวทั้งหมด คิดว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ที่แนะนำก็คือ 6 เดือนเป็นอย่างน้อย จะให้เก่งเทพจริงๆ ต้องเป็นปีครับ

ธุรกิจเครือข่ายนั้นปีแรกเป็นปีแห่งการตั้งไข่ แล้วถ้าท่านทำธุรกิจเครือข่าย มาก่อน แล้วเห็นว่ามันเป็นไปได้ ถ้าท่านเลิกไปก่อน ผมขอแนะนำว่าให้เข้ามาใหม่อีกครั้ง แล้วเข้ามาแบบรู้จริงๆ แล้วพร้อมจะพัฒนาทักษะจริงๆ ฉันจะมีรายได้แบบเศรษฐี ที่ผมเล่าให้ฟัง หลังจากที่เราพัฒนาวิธีคิดแล้ว รู้ว่าเราไม่ได้รวยทันที ภายใน 1 เดือนแรกอย่างแน่นอน

2.พัฒนาวิธีการสื่อสารกับผู้คน

อย่างที่ 2 ท่านต้องพัฒนาวิธีการสื่อสารกับผู้คน ซึ่งวิธีคิดนั้นสำคัญ 80% วิธีสื่อสารสำคัญ 15%

การที่เศรษฐีท่านนั้นไปคุยกับคนเก็บขยะ นี่คือการสื่อสาร ดังนั้นในธุรกิจเครือข่าย ต่อให้ท่านไม่มีเครื่องมือออนไลน์อะไรเลย ถ้าท่านรู้จักวิธีการสื่อสาร คุยกับคนให้เป็น คนส่วนมากสื่อสารไม่เป็น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจเครือข่าย คิดว่าการสื่อสารคือต้องพูดให้มากที่สุด มาถึงก็พูดอย่างเดียวสินค้าสาธิต แผนการจ่ายผลตอบแทน ยิ่งพูดมาก ยิ่งไม่ได้ ยิ่งล้มเหลว

เพราะว่าสูตรแห่งความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย มีอยู่สูตรนึง ว่าไว้แล้วผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ คือพูดให้น้อยที่สุด แล้วต้องสอนทีมงานด้วยว่าอย่าพูดให้มาก ยิ่งพูดมากคนจะยิ่งคิดว่าเขาทำไม่ได้

เพราะคนส่วนมากที่ท่านไปหานั้น เขาอาจจะไม่เคยทำธุรกิจเครือข่าย มาก่อน เขาก็จะนั่งฟังท่านพูด หลายชั่วโมงแล้ว พูดคล่องจังเลย ท่านพยายามโชว์ความเก่ง แต่ในใจเขาคิดว่าอะไร ท่านเคยถามเขาไหมว่า เขาคิดอะไรอยู่

แล้วที่ท่านคุย 2 ชั่วโมง ท่านเคยถามก่อนไหม ว่าเขาอยากฟัง หรือไม่ ถ้าท่านไม่เคยแสดงว่าท่านยังสื่อสารไม่เป็น

ดังนั้นการที่จะทำให้ใครก็ตาม เปิดใจ ถามเขาก่อนสักนิดว่า ถ้าฉันมีช่องทางที่ทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนได้ เราจะมีรายได้ หลักหมื่นถึงแสนภายใน 6 เดือนนี้ เพิ่มขึ้นอีกช่องทางหนึ่ง โดยทำแบบ Part Time แต่ในต้องใช้เวลาฟังข้อมูล ซัก 1 ชั่วโมง พอจะจัดเวลาฟังข้อมูล 1 ชั่วโมงนี้ได้หรือไม่

ต้องถามก่อน ถามให้เป็น สื่อสารให้เป็น ผมจะเริ่มต้นด้วยการไม่ยัดเยียดทุกสิ่งทุกอย่าง ให้กับผู้มุ่งหวังก่อน ผมจะถามก่อนว่า ถ้ามันต้องแลกกับข้อมูลคือชื่อ อีเมล เบอร์โทรศัพท์

สมมุติว่าผมทำออนไลน์ ผมทำ presentation ในหน้าถัดไป แต่ผมจะล็อคไว้ก่อน ถ้าคนอยากดูเขาจะต้องแลกชื่อ อีเมลเบอร์โทรศัพท์ ถ้าเขาไม่ให้ผมก็ไม่ให้ดู ถ้าเขาพร้อมแลกมาผมก็จะให้ดู presentation เกี่ยวกับบริษัทของเรา ยกตัวอย่างนะครับ นี่คือสาเหตุที่ทำให้เรานั้นเปิดใจผู้มุ่งหวังได้เชษฐวิทย์ สิงขร:

เวลาที่เราฟังข้อมูลโดยไม่เต็มใจนั้น ขณะที่ฟังก็กำลังคิดว่า จะปฏิเสธอย่างไรดี

กมลเวช เมืองศรี:

ถ้าเราไม่ถาม เขาจะไม่เต็มใจฟังถูกไหมครับ แต่ถ้าเราถามแล้วเขาตอบรับ แสดงว่าเขาเต็มใจ ดังนั้นถ้าท่านอยากให้คนทำอะไร ในสิ่งที่ท่านอยากให้เขาทำ ท่าน ต้องทำให้เขาเต็มใจทำ ด้วยความเต็มใจของเขาเอง 100%มีคำถามอีกคำถาม ที่ถามว่า พอเขาเข้ามา เขาอยู่แค่ประมาณ 2 เดือน ก็เลิก ผมจะผ่า ปัญหานี้ให้ฟังว่าทำไมเขาจึงเลิก

  • ข้อที่ 1 เขาไม่รู้ว่าจะไปยังไงต่อ เขาไปชวนคน ถ้าไม่ได้สอนเขา และท่านก็ไม่รู้ว่าจะสอนเขาอย่างไร ท่านก็ปล่อยให้เขาไปชวนคน และเขาโดนปฏิเสธมา เขาเจ็บ เขาไม่ได้เงิน เขารู้สึกท้อแท้ รู้สึก ว่าไม่รู้จะไปยังไงต่อ เขาก็เลยเลิก
  • กับอีกข้อหนึ่ง ท่านไม่ได้สอนวิธีการสื่อสารให้กับเขา ไม่ได้สอนวิธีการสปอนเซอร์ให้กับเขา และเขาก็ไปต่อไม่ได้ ส่วนมากนี่คือปัญหาที่ทำให้คนเลิก

3.พัฒนาทักษะที่จำเป็นในการสร้างธุรกิจเครือข่าย

เพราะฉะนั้นถ้าท่านอยากทำให้ ท่านประสบความสำเร็จในการสร้างองค์กรธุรกิจ เครือข่าย ท่านต้องเรียนทักษะดังนี้

3.1 Prospecting – การสร้างรายชื่อผู้มุ่งหวัง

วิธีการ Prospecting หรือการสร้างรายชื่อผู้มุ่งหวัง การเข้าหาผู้คน การตั้งคำถามคน ท่านมีญาติพี่น้อง และลิสรายชื่อมา จะ 5 หรือ 10 รายชื่อหรือ 100 รายชื่อ ก็ตาม

แทนที่ท่านจะไปนำเสนอทุกอย่าง ให้กับผู้มุ่งหวัง ท่านจะต้องถามแต่ละรายชื่อว่า ถ้าฉันมีช่องทางที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณได้ ทำให้คุณมีรายได้เพิ่ม อยากดูข้อมูลมั้ย อยากฟังหรือไม่ ถามแบบนี้ไม่เกิน 1 นาที ถ้า 100 รายชื่อก็ 100 นาที

นั่นหมายความว่า ถ้าท่านทำการตลาดเป็น มีการสร้างรายชื่อเป็น และถามเป็น โค้ชแนม ถ้าผมถามแบบเมื่อสักครู่นี้ ถามแบบให้เกียรติ ไม่ยัดเยียด ว่ามีช่องทางทำเงินได้ คิดว่า มี คนบนโลกนี้ใครไม่อยากมี รายได้เพิ่ม

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ผมว่าไม่มีครับ ทุกคนอยากได้รายได้เพิ่ม นอกจากคนที่รวยแล้ว เขาไม่อยากได้แค่ 5,000 บาทหรือ 20,000 บาท 50,000 เล็กสำหรับเขา

กมลเวช เมืองศรี:

แต่ถ้าท่าน ตั้งคำถามเป็น และเปิดโอกาสให้เขาได้ตอบเอง ผมว่าทุกคนสนใจที่อยากจะฟังอยากจะดูข้อมูลเห็นด้วยไหมครับ

ดังนั้นจะต้องถาม ถามให้เป็นฝึกให้เป็น ซึ่งเรามีคลิปที่สอนเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะแยะมากมายเลย ทั้งใน YouTube Channel ของเรา ในเว็บไซต์ MLMOnlineSchool.comดูได้ที่ลิงค์นี้

วิชาแรกคือ ต้อง prospecting คนให้เป็น สร้างรายชื่อผู้มุ่งหวังเป็น โทรถามให้เป็นฉันจะต้องเรียนรู้วิธีใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อสร้างรายชื่อ เพราะปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของนักธุรกิจเครือข่ายก็คือ

ขาดรายชื่อ เพราะขาดรายชื่อ ก็เลยขาดรายได้ นี่คือปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของนักธุรกิจเครือข่าย ไม่มีรายชื่อไม่มีคนคุย

อย่างเช่นที่บอกว่าให้คุยกับคนละ 10 คนก็ไม่รู้จะคุยกับใครแล้ว ไม่รู้จะไปหาใครอีกแล้ว ผมแนะนำว่าให้เรียนวิธีการ ว่าจะใช้อินเทอร์เน็ต อย่างไร ในการสร้างรายชื่อผู้มุ่งหวัง

อย่างผมกับโค้ชแนมในช่วงแรกเราก็ตัน ไม่รู้จะชวนใครไปต่อไม่ได้ แต่หลังจากที่เราได้เรียนวิชาว่าทำอย่างไร ถึงจะทำให้ผู้คนอยากเข้าร่วมธุรกิจกับเรา อยากซื้อสินค้า เอ่ยปาก ขอทำธุรกิจกับเราเอง

วิชานี้เรียกว่า attraction Marketing ซึ่งเราทำเป็นคอร์สที่ชื่อว่า MLM attraction blueprint คลิกดูได้ที่ลิงค์นี้ ท่านสามารถเข้าไปดูได้ว่าเราเรียนอะไรมา หลังจากที่เราเรียนวิชานี้ผลลัพธ์เป็นอย่างไรบ้างโค้ชแนม

3 สุดยอดเคล็ดลับและสคริปต์ในการเชิญคนมาดูโอกาสทางธุรกิจเครือข่าย ธุรกิจออนไลน์ ประกันชีวิต ให้ได้ผล

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ผลลัพธ์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แทนที่เราจะออกไปเดินไล่ล่าผู้คนกลายเป็นว่าผู้คนเนี่ยวิ่งเข้ามาหาเรา โดยไม่ต้องออกจากบ้านเลยกมลเวช เมืองศรี:

ผมถามอย่างนี้ดีกว่าเมื่อเรียนวิชานี้แล้วมีคนโทรมาขอทำธุรกิจกับเราโดยที่ไม่รู้จักเรามาก่อนบางทีไม่เคยคุยกันมาก่อนเลย แต่พอคุยก็พร้อมโอนเงินจริงไหมครับ

เชษฐวิทย์ สิงขร:

จริงครับ เป็นมาแล้ว ที่โอนมาก็หลักหมื่นนะครับ หลักแสนก็สามารถทำได้สบายเพราะเรารู้หลักการทำ

กมลเวช เมืองศรี:

ท่านเห็นไหมครับว่าถ้าท่านไม่รู้อะไรบางอย่างที่คนอื่นเขาทำได้ แสดงว่าท่านยังไม่รู้ในสิ่งที่เขารู้ วิธีการที่ง่ายที่สุดคือเรียนรู้ ซึ่งเราถ่ายทอดอย่างละเอียดในคอร์ส MLM Attraction blueprint วางกลยุทธ์อย่างไรวางตัวอย่างไรสื่อสารอย่างไรสร้างเป็นระบบอย่างไร

แต่ถ้าอยากจะลงมือทำ สร้างระบบเว็บไซต์อย่างไร ออกไปสปอนเซอร์คนอย่างไร ใช้เครื่องมืออย่างไรให้คนนั้นแห่เข้ามาอยากทำธุรกิจกับเรา ต้องเรียนคอร์สที่ชื่อว่า Top Sponsor Formula

3.2 Presenting – การนำเสนอที่ทรงพลัง

หลังจากที่เราเรียนวิชา การสร้างรายชื่อเรียบร้อยแล้วนั่นหมายความว่าเราไม่ขาดรายชื่อ แล้วเราก็จะมีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ หลังจากที่เรามีรายชื่อเรียบร้อยแล้ว

เราจะต้องมีการ presenting การนำเสนอที่ทรงพลัง เพราะเวลาที่ท่านเชิญคนมาดูโอกาส หมายความว่าต้องมีโอกาสให้เขาดู

ถ้าท่านเป็นคนใหม่ แนะนำว่าให้ใช้ระบบช่วย สำหรับคนใหม่เพราะเรายังพูดอะไรไม่เป็น แต่คนส่วนมากเข้ามาปุ๊บอยากรู้ทุกอย่างเพื่อที่จะไปพูดได้ เป็นความเข้าใจที่ยังไม่ถูก

กว่าจะอธิบายแผนการตลาด กว่าจะอธิบายสินค้า กว่าจะตอบได้ทุกคำถาม ภายใน 3 วัน ยังไม่มีทางรู้ได้หมด

และถ้าท่านคิดว่าจะออกไป Present เองออกไปตอบคำถามเอง ออกไปลุยเอง เท่ากับท่านออกรบโดยไม่ใส่เกราะไม่มีอาวุธเลย แต่คนที่ท่านไปคุยด้วย มีอาวุธครบ ท่านจะตายกลับมาเลย

นั่นคือสาเหตุที่ทำให้นักธุรกิจเครือข่าย ในตอนเริ่มต้นไม่ได้รับการสอนที่ถูกต้อง และไม่เข้าใจว่าต้องใช้ระบบขององค์กร จะตายเรียบ

นั่นคือสาเหตุที่ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมนี้ คนนั้นจะเลิกทำภายใน 3 เดือน และคนที่เลิกทำไม่สามารถทำเงินได้เลยแม้แต่บาทเดียว

แล้วถ้าท่านไม่อยากเป็นคนกลุ่ม 90-91 เปอร์เซ็นต์นั้น ท่านต้องทำอย่างที่เราแนะนำคือ

  1. ทำความเข้าใจก่อนว่าธุรกิจเครือข่ายทำอย่างไรให้สำเร็จ
  2. พัฒนาทักษะในการ prospecting คน 
  3. ใช้ระบบในการนำเสนอโอกาสทางธุรกิจขององค์กร

ท่านจะต้องถามองค์กรของท่านครับว่า เขามีระบบในการไปสปอนเซอร์ตัวต่อตัวอย่างไร อัพไลน์ ไปด้วยหรือไม่ แล้วถ้าท่านต้องการเชิญคนไปดูโอกาส ในงานงานเปิดโอกาสทางธุรกิจนั้น มีวันไหน มีเมื่อไหร่ จัดที่ไหน เอาคนเข้าต้องทำอย่างไร

ท่านจะต้องรู้สิ่งเหล่านี้ก่อนเพราะช่วงแรกเราก็พูดไม่เป็น เราพาคนไปที่งานเพราะที่งาน มีผู้เชี่ยวชาญพูด อาจจะเป็นบุคคลที่ทำเงินล้านได้มาแล้วมันเป็นวิธีการที่ฉลาดเพราะเราไม่ต้องพูดเอง หน้าที่เราคือ เชิญคนให้ได้และให้คนมาปรากฏตัวให้ได้

และให้คนอื่นทำงานแทนเราท่านจะไม่พูดเองเลยก็ได้ตลอดอายุการทำธุรกิจเครือข่าย เพราะคนที่ทำธุรกิจเครือข่ายเป็นจริงๆ เขาจะไม่พยายามทำให้ตัวเองนั้นโดดเด่น พูดก็เก่งเก่งที่สุด ขายเก่งขั้นเทพเพราะคนที่ฟังอยู่เขาจะเกิดความคิดว่าฉันเป็นแบบคนนี้ไม่ได้ ฉันไปไม่ได้ กลับบ้านเลยดีกว่า ยิ่งท่านเก่งมากต่อหน้าทีมงานท่านมากเท่าไหร่ทีมงานท่านจะยิ่งท้อแท้มาก

ท่านลองนึกภาพวาด ถ้าผมไม่ได้นำเสนอตัวเองว่าเก่งมาก ผมก็เป็นผู้ชายธรรมดาทั่วไป ดูแล้วไม่น่าสนใจ แต่พอมีคนแนะนำว่า คนนี้นะมีรายได้ 5 ล้านบาทต่อเดือน คนที่ฟังอยู่ จะร้องว่าโอ้โห ถ้าคนนี้พูดแบบนี้ พูดยังไม่ถูกเลยทำได้ 5 ล้านต่อเดือนแล้วเขาบอกว่า เขาใช้ระบบ เขาใช้ระบบเก่ง เราอยากจะเรียนรู้ระบบเขาไหม

คนที่ฉลาดจริงๆนะอัพไลน์ที่เก่งจริงๆเขาจะไม่แสดงตัวว่าเทพ เขาจะแสดงตัวว่าเป็นคนธรรมดาทั่วไป แต่จริงๆแล้วเขาขั้นเทพ เพราะมีรายได้ขนาดนั้นจะต้องขั้นเทพ เขาจะบอกว่าผมก็เหมือนคนทั่วไปแหละ ดูสิผมก็พูดไม่เก่งต่อหน้าคน นำเสนอก็พูดแค่ทั่วๆไป ถ้าผมทำได้คุณก็ทำได้แค่มาเรียนรู้ระบบท่านคงเคยเจอผู้นำแบบนี้บ้าง

ผมแนะนำว่าให้ท่านใช้ระบบในการนำเสนอโอกาสทางธุรกิจก่อน อย่าไปลุยเดี่ยว รับรองตายแน่

เพราะผู้มุ่งหวังเขาจะนั่งฟังท่าน เห็นท่านพูดตะกุกตะกัก พยายามจะอธิบาย แค่นั้นก็ไม่สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้

การที่คนจะควักเงิน 5,000 บาท 30,000 เข้าร่วมธุรกิจกับท่าน ท่านว่าเขาเชื่อถือคนชวนมาก ใช่ไหม

มันสำคัญมากเลยนะครับ เพราะ มีคำถามสำคัญ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำธุรกิจ เขาจะถาม

คนที่มาชวนที่กำลัง Present จะช่วยให้ฉันประสบความสำเร็จ ได้หรือไม่? เพราะฉันไม่เคยมีประสบการณ์ เขาจะถามอยู่ในใจแต่ไม่พูดออกมา เขาจะพยักหน้า แต่ไม่ฟัง

คิดว่าเมื่อไหร่จะจบสักที แต่คิดอยู่ในใจว่า ท่านจะสามารถช่วยให้เขาประสบความสำเร็จได้หรือไม่ วิธีแก้ปัญหาคือ ท่านต้อง ใช้ความสำเร็จจากอัพไลน์ ให้อัพไลน์ของท่านพูด ไม่ว่าจะไปเจอกันแบบสองต่อสอง มีอัพไลน์ไปด้วย หรือว่าพูดในห้อง

ตัวท่านต้องนั่งเงียบและให้คนอื่นพูดแทน ให้ผู้มุ่งหวังได้คิดว่าคนนี้รู้จริงถ้าฉันเข้าร่วมกับเพื่อนฉัน ฉันจะได้เรียนกับคนนี้ใช่ไหมครับ ใช้อิทธิพลของคนสำเร็จแทน

เพราะฉะนั้นจงใช้ระบบในการ Present และเดี๋ยวเก่งแล้วอยากจะใช้ออฟไลน์ ฉัน Present เองแทนทีมงาน หรือจะใช้ระบบออนไลน์ Present เหมือนอย่างที่เราทำผ่าน webinar ท่านก็สามารถทำได้ แต่ตอนนี้ท่านต้องเรียนรู้ระบบก่อน

3.3 Promoting – การขับเคลื่อนองค์กร

ทักษะที่ 3 คือการโปรโมทหรือการขับเคลื่อนองค์กร โปรโมทคือการสนับสนุน การสนับสนุนทีมงานใหม่ ที่ท่านถามมาว่าทีมงานใหม่เข้ามา 2 เดือนก็เลิก

รู้หรือไม่ปัญหามาจากใคร มาจากตัวคุณเองนั่นแหละ สปอนเซอร์ทีมงานใหม่เข้ามาได้ แล้วทีมงานใหม่เลิก ก่อนที่จะได้เรียนรู้ ก่อนที่จะได้พัฒนาทักษะปัญหาอยู่ที่ตัวท่าน เพราะอัพไลน์ไม่ชัดเจนกับเขาตั้งแต่วันแรก

ว่าจะต้องใช้เวลา 6 เดือนใช้เวลาในการเรียนรู้ทักษะ แล้วคุณจะเรียนรู้ไปกับผม และผมจะประกบอยู่ข้างคุณตลอดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการนำเสนอ การพรีเซนต์ ผมจะสอนและทำงานคู่กับคุณอย่างน้อย 6 เดือน

อัพไลน์ที่ดีจะต้องเป็นเหมือนพ่อกับแม่ คอยสนับสนุนคอยสอนและคอยปกป้องไม่ให้เขาโดนคนที่บ้าน ชวนให้เลิกเขาต้องฉีดวัคซีน

เชษฐวิทย์ สิงขร:

การฉีดวัคซีนนั้นจะต้องถามเขาว่า วันนี้คุณมาฟังธุรกิจแล้ว คุณเข้าใจแล้วและถ้ากลับไปที่บ้าน คุณไปเล่าให้คนที่บ้านฟัง และคนที่บ้านบอกว่าไม่ให้คุณทำ ไม่เห็นด้วย คุณจะทำอย่างไร เขาก็จะตอบว่าผมก็ยังทำอยู่จะไม่เลิก ซึ่งเป็นคำมั่นสัญญาที่เขาให้ไว้กับเรา

กมลเวช เมืองศรี:

นี่คือสิ่งที่คนส่วนมากไม่ได้ทำไว้ตั้งแต่วันแรก จำไว้เลยนะครับถ้าท่านมีทีมงานแล้วเขามาวันแรก ก่อนเขากลับบ้านต้องฉีดวัคซีน

สมมุติว่าโค้ชแนมเป็นทีมงานผม ผมจะบอกว่าถ้ากลับบ้านไป ถ้าคนที่บ้านไม่เห็นด้วย คุณจะยังทำต่อไหม คุณจะเลิกหรือไม่ รอฟังคำตอบ ถ้าเขาบอกไม่เลิกนั่นหมายความว่ากลับบ้านได้

เพราะเราทำให้เขา มีความคาดหวังที่ถูกต้อง ว่ากลับไปอาจจะโดนต่อต้าน แล้วเขาจะกลับมาบอกว่าใช่เหมือนที่อาจารย์แบ่งปัน ให้ฟังเลย ว่ากลับไปเนี่ยภรรยาจะไม่เห็นด้วย แต่ผมก็ไม่เลิกเพราะถูกเตือนมาแล้ว

แต่ถ้าท่านไม่ฉีดวัคซีน กลับไปภรรยาจัดชุดใหญ่สามีจัดชุดใหญ่รับรองเลิกแน่นอน นั่นคือสาเหตุที่คนพอมีทีมงานใหม่เข้ามาแล้วพออีกวันโทรไปก็ไม่รับสายแล้ว เมื่อวานยังตื่นเต้นอยู่เลย พร้อมลุย แต่ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าหายไปไหน ตอนนี้เข้าใจหรือยังครับว่าหายไปไหน

เพราะเขาโดนคนที่มีอิทธิพลในชีวิตของเขาห้ามนั่นเองและท่านว่าเขาจะเชื่อคุณ เหลือเชื่อคนที่เขารักส่วนมากเขาก็จะยอมให้คนมาขโมยความฝันเพราะฉะนั้นต้องฉีดวัคซีน

เห็นไหมครับว่านอกจากเราสื่อสารกับผู้มุ่งหวังเป็นแล้ว ต้องสื่อสารกับทีมงานเป็นด้วย ต้องรู้ว่าแต่ละขั้นตอน คนใหม่ต้องสื่อสารอย่างไร ต้องเรียนอย่างไร ต้องทำให้เขามีค่า มีความคาดหวังที่ถูกต้อง

ไม่ใช่มาถึงขอลองสัก 3 วัน ถ้าไม่ได้ฉันจะเลิก คุณรู้ไหมว่าทีมงานใหม่ของเราส่วนมากมีความคาดหวังกันแบบนี้ ขอลองชวนคนดูก่อนถ้าไม่ไหวจะเลิก

โค้ชแนมเห็นด้วยไหมว่าคนที่เข้ามาธุรกิจเครือข่ายไม่เคยคุยกับคนเกิน 10 คน พอโดนปฏิเสธแค่ 2-3 คนก็เลิก แล้วจะสำเร็จได้อย่างไร แล้วก็บอกว่าธุรกิจเครือข่ายไม่ดีทำไม่เป็น

ไม่ใช่ครับปัญหามันอยู่ที่ท่าน ท่านไม่เข้าใจธุรกิจ เพราะฉะนั้นเราจะต้องให้เข้าใจก่อนชวนคนให้เป็นก่อน นำเสนอคนให้เป็นก่อนและโปรโมททีมให้เป็นก่อน

การขับเคลื่อนองค์กร ในแบบที่ 1 จะเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดใครๆก็ทำได้ ตั้งแต่วันแรกก็ทำได้เลย

สมมุติผมทำธุรกิจเครือข่ายวันนี้เป็นวันแรก แล้วผมพาเพื่อนมาด้วย สมัครเรียบร้อยแล้ว แล้วเราอยากจะขับเคลื่อนองค์กรวิธีที่ง่ายที่สุดโดยไม่ต้องมีความรู้อะไรเลยคือ

พาทีมงานของเราเข้างานเข้าระบบ เข้างานประชุม ที่แสดงถึงความสำเร็จของนักธุรกิจคนอื่น เราต้องรู้ว่า งานครั้งต่อไป จะมีเมื่อไหร่ ส่วนมากบริษัทต่างๆ จะจัดทุก 3 เดือนเราจะต้องขับเคลื่อนไม่ว่างานใหญ่ งานเล็ก งาน Training งานพบผู้นำ งานมอบรางวัล

ต้องพาคนเข้าระบบซึ่งไม่ต้องใช้ความรู้อะไรเลย ใช้ตัวเราต้องเข้าระบบก่อน

มีอยู่ 3 Stage ในธุรกิจเครือข่าย 3 สถานะที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จ 

  1. เราต้องเข้าระบบ ทีมของเรามีระบบอะไรเราต้องทำตามและเข้าระบบ เมื่อเราทำจนเกิดผลลัพธ์มีทีมงานเข้ามา
  2. ต้องพาทีมงานเข้าระบบ มันจะเริ่มสนุก เพราะเรามีทีม
  3. เมื่อเราสร้างองค์กรจนประสบความสำเร็จขึ้นมาแล้วเราสามารถออกจากระบบโดยที่ทีมงานเขาจะพาคนของเขาเข้าระบบอย่างต่อเนื่อง เราจะออกจากระบบเมื่อเรามี Passive Income แล้วซึ่งจะทำให้ท่าน มีอิสรภาพทางด้านการเงินและเวลาจริงๆ แต่ต้องเริ่มต้นที่ตัวเองเข้าระบบก่อน

มันคือเหตุผลที่อัพไลน์ พยายามชวนเราเข้าระบบเพื่อศึกษาเรียนรู้ แต่ถ้าเราไม่เข้าใจ และไม่ปรับทัศนคติให้ถูกต้อง เราก็จะไม่เข้าระบบ แต่ให้มีความคิดว่าเราจะเข้าไปดู ศึกษาว่าคนที่มีรายได้ 100,000 บาทต่อเดือนเขาทำได้อย่างไร

อยากฟังเรื่องราวของเขาซึ่งจะต้องฟัง จะต้องนั่งหน้าและจด บันทึกเทป เพื่อเอามาฟังต่อในรถ นี่คือสิ่งที่คนมีรายได้ 300 ล้านสอนผมมานะครับ

เพราะสมองมนุษย์เมื่อเรียนอะไรมาก็ตาม จะจำไม่ค่อยได้ ท่านต้องบันทึกวีดีโอ อัดเสียง ทุกท่านดูเราสองคน ไม่ว่าจะถามอะไรมาแล้วตอบได้หมดเพราะเราทำทุกอย่างมาก่อน ทำตามระบบทุกอย่างและทำมันมากพอเราเจอปัญหามามากพอไม่มีอะไรที่เราตอบไม่ได้ในธุรกิจเครือข่ายและธุรกิจออนไลน์

เพราะฉะนั้นการเคลื่อนคนเข้าระบบเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดท่านแค่ต้องปลูกฝังทัศนคติให้ทีมงานเข้าใจว่า เข้าระบบและจะประสบความสำเร็จได้ท่านต้องทำเป็นตัวอย่างด้วย

นี่คือ 3 ขั้นตอนที่ท่านจะต้องพัฒนาตัวเอง คือเรียนรู้วิธีเชิญคนวิธีสร้างรายชื่อวิธีการนำเสนอเคลื่อนคนเข้าระบบ บริษัทมีโปรโมชั่นอะไรมา เอามาบอกให้หมด

สมมุติว่าบริษัทมีโปรโมชั่นเราจะต้องสร้างโปรโมชั่นเพิ่มเข้าไปอีกเพื่อให้ทีมงานเกิดความตื่นเต้น จากเดิมสปอนเซอร์ได้ 3 คนได้ 3,000 แต่บริษัทเพิ่มให้อีก 1,000 อัพไลน์เพิ่มให้อีก 1,000 บาท จึงทำให้มีแรงสปอนเซอร์

เพราะจริงๆแล้วในงานทำธุรกิจเครือข่ายมันก็ต้องสปอนเซอร์อยู่แล้ว แต่เวลามีโปรโมชั่น คนจะยิ่งตื่นเต้น เช่นไปล่องเรือไปท่องเที่ยวไปกินอาหาร เพราะเวลาบริษัทออกโปรโมชั่นเขาจะคิดมาอย่างดีแล้ว ท่านก็จะได้ทั้ง 2 ทางเพราะถ้าทีมงานท่านขยายเติบโตท่านก็จะได้ด้วย

เชษฐวิทย์ สิงขร:

วิธีการเหล่านี้มันเป็นวิธีการที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จเพราะเราทำมันมาแล้ว วิธีการที่อาจารย์กมลเวชแบ่งปันทุกท่านสามารถนำไปใช้กับตัวเองให้ประสบความสำเร็จได้เลย

กมลเวช เมืองศรี:

หลายท่านที่ฟังอยู่อาจจะรู้สึกว่า ก็ทำกันมานานแล้วนี่ ก็เก่งแล้ว ก็พูดได้ แล้วถ้าผมต้องเริ่มจาก 0 จะเริ่มจากตรงไหนได้บ้าง คอร์สของเราที่เราเป็นเจ้าของ เว็บไซต์ MLM Online School.com 

เว็บไซต์นี้จะสอนวิธีวิธีการทำธุรกิจเครือข่ายเป็น step by step ทั้งออฟไลน์ และ ออนไลน์ก็ถ่ายทอดอย่างละเอียด และท่านสามารถสอบถามได้โดยการพิมพ์ข้อความคำถามไว้ที่ด้านล่าง เช่น อยากจะทำออฟไลน์ให้เก่งจะต้องเรียนแบบไหนดี อยากจะเรียนออนไลน์ให้เก่งต้องเริ่มต้นอย่างไร เราสองคนและทีมโค้ชของเราก็จะหาคำตอบมาให้ท่าน

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ขอให้ทุกท่าน นำการแบ่งปันของเราสองคนเอาไปปรับใช้ ในธุรกิจของท่านให้เติบโตและประสบความสำเร็จขึ้นเรื่อยๆ สำหรับวันนี้เราสองคนขอลาไปก่อนแล้วเจอกันในครั้งหน้าสวัสดีครับ

ถ้าเนื้อหานี้มีประโยชน์กับท่าน เราอยากทราบว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร?เขียนความเห็นที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ท่านสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าของท่านได้โดยการแชร์บทความนี้ออกไปเยอะๆ นะครับ

แด่ความสำเร็จบนโลกออนไลน์ของท่าน!

chetthawit-kamolwechkamolwech-chetthawitkamolwech-chetthawit

กมลเวช เมืองศรี & เชษฐวิทย์ สิงขร

MLM Attraction Blueprint 2.0

“ในที่สุด! วิธีที่ง่ายกว่าในการชวนคนเข้าร่วมธุรกิจ ที่ไม่ถูกปฏิเสธไม่สูญเงิน เวลาและแรงงานของท่านวิ่งไล่ล่าผู้มุ่งหวังคุณภาพแย่ๆอีกต่อไป”

“นี่คือสุดยอดวิชาที่ผมใช้สร้างธุรกิจเครือข่ายให้เติบโตมีรายได้ 7 หลัก โดยไม่ต้องโทรชวนคนไม่รู้จัก หรือขอร้องญาติพี่น้องเพื่อนฝูงอีกต่อไป …และผมอยากจะเปิดเผยให้ท่านได้รู้ด้วยว่า…”

จะทำอย่างไร ถ้าทำธุรกิจแล้วคนรอบข้างไม่เห็นด้วย?

จะทำอย่างไร ถ้าทำธุรกิจแล้วคนรอบข้างไม่เห็นด้วย?

ถ้าท่านไม่ต้องการเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธและล้มเหลวในการสร้างผลลัพธ์ให้กับธุรกิจเครือข่ายของท่านอีกต่อไป และต้องการรู้วิธีดึงดูดผู้คนให้เข้ามาขอสมัครทำธุรกิจกับท่านเอง คลิกที่นี่

ทำธุรกิจแล้วเคยยอมแพ้ รู้สึกว่าคนรอบข้างนอกจากจะไม่เห็นด้วยแล้ว ยังบั่นทอนกำลังใจให้รู้สึกไม่อยากไปต่ออีกด้วย ต้องทำอย่างไร?

วีดีโอ “จะทำอย่างไร ถ้าทำธุรกิจแล้วคนรอบข้างไม่เห็นด้วย?”

หนังสือเสียง 

“จะทำอย่างไร ถ้าทำธุรกิจแล้วคนรอบข้างไม่เห็นด้วย?”

สารบัญเนื้อหาวีดีโอ “จะทำอย่างไร ถ้าทำธุรกิจแล้วคนรอบข้างไม่เห็นด้วย?”หนังสือเสียง “จะทำอย่างไร ถ้าทำธุรกิจแล้วคนรอบข้างไม่เห็นด้วย?”ทำไม คนรอบข้างถึงไม่เห็นด้วยกับเราอย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆเราจะต้องยืนเหมือนต้นไม้ใหญ่ชัดเจนกับสิ่งที่ทำยืนหยัดไม่ยอมแพ้

เชษฐวิทย์ สิงขร:

สวัสดีครับมาพบกับเราสองคนอีกครั้งหนึ่ง แล้วนะครับ ปกตินะครับ ถ้าเราเจ็บป่วยแล้วก็ต้องไปหาหมอ เพื่อรับการรักษา แล้วก็ให้หมอจ่ายยาถูกไหมครับ แต่วันนี้นะครับเราสองคนโดยเฉพาะอาจารย์กมลเวช จะมาจ่ายยาให้กับผู้ที่ มีปัญหาหรือกำลังป่วยในการทำธุรกิจวันนี้นะครับ ก็มีคำถาม จากผู้ที่ประสบปัญหา คุณกรสหัส บอกว่าทำธุรกิจแล้วเคยยอมแพ้ รู้สึกว่าคนรอบข้างนอกจากจะไม่เห็นด้วยแล้ว ยังบั่นทอนกำลังใจให้รู้สึกไม่อยากไปต่ออีกด้วย ซึ่งปัญหานี้เขียนมากันเยอะมาก

ยังมีอีกปัญหานึงของ คุณศุภัชญา มีปัญหาคล้ายๆกันก็คือ เคยยอมแพ้เพราะแฟนไม่ทำเครือข่ายค่ะปัญหามีแบบนี้อาจารย์กมลเวชจะจ่ายยาอย่างไร เชิญเลยครับกมลเวช เมืองศรี:

สวัสดีทุกท่านนะครับ ช่วงกมลเวชจ่ายยา เหมือนเป็นหมอเลย จริงๆเอาประสบการณ์ ในการเอาชนะความท้าทาย ในการทำธุรกิจ เอามาแบ่งปันกัน

เวลาเราแบ่งปันวิชาผ่านทางอินเทอร์เน็ต ก็จะมีพี่น้องส่งคำถามมาเยอะแยะเลย

ซึ่งคำถามเมื่อสักครู่นี้ เป็นปัญหาที่ผมเชื่อว่า ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นทำธุรกิจ และอยากให้ประสบความสำเร็จ เจอกันเยอะมาก เรามาลองเจาะประเด็นดูว่าจริงๆแล้วปัญหา มาจากอะไร แล้วเราจะสามารถเอาชนะความท้าทาย ที่ทำให้เราไปต่อไม่ได้

โค้ดแนมเห็นด้วยกับผมไหมครับว่า คนที่เจอปัญหาประมาณ 95-97 เปอร์เซ็นต์เลิกหมดเลย

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ใช่ พอเจอปัญหาแล้วเลิกเลยไม่ไปต่อทำให้ธุรกิจที่ ตั้งเป้าหมายไว้ก็ล้มเลิกไปด้วย น่าเสียดายนะครับ

กมลเวช เมืองศรี:

เรามาเจาะทีละประเด็นกันว่า ทำไม คนรอบข้างถึงไม่เห็นด้วยกับเรา

ทำไม คนรอบข้างถึงไม่เห็นด้วยกับเรา

เวลาที่เราอยากจะเริ่มต้น ลงทุนหรือว่าลงมือสร้างธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นวงการธุรกิจออนไลน์ธุรกิจเครือข่าย ขายตรงประกันชีวิต พวกนี้มักจะโดนคนรอบข้าง และเป็นคนที่รักกันทั้งนั้นเลย พ่อแม่ สามี ภรรยา ห้ามไม่ให้เราทำ 

ซึ่งไม่ใช่ว่าผมไม่เคยโดน ผมก็เคยโดนเช่นเดียวกัน ทำให้เรามีความรู้สึกว่าทำไมล่ะเราตั้งใจทำจริงๆแต่ทำไมไม่เห็นด้วยกับเรา เรารู้นะว่ายังใหม่และไม่เกิดผลลัพธ์ แล้วเราจะทำอย่างไร

เพราะคนส่วนมากที่ยอมแพ้นั้นไม่อยากมีปัญหา กับคนที่เขารัก

สมมุติว่าภรรยาหรือสามีไปตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจเครือข่าย ธุรกิจออนไลน์ขายตรงประกันชีวิต หรือขายของออนไลน์ แล้วถ้าสามีไม่เห็นด้วย สามีเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีมาก่อน

เช่น อาจจะเคยทำแล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ แล้วก็รู้สึกว่าธุรกิจแบบนี้ไม่ดี ฉันทำไม่สำเร็จ เธอก็คงทำไม่สำเร็จ

จริงๆ ตรงนี้ผมอยากแนะนำแบบนี้ครับว่า ถ้าเราต้องการทำธุรกิจอะไรก็ตามให้ประสบความสำเร็จ คนที่ควรมีความเชื่อมั่นเกิน 100% หรือพันเปอร์เซ็นต์คือเราก่อน

ความเชื่อมั่นของเราจะเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ ที่อยู่กลางทุ่ง ที่ในทุ่งเหล่านั้นอาจจะมีแต่ต้นไม้เล็กๆหรือหญ้าเต็มไปหมดเลย แต่ต้นไม้ใหญ่นี้จะต้องมีคุณสมบัติสำคัญอย่างหนึ่ง ไม่ว่าพายุจะพัดฝนจะกระหน่ำ ท่านต้องยืนหยัดเหมือนต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น

อย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆ

อย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆ ให้กับ สิ่งต่างๆ ที่ถาโถมมาจากคนที่เรารัก ซึ่งผมทราบดีว่ายิ่งคนที่เรารักไม่เห็นด้วย ยิ่งทำให้รู้สึก คับแค้นใจและเจ็บปวดมากกว่าคนอื่น

และทำให้คนที่ เจอเหตุการณ์แบบนี้ตัดสินใจเลิกหมดเลย เพราะไม่อยากมีปัญหากัน ผมเองก็เคยเกิดประเด็นเหล่านี้ในชีวิตจะเล่าให้ฟังนะครับ

สมัยที่ผมเริ่มต้นอยากจะทำธุรกิจจากที่บ้านให้ประสบความสำเร็จ เมื่อ 10-15 ปีที่แล้ว ทำยังไม่เกิดผลลัพธ์ลงทุนไปเป็นแสน ดูแล้วยังไม่มีวี่แววแต่ผมเชื่อว่าผมสามารถประสบความสำเร็จได้

มีอยู่วันหนึ่งผมก็ได้รับโทรศัพท์ โทรมาจากคุณพ่อนั่นเอง ผมก็นึกว่าโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบ สอบถามว่าครอบครัวเป็นอย่างไรบ้าง ลูกผมยังเล็กอยู่ แต่พ่อโทรมานั้นน้ำเสียงไม่ดีเลย คือแบบโกรธมาเลย

น่าจะปรึกษากับคุณแม่เรียบร้อยแล้วว่า เดี๋ยวต้องจัดการให้ได้ต้องเอาลูกกลับไปทำงานประจำให้ได้ เพราะพ่อกับแม่ อยากให้ผมทำงานประจำ แต่ผมไม่ต้องการทำงานประจำ ผมลาออกมา เพื่ออยากจะสร้างธุรกิจให้สำเร็จ

พ่อก็เริ่ม บอกว่าส่งไปเรียนเมืองนอกเมืองนามาไม่มีสมองหรือไง ถึงมานั่งทำธุรกิจอะไร บ้าๆ บอๆอย่างนี้ จะต้องเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียนะ จะเอาเงินที่ไหนไปเลี้ยง ดูแล้วไม่มีอนาคตเลย ไม่ได้สอนให้ลูกมาเป็นคนโง่แบบนี้นะ

ที่ผมเล่านี่พูดแบบเบาๆนะครับ แต่จริงๆนี้หนักกว่านั้นครับ พ่อวางหูไป และคิดว่าจะทำให้ลูกตระหนัก

ซึ่งลูกก็ตระหนักแต่วิธีการสื่อสารนั้น ผมรู้สึกเจ็บปวดมาก แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกโกรธท่านนะ ครับผมรับทราบดี ถึงความเป็นห่วงของท่าน แต่พอวางโทรศัพท์ปุ๊บ น้ำตาผมก็ไหลเลยทันที กลั้นไม่อยู่

ภรรยาผมเห็นอาการ แล้ว เพราะเห็นว่า โทรศัพท์อยู่นาน 5 นาที ผมนั่งร้องไห้คนเดียวทนไม่ไหว เพราะว่าเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจมากเราเชื่อมั่น และเราอยากสำเร็จ แต่คนที่เรารักมากที่สุดในชีวิตคือคุณพ่อคุณแม่ไม่เห็นด้วย แล้วต้องการให้เราเลิก และกลับไปทำงานประจำ

โค้ชแนม เห็นด้วยไหมครับว่าช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่บอบบางที่สุดของเรา ง่ายมากเลยที่จะเลิก แล้วจังหวะนี้แหละที่คนเลิก

แต่ผมไม่เลิก ผมตัดสินใจเลยว่า ยังไงผมก็ไม่อนุญาตให้ใครมาขโมยความฝัน ของผมได้ จำคำนี้ไว้นะครับ ถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จ และเรากำลังทำอะไรใหม่ๆที่คนรอบข้างไม่เห็นภาพว่าเรากำลังทำอะไร และเขาไม่เชื่อว่าเราจะทำได้

Giant-Raintree-KanchanaburiGiant-Raintree-KanchanaburiGiant-Raintree-Kanchanaburi

เราจะต้องยืนเหมือนต้นไม้ใหญ่

เราจะต้องยืนเหมือนต้นไม้ใหญ่ และไม่อนุญาตให้ใครมาขโมยความฝันของเราไปได้ เพราะผมเชื่อว่าถ้าผมประสบความสำเร็จแค่คนเดียว ครอบครัวผมตระกูลผม ก็จะสุขสบายหมดเลย สมมุติผมทำธุรกิจจนมีรายได้เป็นล้านบาท คิดว่าครอบครัวเราจะดีขึ้นไหมครับ คุณภาพชีวิตดีขึ้น การกินการอยู่ บ้านรถ ทุกอย่าง

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ใช่ครับเพราะเราประสบความสำเร็จแค่คนเดียวทุกคนในครอบครัวก็ได้รับผลจากความสำเร็จนั้นด้วย

กมลเวช เมืองศรี:

ดังนั้น ท่านที่กำลังมีปัญหาคนรอบข้างไม่เห็นด้วยหมดหวังท้อแท้หมดกำลังใจ ถ้าท่านอยากประสบความสำเร็จจำคำผมไว้นะครับ อย่ายอมแพ้เด็ดขาด ท่านก็ ครับ ขอบคุณมากเลยครับ

แต่หูของท่าน จะต้องเหมือนมีบานพับที่ปิดเอาไว้อย่ารับ ความคิด – เหล่านั้นเข้ามา

เมนทอลของผมท่านหนึ่ง ผู้ที่ทำรายได้ 300 ล้าน ด้วยการสร้างธุรกิจจากที่บ้าน ท่านเคยแบ่งปันกับเราไว้ เขาไม่อนุญาตให้ใคร มาขโมยความฝันของเขาเลยแม้แต่แม่ของเขาเอง

แม่ของเขาจะเป็นกลุ่มคนที่ชอบเสพข่าว และฟังแต่เรื่องลบๆ เศรษฐกิจไม่ดีลงทุนทำธุรกิจเดี๋ยวโดนโกง ทำธุรกิจเดี๋ยวไม่ประสบความสำเร็จเดี๋ยวเจ้งขึ้นมาจะทำอย่างไร จะใส่แต่ความคิดลบ

เขาจะสื่อสารกับคุณแม่อย่างนี้ คุณแม่ครับ ผมรักคุณแม่มาก แต่ ณ ตอนนี้ผมต้องขออนุญาต ที่จะไม่สื่อสารกับแม่เกิน 5 นาที นะครับ เพราะพลังจากความคิดลบจากคนที่เรารักจะรุนแรงมากกว่าคนอื่นหลายเท่า 

หลังจากที่ผมได้รับการโค้ชชิ่ง สิ่งเหล่านี้ เราก็เลยเข้าใจว่าเรามีคุณสมบัติเหล่านี้ เหมือนกับตอนนั้นที่เราฟัง และเราก็ยัง ยืนหยัด และขอเวลา 3 ปี

3 ปีนี้ถ้าผมทำในสิ่งที่ทำนี้ไม่สำเร็จ ผมยินดีที่จะทิ้งทุกอย่าง แล้วกลับไปทำสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ผมทำ อยากให้ผมทำงานไปตลอดชีวิต ใช่ไหม ได้เลยผมยินดี แต่ผมขอ 3 ปี และขอให้สนับสนุนผมนะ ขอให้รักผมเหมือนเดิม ผมไม่ได้ดื้อ แต่ผมมีความเชื่อมั่นมาก ว่าจะประสบความสำเร็จ ขอเวลา 3 ปี ทำไมต้อง 3 ปีครับ

เชษฐวิทย์ สิงขร:

เพื่อที่จะมีระยะเวลากำหนดให้ เราใช้เวลาสร้างธุรกิจและให้ท่านได้รอด้วย เพราะเราต้องพัฒนาตนเอง

กมลเวช เมืองศรี:

ไม่ใช่เราสัญญาว่าเดือนหน้าเราจะประสบความสำเร็จ เป็นไปไม่ได้เพราะมันเร็วเกินไป เหมือนกับสัญญาไปเพื่อตัดปัญหา

การทำธุรกิจ มันต้องใช้เวลา กว่าจะพัฒนาตัวเอง กว่าจะเรียนรู้วิธีการทำการตลาด กว่าจะลงมือทำจนเกิดทักษะ กว่าจะสร้างผลลัพธ์ จากคนคนนึงที่ไม่เคยทำธุรกิจอะไรสำเร็จมาก่อนเลย จะให้สร้างธุรกิจจนประสบความสำเร็จมีรายได้หลักแสนหลักล้าน

ชัดเจนกับสิ่งที่ทำ

หลังจากที่ผมชัดเจนมาก ว่าผมจะไม่ยอมแพ้ไม่เลิกแล้วก็จะไปต่อ และขอให้เป็นกำลังใจให้ผมด้วย และอย่าว่าผมอีก ผมขออย่างเดียวคือกำลังใจ

เพราะถ้าผมสำเร็จแล้ว สำเร็จกันหมดทั้งครอบครัว ทายซิว่าเมื่อเวลาผ่านไป เราสำเร็จไหม เราก็ต้องสำเร็จสิครับ ถ้าเราไม่สำเร็จเท่ากับเราจะต้องทำในสิ่งที่เราไม่ชอบ ตลอดชีวิต คือเดิมพันชีวิตกันเลย

มันเลยทำให้ผมมีแรงบันดาลใจอย่างแรงกล้า ผมจะตื่นนอนเหมือน ที่บ้านถูกไฟไหม้ ตื่นมามีพลังมากวันนี้ต้องทำอะไร เราออกไปทำธุรกิจกันตะลุย เต็มที่ จนเราทำรายได้จากหลักหมื่น เป็นหลักแสนจากหลักแสนเป็นหลักล้าน

เท่านี้แหละสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรรู้ไหมครับพ่อกับแม่โทรมาใหม่ ดีใจนะประสบความสำเร็จแล้ว มีบ้านใหม่มีรถใหม่ โอนเงินให้มากกว่าเดิมหลายเท่า

สมัยก่อนตอนผมไม่มีเงิน ผมยังโอนให้แม่ 2,000 บาท ไม่มีจะกินเลยนะยังต้องกันให้แม่นะ ผมไม่ได้บอกแม่นะว่า ผมไม่เหลืออะไรแล้ว ผมไม่มีเงินแล้วนะ ผมไม่อยากให้คุณแม่กับคุณพ่อไม่สบายใจ

แต่คุณแม่ก็รู้สึกเสียใจว่า ทำไมทำธุรกิจสำเร็จแล้วให้แม่ 2,000 บาท แต่จริงๆตอนนั้นไม่ได้พูดความจริง ผมเลยแนะนำว่าเวลามีปัญหาอะไร ควรพูดความจริงกับคนใกล้ตัวเห็นด้วยไหมครับ พูดความจริงนะครับ สุดท้ายแล้วเราจะต้องมาถึงจุดที่พูดความจริงอยู่ดี

เพราะฉะนั้นอย่าหลอกสถานการณ์เป็นอย่างไร สถานการณ์การเงินเป็นอย่างไรธุรกิจเป็นอย่างไร ต้องสื่อสารให้ชัดเจน หลังจากที่เราประสบความสำเร็จแล้วโทรศัพท์มาใหม่ ทั้งพ่อและแม่ ถามว่าเป็นยังไงบ้างลูก ธุรกิจดีขึ้นมากใช่ไหม ดีใจด้วยนะ

จากที่เคยไม่เห็นด้วยกลับโทรมาชื่นชมและก็อวยพร คุณพ่อจากที่ เคยโทรมาต่อว่า โทรมาใหม่ และบอกว่าดีใจด้วยที่ลูกประสบความสำเร็จ ยินดีมากๆเลย และพ่อ ขออวยพรให้ลูก ประสบความสำเร็จ

ยืนหยัดไม่ยอมแพ้

กลายเป็นแบบชื่นมื่นไปหมดเลย ทั้งหมดนี้คือสาเหตุหลักมาจากที่เรา ยืนหยัดไม่ยอมแพ้

เพราะฉะนั้นทุกท่านครับ ถ้าต้องการเปลี่ยนคำขัดขวางไม่ให้เราประสบความสำเร็จ คนเหล่านี้ไม่ใช่เขาไม่รักเราเขารักเรามาก แต่เขากลัวว่าเราจะไปล้มเหลวและรับไม่ไหว เขาเลยต้องดึงเรากลับมา ในจุดที่ทุกคนอยู่แล้วเราสบาย จริงๆแล้วไม่ค่อยสบายหรอกนะ

เพราะฉะนั้นสุดท้ายแล้วผมสรุปเลยว่า ทั้งคุณกรสหัส และคุณศุภัชญา ที่ถามคำถามมา ถ้าได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หรือตอนนี้กำลังดำเนินธุรกิจอยู่ จงอย่ายอมแพ้โดยเด็ดขาด แล้วก็ยืนหยัด ถึงแม้ว่ารอบข้างเราคนทั้งโลกจะไม่เห็นด้วยกับเราเลย เราก็ต้องยืน เพราะวันใดที่เราทำแล้วประสบความสำเร็จ วันนั้นเราจะชนะคนทั้งโลกที่ไม่เห็นด้วยกับเราโค้ดแนมมีประสบการณ์นี้ไหมครับ

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ประสบการณ์ในส่วนของผม เนื่องจากเราเห็นข้อมูลธุรกิจมามากกว่าเขา ซึ่งเขายังไม่ได้เห็นรายละเอียดต่างๆ

สิ่งที่ผมทำก็คือ พามาดูด้วยเลย มาดู มาเห็นด้วยกัน แล้วค่อยมาห้ามกันอีกทีนึง เพราะตอนแรกที่เขาคัดค้านเพราะเขาไม่เห็นข้อมูล และไม่เห็นภาพ เราแค่เอาความตื่นเต้นของเราไปเล่าให้เขาฟัง

ซึ่ง เนื่องจากเขามีประสบการณ์เดิมๆ ก็อาจจะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เราเข้าใจมาเพราะฉะนั้นพาเขาไปฟังด้วย ก็จะทำให้ลดสิ่งที่เขากังวลลงไปได้มาก แล้วถ้าเขาเห็นด้วยเขาก็จะมาช่วยเราทำ ถ้าเขาเห็นว่าสิ่งที่เราตัดสินใจนั้นถูกต้อง

แต่คนที่ทำงานหลักก็ยังคือเรา เราก็ต้องรักษาเป้าหมายความฝันของเราให้ประสบความสำเร็จ

กมลเวช เมืองศรี:

เป็นสิ่งที่ดีมากครับ ซึ่งคนที่มีครอบครัว ใครก็ตามที่เป็นนักสร้างโครงการใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายสามี อยากจะทำอะไรใหม่ๆ ภรรยาก็มัก จะกังวลว่าทำได้เหรอ เพราะธรรมชาติของสุภาพสตรี ต้องการความมั่นคง ไม่อยากให้ครอบครัวมีปัญหา แต่ผู้ชายชอบความตื่นเต้นชอบลุย

มันไม่มีอะไรผิดถ้าคู่ของท่านไม่เห็นภาพและไม่สนับสนุน หน้าที่ของท่านก็คือ ก็ต้องยืนหยัดและบอกกับเขาว่าขอเวลา จะ 1 2 หรือ 3 ปีขอเถอะ และขอให้คุณสนับสนุนฉันนะ อย่าได้คัดค้านเลย

เพราะมีเมนทอลอีกท่านหนึ่งแนะนำผมว่า คุณเดินทางรอบโลกสร้างธุรกิจจนประสบความสำเร็จมีเป็นสิบเป็นร้อยล้าน เคยโดนขัดขวางบ้างไหม เขาบอกว่า มี และถ้า เขาไม่ให้ทำ คุณจะทำอย่างไร เขาบอกว่าเขาก็จะเลิก กับภรรยา

เขาบอกว่ารักภรรยามากแต่ถ้าใครก็ตามมาขัดขวาง ความฝันของเขา แต่ยังรักเหมือนเดิม แต่จะขอตามความฝัน เพราะเขาชัดเจน และขอให้ภรรยาสนับสนุนเขา

ทายสิครับว่าภรรยาเขาเลิกหรือว่าเดินตาม สุดท้ายภรรยาเดินตามความฝันกับเขาด้วย

เพราะท่านเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ไม่ว่าจะโดนพัดกระหน่ำ หรือพายุอะไรก็ไม่ล้ม สุดท้ายใครจะแพ้ มันต้องมีฝ่ายหนึ่งที่แพ้ ถ้าท่านไม่ใช่ฝ่ายแพ้ ก็อีกฝ่ายนึงเป็นฝ่ายที่แพ้

ถ้าท่านยืนหยัดหลักการนี้ไว้ท่านจะเป็นผู้ชนะ ตลอดกาล 

เชษฐวิทย์ สิงขร:

สำหรับวันนี้ท่านได้รับ การจ่ายยาจากอาจารย์กมลเวชไปเรียบร้อยแล้ว หวังว่าท่านคงจะนำไปใช้ และนำไปสร้างธุรกิจของท่าน จนประสบความสำเร็จ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

ถ้าเนื้อหานี้มีประโยชน์กับท่าน เราอยากทราบว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร?เขียนความเห็นที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ท่านสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าของท่านได้โดยการแชร์บทความนี้ออกไปเยอะๆ นะครับ

แด่ความสำเร็จบนโลกออนไลน์ของท่าน!

kamolwech-chetthawitkamolwech-chetthawitkamolwech-chetthawit

เชษฐวิทย์ สิงขร & กมลเวช เมืองศรี

MLM Attraction Blueprint 2.0

“ในที่สุด! วิธีที่ง่ายกว่าในการชวนคนเข้าร่วมธุรกิจ ที่ไม่ถูกปฏิเสธไม่สูญเงิน เวลาและแรงงานของท่านวิ่งไล่ล่าผู้มุ่งหวังคุณภาพแย่ๆอีกต่อไป”

“นี่คือสุดยอดวิชาที่ผมใช้สร้างธุรกิจเครือข่ายให้เติบโตมีรายได้ 7 หลัก โดยไม่ต้องโทรชวนคนไม่รู้จัก หรือขอร้องญาติพี่น้องเพื่อนฝูงอีกต่อไป …และผมอยากจะเปิดเผยให้ท่านได้รู้ด้วยว่า…”

ธุรกิจเครือข่าย เลือกอย่างไรให้ยอดเยี่ยม

ธุรกิจเครือข่าย เลือกอย่างไรให้ยอดเยี่ยม

ถ้าท่านไม่ต้องการเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธและล้มเหลวในการสร้างผลลัพธ์ให้กับธุรกิจเครือข่ายของท่านอีกต่อไป และต้องการรู้วิธีดึงดูดผู้คนให้เข้ามาขอสมัครทำธุรกิจกับท่านเอง คลิกที่นี่

น้องควรทำธุรกิจเครือข่ายอะไรดี เพราะในปัจจุบันมีธุรกิจเครือข่ายมากมาย เต็มไปหมดเลย น้องเป็นคนลาวอายุ 20 ปี แต่มีความชอบในธุรกิจเครือข่าย

อยากทราบว่าจะเริ่มทำธุรกิจเครือข่ายบริษัทไหนดีเพราะมีเต็มไปหมดเลย ดูแล้วก็ดีไปหมดเลย

วีดีโอ “ธุรกิจเครือข่าย เลือกอย่างไรให้ยอดเยี่ยม”

หนังสือเสียง 

“ธุรกิจเครือข่าย เลือกอย่างไรให้ยอดเยี่ยม”

สารบัญเนื้อหา

“ธุรกิจเครือข่าย เลือกอย่างไรให้ยอดเยี่ยม”หลักการข้อที่ 1บริษัทจดทะเบียนถูกต้อง และเปิดมามากกว่า 5 ปีหลักการข้อที่ 2สินค้าดี มีความจำเป็นต้องใช้ และต้องซื้อซ้ำหลักการข้อที่ 3แผนการจ่ายผลตอบแทนคุ้มค่าและยุติธรรมหลักการข้อที่ 4ต้องมีระบบที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้หลักการข้อที่ 5มีผู้นำที่ดี

กมลเวช เมืองศรี:

สวัสดีครับทุกๆท่านวันนี้ผมกับอาจารย์เชษฐวิทย์ ได้รับคำถามเยอะแยะมากมายที่ส่งเข้ามาถึงเรา เราก็เลยเข้ามาตอบคำถามในช่องทาง Social Media เพื่อที่จะให้ทุกๆท่านที่ใฝ่รู้ใฝ่เรียน ในการพัฒนาตนเองเพื่อที่จะสร้างธุรกิจของตัวเองให้ประสบความสำเร็จ ได้เจอกับช่องทาง ในการแก้ไขปัญหาของท่านที่มีอยู่ 

อาจารย์เชษฐวิทย์ วันนี้มีคำถามอะไรบ้างครับ

เชษฐวิทย์ สิงขร:

มีคำถามหลายคำถามที่อยากจะรู้อยากจะทราบ เรื่องราวต่างๆหลังจากที่ได้ศึกษาเรียนรู้กับอาจารย์กมลเวช กูรูทางด้าน MLM Online เรามาเริ่มกันเลยที่คำถามแรก 

จากผู้ที่เรียกตัวเองว่าน้องมีคำถามว่า น้องควรทำธุรกิจเครือข่ายอะไรดี เพราะในปัจจุบันมีธุรกิจเครือข่ายมากมาย เต็มไปหมดเลย น้องเป็นคนลาวอายุ 20 ปี แต่มีความชอบในธุรกิจเครือข่าย นี่คือคำถามครับ

กมลเวช เมืองศรี:

คุณอิ๊บ พี่น้องจาก สปป.ลาว ที่ได้ส่งคำถามมาถึงเรา และอยากทราบว่า จะเริ่มทำธุรกิจเครือข่ายบริษัทไหนดี เพราะมีเต็มไปหมดเลย ดูแล้วก็ดีไปหมดเลย

ผมเชื่อว่าก็เป็นเหมือนหลายๆ ท่านที่กำลังมองหาช่องทางธุรกิจ และอยากจะเลือกบริษัทที่เวิร์ค ที่ถูกต้อง 

เราก็เคยมีประสบการณ์ในการเลือกบริษัทที่ไม่ดี และสิ่งที่ตามมาคือ

เชษฐวิทย์ สิงขร:

มีปัญหาต่างๆ และบริษัทบางครั้งก็ทำไม่ดีกับนักธุรกิจ หรือบางทีไปต่อไม่ได้เพราะมีปัญหาในการสร้างทีม

กมลเวช เมืองศรี:

ผมขออนุญาตแบ่งปันอย่างนี้นะครับ มันมีหลักการในการเลือกธุรกิจเครือข่ายอยู่ ผมจะเอามาแนะนำให้ท่านรู้ว่าถ้าท่านจะเลือก ธุรกิจเครือข่ายบริษัทหนึ่ง เราควรจะใช้หลักการอะไรเพื่อให้รู้ ว่าบริษัทที่เราเลือกไปนั้น มันจะเวิร์คสำหรับเรา คือทำแล้วได้เงินได้เลื่อนตำแหน่ง มี Passive Income และสินค้าดีด้วย 

1

หลักการข้อที่ 1

บริษัทจดทะเบียนถูกต้อง และเปิดมามากกว่า 5 ปี

เป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าจดทะเบียนไม่ถูกต้อง เช่น ชื่อไม่ตรง สินค้าไม่ตรง ระมัดระวังเลยนะครับ จะกลายเป็นแชร์ลูกโซ่ เพราะเขาอาจจะไปสวมกับทะเบียนคนอื่น ซึ่งมันมีเยอะมาก เราต้องระวัง

แล้วถ้าเกิดบริษัทนั้นกลายเป็นแชร์ลูกโซ่ขึ้นมาจริงๆ แล้วเราแนะนำคนไปเยอะ เราจะกลายเป็นโดนหางเลขด้วยทั้งๆ ที่ไม่รู้เรื่องด้วยเลย เพราะกฎหมายจะเอาผิดกับผู้นำด้วย 

และบริษัทนั้นจะต้องเปิดมาแล้วมาก กว่า 5 ปี เห็นด้วยไหมครับ

เชษฐวิทย์ สิงขร:

เห็นด้วยครับเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า บริษัทเปิดมาแล้วจริงจังกับธุรกิจ ไม่ใช่เปิดมาเพื่อที่จะหลอกเอาเงินเรา

กมลเวช เมืองศรี:

ใช่ เป็นคำแนะนำที่ถูกต้องมาก เพราะอะไรบริษัทนั้นควรจะมีอายุเกิน 5 ปี  

แล้วมาเข้าตอนนี้มันไม่ช้าไปเหรอ จริงๆ แล้วไม่เกี่ยวมันยังมีโอกาสอีกมาก

ถ้าท่านต้องการจะสร้างธุรกิจแล้วให้ประสบความสำเร็จ และบริษัทจะจ่ายเงินให้ท่านไปตลอดชีวิตโดยไม่ปิดไปก่อน ในวงการธุรกิจเครือข่ายนะครับทุกท่าน บริษัทที่เปิดใหม่ๆ มักจะอยู่รอดไม่เกิน 5 ปี

และถ้าบริษัทอยู่ไม่รอดเกิน 5 ปี และปิดตัวไปก่อน หนีไปก่อน หรือแจ้งไปก่อน

องค์กรที่ท่านสร้าง รายได้ที่ท่านสร้าง สมมุติว่าท่านสร้างรายได้มากกว่าแสนบาทต่อเดือนแล้ว แต่ถ้าบริษัทปิดไปรายได้ท่านก็จะหายหมดเลย เพราะฉะนั้นไม่น่าเสี่ยงเด็ดขาด

เชษฐวิทย์ สิงขร:

เราเคยเจอมาเหมือนกันนะครับ บริษัทใหม่ที่เราทำไม่ถึงปีก็ปิดไปเสียแล้ว นี่คือประสบการณ์ที่นำมาแบ่งปันกัน ท่านจะต้องระวังไว้

กมลเวช เมืองศรี:

คือ บริษัทใหม่ๆ นั้นมันดูดีมาก เปิดตัวยิ่งใหญ่อลังการ มีสินค้าเทพ แผนการจ่ายผลตอบแทนยิ่งเทพ พวกนี้น่ากลัวมากผมบอกเลยครับ ระมัดระวังให้ดี อะไรที่จ่ายเยอะเกิน ไม่น่าเชื่อว่าจะจ่ายได้ขนาดนี้ให้ระมัดระวังให้ดี

เขาเรียกว่า Over Play  แล้วก็จ่ายไม่ไหว จะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ คือ ไปเอาเงินจากคนใหม่มาจ่ายให้คนเก่า 

2

หลักการข้อที่ 2

สินค้าดี มีความจำเป็นต้องใช้ และต้องซื้อซ้ำ

สินค้าจะต้องดี และเป็นสินค้าที่ผู้คนจำเป็นจะต้องซื้อใช้ซ้ำทุกเดือน

เพราะธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจแห่งการซื้อซ้ำ ถ้าท่านสร้างธุรกิจเครือข่ายและสินค้านั้นซื้อซ้ำได้ยาก ยกตัวอย่างเช่น เตียงแม่เหล็ก  โค้ชแนม จะซื้อเตียงแม่เหล็กทุกเดือนไหม

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ไม่หรอกครับซื้อครั้งเดียวแล้วใช้ไปตลอดชีวิต 

กมลเวช เมืองศรี:

เพราะฉะนั้นบริษัทเครือข่ายใหญ่ๆ ก็มาจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ของใช้ประจำวัน สบู่ยาสีฟัน อาหารเสริม ครีมทาหน้า สินค้าพวกนี้คือคนต้องใช้ทุกวัน

แต่มันจะแบ่งออกเป็น 2 ระดับคือ จำเป็นต้องใช้ และไม่จำเป็นต้องใช้  ยาสีฟันจำเป็นใช่ไหม อาหารเสริมราคาแพงแพงจำเป็นไหม สินค้าจะต้องดีผู้บริโภคใช้แล้วประทับใจ ใช้แล้วเห็นผล 

เชษฐวิทย์ สิงขร:

จากประสบการณ์ถ้าสินค้านั้นดี และประหยัดมากกว่าท้องตลาดจะทำให้ธุรกิจนั้นเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

กมลเวช เมืองศรี:

ถ้าสินค้าแพงเกินไป จะมีผลหรือไม่

เชษฐวิทย์ สิงขร:

มีผลครับเพราะถ้าสินค้าแพงใช้แล้วหมดไปก็จะต้องซื้อใหม่อีกแล้ว ก็จะต้องลงทุนซื้อสินค้านั้นทุกๆเดือน จะทำให้ลงทุนเยอะเกินไป

3

หลักการข้อที่ 3

แผนการจ่ายผลตอบแทนคุ้มค่าและยุติธรรม

กมลเวช เมืองศรี:

แผนการจ่ายผลตอบแทน เรื่องรายได้สำคัญมากใช่ไหม แล้วเราจะเลือกอย่างไรว่าแผนไหน ดีแผนไหนไม่ดี แล้วเหมาะกับเราหรือไม่

ท่านต้องเลือกประกอบการตั้งแต่ข้อแรก มีนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมีรายได้หลักแสนหลักล้านต่อเดือนบ้างหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าแผนธุรกิจบริษัทนั้นใช้ได้ ผู้คนยังไม่เลิก และยังขึ้นตำแหน่งอยู่ มีคนออกรถใหม่ซื้อบ้านใหม่  

คือดูประกอบการว่าบริษัทนี้จ่ายผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่ และทีมงานต่างๆ โตขึ้นหรือไม่ เพราะเรื่องของผลตอบแทนนั้นสำคัญมาก 

เมื่อโย’กับข้อหนึ่งแล้ว ท่านสร้างธุรกิจไป ถ้าบริษัทนั้นมีแผนทำให้จ่ายเงินเยอะจน Over Pay  สุดท้ายก็ไม่มีเงินจ่ายปิดตัวไป กลายเป็นแชร์ลูกโซ่ไปเลย 

เพราะฉะนั้นจำไว้นะครับว่า บริษัทเครือข่ายที่เติบโตในทุกวันนี้ ส่วนมากจ่ายค่าคอมมิชชั่นไม่เกิน 8 ถึง 12 เปอร์เซ็นต์

จะเป็นแผนกี่ข้อก็ตามเมื่อคำนวณแล้ว แทบทุกบริษัทจะจ่ายเท่านี้ทั้งสิ้น ถ้าท่านกำลังพิจารณาแล้วผ่าแผน ท่านลองดูว่าเมื่อจ่ายเงินแล้วรวมทั้งหมดจ่ายออกมากี่เปอร์เซ็นต์

อย่าไปเชื่อเรื่อง 50% นะครับ มันเป็นแค่บางข้อเท่านั้น 

ถ้าบริษัทเหล่านั้นจ่ายประมาณเท่านี้ผมเชื่อว่าเขาอยู่ได้  โค้ชแนม เจอบริษัทที่จ่ายแรงจ่ายเร็วแล้วหายไปมีบ้างไหมครับ

เชษฐวิทย์ สิงขร:

มีครับ เป็นบริษัทเปิดใหม่นี่แหละครับ แล้วก็มาโฆษณาชวนเชื่อ เลยทำให้ผู้คนเข้าไปและหลงเชื่อ

คนแรกๆอาจจะได้ ก็มองเห็นว่าคนแรกได้แต่ในท้ายที่สุดแล้ว บริษัทจ่ายเยอะเกินไปทำให้จ่ายไม่ไหวบริษัทก็มีปัญหา มีบริษัทแบบนี้เยอะมาก

กมลเวช เมืองศรี:

ต้องระมัดระวังนะครับเราเคยมีประสบการณ์มาก่อน เราเคยเลือกผิดเช่นเดียวกันแล้วพอเราเลือกผิด กลับกลายเป็นว่าเราดูเหมือนจะไปหลอกคนด้วย แต่เราไม่ได้มีเจตนาจะทำแบบนั้น

แต่พอบริษัทปิด คนที่อยากมาทำธุรกิจกับเรา ก็คิดว่าเราคือคนทำผิดไปด้วย ซึ่งต้องระมัดระวังมากๆ

4

หลักการข้อที่ 4

ต้องมีระบบที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้

ข้อนี้สำคัญมาก ให้ดูระบบ ว่าระบบของคนที่มาชวนท่าน ว่าเขามีระบบที่จะสามารถพัฒนาตัวท่านในการทำธุรกิจเครือข่าย

และมีระบบที่จะสนับสนุนให้ท่านประสบความสำเร็จง่ายขึ้นหรือไม่ ผมเชื่อว่าโค้ชแนมน่าจะแยกแยะระหว่าง

องค์กรที่ไม่มีอะไรเลยมีแต่คำคุยโฆษณาว่าแผนดีที่สุด พอสมัครเข้ามาแล้วไม่รู้ว่าจะสอนอะไร

กับองค์กรที่มีระบบดีจริงๆ พัฒนาคนเป็นขั้นเป็นตอนเข้าใจวิธีเชิญคน เข้าใจการสปอนเซอร์คน โค้ชแนม ว่ามันแตกต่างกันเยอะไหม 

เชษฐวิทย์ สิงขร:

แตกต่างกันเยอะมาก ผมผ่านธุรกิจเครือข่ายมามากกว่า 10 ปี ระบบในสมัยนี้แตกต่างจากเมื่อก่อน คือ ระบบการเรียนการสอน

ในสมัยก่อนเขาจะเรียกว่าเซ็นเตอร์ ซึ่งเราจะต้องไปเรียนที่เซ็นเตอร์ เป็นโรงเรียนสอนธุรกิจ ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีอะไร เขาสอนแล้วเราเข้าไปเรียนรู้แล้วก็นำไปลงมือทำ นั่นคือระบบในสมัยก่อน

แต่ในปัจจุบันนี้เรามีระบบเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นมากมาย เรามีระบบที่ทันสมัย

กมลเวช เมืองศรี:

ถ้าเอาตามหลักการที่ถูกต้อง เราควรจะเอาไปใช้ในออนไลน์ด้วย เพราะผู้คนบนโลกออนไลน์ก็คือผู้คนแบบเรานี่แหละ แค่ถือโทรศัพท์และก็เข้าไปในโลกออนไลน์

เราจึงสามารถทำการตลาดออนไลน์  ช่วยค้นหาผู้มุ่งหวังที่ใช่ ที่เขาอยากจะทำธุรกิจเครือข่ายแล้วก็นำเข้าสู่ระบบของเรา 

ท่านต้องตรวจสอบให้ดีถามผู้สปอนเซอร์ของท่าน ว่ามีระบบสอนการเชิญคนมาดูอากาศไหม

มีระบบสนับสนุนในการสปอนเซอร์หรือไม่ มีการบรรยายทุกสัปดาห์หรือไม่ อัพไลน์สามารถจะพาผู้สมัครใหม่ไปสปอนเซอร์ทีมงานใหม่ๆ ได้หรือไม่ แล้วสอนอย่างไร

ถ้าท่านไม่รู้ ขอให้ท่านดูวีดีโอเก่าๆของเรา ที่เราสอนอย่างละเอียดว่าจะต้องเริ่มต้นธุรกิจเครือข่าย  1 2 3 4 อย่างไร ถ้ายังไม่เคยดูคอมเมนต์ลงไปนะครับว่าขอดูวีดีโอเหล่านี้ หรือคลิกลิงก์ที่อยู่ใต้วีดีโอนี้ ก็จะพาให้ท่านไปดูวิธีการที่ทำให้นักธุรกิจเครือข่ายประสบความสำเร็จ

ถ้าไม่มีระบบท่านจะทำงานลำบาก คือจะต้องเรียนรู้และลุยเอาเอง จงหาทีมที่มีระบบที่ดี

5

หลักการข้อที่ 5

มีผู้นำที่ดี

สำคัญมากเลยนะครับว่า ทีมที่มาสปอนเซอร์ท่านมีผู้นำสัก 1 คนไหม ที่รู้จริงประสบความสำเร็จจริงแล้วสามารถสอนให้ท่านรู้จริง และประสบความสำเร็จจริงๆ ด้วย

โค้ชแนมเคยมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจกับคนที่ มาใหม่ๆทั้งคู่ไม่รู้จะทำอะไรเคยมีบ้างไหม และเป็นอย่างไรบ้าง

เชษฐวิทย์ สิงขร:

มีครับคือเราเองก็ไม่รู้ว่าจะสอนเขาอย่างไร และเริ่มต้นอย่างไรสุดท้ายก็เลิกกันไปทั้งคู่ แบบนี้จบเลยนะครับแต่มีวิธีแก้

กมลเวช เมืองศรี:

วิธีแก้นั้นง่ายนิดเดียว ไม่จำเป็นว่าผู้แนะนำ จะต้องเก่งทุกคนนะครับ แต่ควรจะมีผู้นำสัก 1 คนในสายงานที่เขารู้จริงในการช่วยให้ท่านประสบความสำเร็จ ให้ดูคนที่มาสปอนเซอร์ท่านก่อน ว่าเขาจะสามารถช่วยให้ท่านประสบความสำเร็จบ้างได้ไหม สอนได้หรือไม่ แนะนำได้หรือไม่ แล้วตัวท่านเมื่อเข้าไปทำธุรกิจ จะทำได้หรือไม่ ถ้าท่านทำงานร่วมกับเขาเหล่านั้น

จากประสบการณ์ในธุรกิจแรกของผม ผู้สปอนเซอร์ของผมค่อนข้างใหม่เช่นเดียวกัน และไม่ได้สอนอะไรมากเท่าไหร่นัก ทำให้ผมต้องดิ้นรนมากในการเรียนรู้ และวิธีการในองค์กรนั้นเป็นวิธีการที่ทำงานได้ยาก เติบโตได้ช้ามาก คนใหม่อย่างเราพอผ่านไป 3 ปี ก็ไปไม่รอด เพราะว่าเมื่อทำได้ยากใช้เวลาเยอะต้นทุนไม่มากพอก็ไปต่อไม่ได้

เพราะฉะนั้นผู้นำสำคัญมาก ถ้าท่านเจอกับผู้นำที่เขารู้จริง เชี่ยวชาญจริงเก่งจริง พร้อมจะสอนท่านด้วย ขอให้ท่านยึดเอาผู้นำนั้นเป็นหลัก ถามเขาเลยว่าถ้าผมมีคำถามหรือข้อสงสัยหลังจากเข้าร่วมธุรกิจ พร้อมที่จะสอนผมหรือไม่ ต้องให้เขารับปากนะครับ ส่วนมากแล้วตอนที่เรายังไม่สมัครเขาจะทำอย่างไร

เชษฐวิทย์ สิงขร:

ก็ชวนโน้มน้าวอย่างไรก็ได้ให้เราสมัครไว้ก่อน รับปากทุกอย่างแต่พอสมัครแล้วอีกเรื่องนึงเลยครับ  พู้แนะนำที่ไม่ดีนะครับพอสมัครเสร็จเขาก็ปล่อยให้เราหากินเองแล้วเขาก็ไปหาคนใหม่

กมลเวช เมืองศรี:

ตรงนี้สำคัญมากนะครับโค้ชแนม เป็นเรื่องของ mindset ธุรกิจเครือข่ายไม่ได้สิ้นสุดตอนที่สมัครคนได้นะครับ มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นก้าวแรก ถ้าใครก็ตามที่คิดว่าธุรกิจเครือข่ายพอชวนคนได้แล้วจบไม่ใช่เลยนะครับเป็น mindset ที่ผิดมากองค์กรล้มแน่นอน

ธุรกิจเครือข่ายเริ่มต้นได้เมื่อผมพยายาม Sponsor คน แล้วคนๆ นั้นตัดสินใจเข้าร่วมธุรกิจกับผม นั่นหมายความว่า ท่านได้ให้คำมั่นสัญญาว่า ท่านจะสอนทุกอย่างที่จะช่วยให้เขาเข้าใจธุรกิจ สินค้า แผน วิธีการสมัคร วิธีการสปอนเซอร์คน วิธีการขยายองค์กร ท่านต้องพร้อมสอนสิ่งจำเป็นเพื่อให้เขาสำเร็จถ้าท่านไม่พร้อมแล้วถ้าสมัครเขาเข้ามาเท่ากับท่านหลอกกินเงินเขา

เชษฐวิทย์ สิงขร:

แล้วเราจะทำอย่างไรถ้าเราสมัครกับผู้ที่ยังไม่พร้อม

กมลเวช เมืองศรี:

ให้ถามว่ามีอัพไลน์สูงขึ้นไปอีกระดับหรือไม่ เราสมัครกับนายเพราะเชื่อใจนาย เรียนมาด้วยกันเป็นเพื่อนซี้กัน เชื่อว่าไม่หลอกฉันแน่นอน แต่เราก็ไม่ทั้งคู่คนที่ชนนายเป็นใครพาไปรู้จักแล้วฉันจะถามวิธีการทำธุรกิจ

ผู้ที่เป็นสปอนเซอร์จำไว้นะครับฉันจะต้องมีหน้าที่ในการแนะนำอัพไลน์สูงขึ้นไปอีก 3 ถึง 5 ชั้นต้องแนะนำให้ทีมงานใหม่รู้จัก พร้อมกับเบอร์ติดต่อเพราะธุรกิจเครือข่ายคือธุรกิจที่ผู้คนที่มาก่อนพร้อมจะช่วยคนที่มาทีหลัง แต่ถ้าไม่มีใครสามารถช่วยท่านได้แสดงว่าท่านมาผิดองค์กรแล้วครับ

เพราะฉะนั้นการเลือกผู้นำสำคัญมาก

เชษฐวิทย์ สิงขร:

มันจะชี้ชะตาเลยว่าเราจะสำเร็จหรือล้มเหลวถ้าผู้นำที่ดีเขาจะพาไปเราไปสู่ความสำเร็จ

กมลเวช เมืองศรี:

วีดีโอนี้มีคุณค่ามากนะครับเราจะเอาคำถามที่พบบ่อย แล้วเห็นว่าดี ถ้าตอบคำถามแล้ว ช่วยให้ชีวิตผู้คนแก้ไขปัญหาให้ชีวิตดีขึ้น เราก็จะมาพบกับท่านอีก

เชษฐวิทย์ สิงขร:

จะได้ความรู้จากประสบการณ์ที่เราสองคนเคยทำมาก่อน ทั้งประสบความสำเร็จ และล้มเหลว ท่านจะได้ไม่ต้องมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง บางครั้งการเรียนรู้ด้วยตัวเองก็สำคัญมาก แต่ถ้าท่านมาฟังเราสองคน ท่านจะได้เรียนลัดก้าวข้ามความล้มเหลวไปได้เลย และประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น

ถ้าเนื้อหานี้มีประโยชน์กับท่าน เราอยากทราบว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร?เขียนความเห็นที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ท่านสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าของท่านได้โดยการแชร์บทความนี้ออกไปเยอะๆ นะครับ

แด่ความสำเร็จบนโลกออนไลน์ของท่าน!

kamolwech-chetthawitkamolwech-chetthawitkamolwech-chetthawit

เชษฐวิทย์ สิงขร & กมลเวช เมืองศรี

MLM Attraction Blueprint 2.0

“ในที่สุด! วิธีที่ง่ายกว่าในการชวนคนเข้าร่วมธุรกิจ ที่ไม่ถูกปฏิเสธไม่สูญเงิน เวลาและแรงงานของท่านวิ่งไล่ล่าผู้มุ่งหวังคุณภาพแย่ๆอีกต่อไป”

“นี่คือสุดยอดวิชาที่ผมใช้สร้างธุรกิจเครือข่ายให้เติบโตมีรายได้ 7 หลัก โดยไม่ต้องโทรชวนคนไม่รู้จัก หรือขอร้องญาติพี่น้องเพื่อนฝูงอีกต่อไป …และผมอยากจะเปิดเผยให้ท่านได้รู้ด้วยว่า…”