by เชษฐวิทย์ สิงขร | Apr 13, 2020 | ธุรกิจเครือข่าย
ถ้าท่านไม่ต้องการเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธและล้มเหลวในการสร้างผลลัพธ์ให้กับธุรกิจเครือข่ายของท่านอีกต่อไป และต้องการรู้วิธีดึงดูดผู้คนให้เข้ามาขอสมัครทำธุรกิจกับท่านเอง คลิกที่นี่
เมื่อเริ่มธุรกิจเครือข่าย MLM ใหม่ๆ ท่านมีความคิดแบบนี้หรือไม่?“ฉันไม่ค่อยรู้จักใคร คงทำไม่ได้หรอก”
แนวคิดการสร้างรายชื่อที่ถูกต้องสำหรับนักธุรกิจเครือข่ายใหม่
เมื่อเริ่มธุรกิจเครือข่ายใหม่ๆ ท่านมีความคิดแบบนี้หรือไม่?
“ฉันไม่ค่อยรู้จักใคร คงทำไม่ได้หรอก”
มันเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะถึงแม้ท่านจะรู้จักคนมาก ก็ไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จ และถึงแม้ท่านจะไม่รู้จักใคร แต่ถ้าท่านเรียนรู้ และลงมือทำอย่างถูกต้อง ท่านก็จะประสบความสำเร็จ
ดังนั้น มันจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าตอนนี้ ท่านจะมีคนรู้จักมากหรือน้อย มันขึ้นอยู่กับความตั้งใจในการทำให้เกิดความสำเร็จกับตัวท่านต่างหาก
คนที่ล้มเหลวมักจะเริ่มต้นชวนคน เพียงแค่ 3, 4 หรือ 5 คน แล้วก็หวังว่าคนที่ชวนนั้นจะเข้าร่วมทำธุรกิจ และประสบความสำเร็จจะมีธุรกิจใหญ่โต มันเป็นการฝากความหวังไว้กับคนเพียงไม่กี่คน ถ้าท่านโชคดี เจอคนที่ใช่ มันเป็นความโชคดีของท่าน
แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องในการสอน หรือเป็นตัวอย่างให้คนในองค์กรของท่าน แต่อย่างไรก็ตาม ท่านจะแปลกใจว่า มีคนมากกว่า 80% ที่เข้าร่วมธุรกิจเครือข่าย มักจะทำแบบนั้น และไม่พยายามเรียนรู้ และไม่พัฒนาทักษะให้เพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น! งานแรกของท่าน คือ ทำให้แน่ใจว่า ท่านไม่ใช่คนแบบนั้น และช่วยทีมของท่าน ไม่ให้เป็นแบบนั้นด้วย
การมีรายชื่อ ไม่ได้ช่วยสร้างความมั่งคั่ง แค่เฉพาะธุรกิจเครือข่าย
ผมไม่เคยคิดเลยว่า ทักษะการค้นหารายชื่อ หรือผู้มุ่งหวังที่ใช่นั้น จะทำให้ชีวิตมีความมั่งคั่ง จนกระทั่งได้เข้ามาเรียนรู้ เรื่องราวเหล่านี้ในธุรกิจเครือข่าย และแน่นอนมันไม่ใช่เฉพาะแค่ธุรกิจเครือข่ายเท่านั้น ความรู้นี้ยังสามารถนำไปใช้ได้ในทุกธุรกิจอีกด้วย
ผู้ประสบความสำเร็จที่มีองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ จะพัฒนาทักษะในการค้นหาผู้คนใหม่ๆ และสอนบทเรียนนี้ให้เป็นหนึ่งในทักษะหลักที่จำเป็น และนี่คือสิ่งสำคัญ
ความสำเร็จมันไม่ใช่เรื่องของความโชคดี
อย่าคิดมากหรือยึดติดกับผู้คนที่ยังไม่สนใจ
มีความคิดที่เหลือเฟือ คือยังมีคนอีกมากมายให้เราได้ค้นหา
จงยืนหยัด และอย่าหยุดเพิ่มรายชื่อ
มีปฏิสัมพันธ์กับรายชื่อหรือพูดคุยส่งข่าวสารให้อยู่เสมอ
ถ้าท่านต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญในทักษะนี้ ทำตาม 4 ขั้นตอนที่จะพูดถึงต่อไปนี้ได้เลย
ขั้นตอนที่ 1 รายชื่อผู้คนรอบตัวท่าน
เขียนรายชื่อออกมาให้ได้มากที่สุด ทุกคนที่ท่านจำได้ ขอย้ำว่า ทุกคน อย่าเพิ่งตัดสินใจว่ารายชื่อนั้นจะเข้าร่วมทำธุรกิจกับเราหรือไม่ รายชื่อเหล่านี้จะเป็นเหมือนทรัพย์สินสำคัญสำหรับท่าน เพราะถ้าท่านไม่เขียนรายชื่อใครบางคนลงไป เขาคนนั้นในขณะเดียวกันก็จะเป็นทรัพย์สินของคนอื่นด้วยเขียนรายชื่อทุกคน หมายความว่า ถ้าท่านรู้จักคนที่คิดลบ ให้เขียนรายชื่อลงไปด้วย ถ้าท่านรู้จักคนที่ท่านไม่ชอบ ก็เขียนรายชื่อลงไปด้วย ถ้าท่านรู้จักเพื่อนรักกันมาก เขียนรายชื่อลงไปด้วย ถ้ามีเพื่อนที่ชอบพูดว่า “ฉันไม่ชอบทำเครือข่าย” ให้เขียนรายชื่อนั้นลงไปด้วย ถ้าท่านรู้จักคนที่มีอายุมากก็เขียนรายชื่อนั้นลงไปด้วย…มันสำคัญมาก เพราะคนที่ท่านรู้จักเหล่านั้น เมื่อท่านเขียนรายชื่อลงไป 1 รายชื่อ ก็จะมีเครือข่ายคนรอบข้างอีกมากมาย มันจะทำให้ท่านมีรายชื่อมากกว่าร้อยรายชื่อ หรืออาจจะมากถึงพันรายชื่อเลยก็เป็นได้
ขั้นตอนที่ 2 รายชื่อรอบตัวของคนในรายชื่อของท่าน
ตรวจสอบทุกรายชื่อของท่าน และเขียนรายชื่อของคนที่อยู่รอบตัวของเขา ที่ท่านเองก็รู้จักด้วย ตัวอย่างเช่น เพื่อนของท่าน ถ้าท่านรู้จักคนในครอบครัวของเพื่อน ท่านก็เขียนรายชื่อพวกเขาเหล่านั้นลงไป ถ้าท่านรู้จักเพื่อนของเพื่อน ก็เขียนรายชื่อลงไป ท่านยังไม่ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรกับรายชื่อเหล่านี้ ยังไม่ต้องคิดว่าจะชวนเข้าร่วมธุรกิจด้วยหรือไม่ มันเป็นเพียงแค่การสร้างรายชื่อ
ขั้นตอนที่ 3 เพิ่มรายชื่ออย่างต่อเนื่อง
นี่เป็นขั้นตอนของผู้เชี่ยวชาญที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน จงเพิ่มรายชื่อเข้าไปในรายการของท่านอย่างต่อเนื่อง อย่าหยุดเด็ดขาด ตัวอย่างเช่น วางเป้าหมายในการเพิ่มรายชื่ออย่างน้อย 2 รายชื่อต่อวัน อย่างต่อเนื่อง และทำการเชื่อมความสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ
ในปัจจุบันมันง่ายมากที่จะเพิ่มรายชื่อ เพราะโลกอินเตอร์เน็ต และโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ จะทำให้ท่านสามารถเพิ่มรายชื่อได้ มากกว่า 2 รายชื่อต่อวันอย่างแน่นอน
และเมื่อท่านประสบความสำเร็จ แล้วย้อนกลับมาดู จะเห็นว่าคนที่อยู่ในทีมของท่าน ล้วนเป็นคนแปลกหน้าที่ท่านไม่เคยรู้จักมาก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น
ผู้ที่เป็นมืออาชึพนั้น จะพัฒนาทักษะในการเพิ่มรายชื่อใหม่ๆ พวกเขารู้ว่า ในทุกๆ วัน จะต้องพบเจอผู้คนใหม่ๆ อยู่เสมอ ในขณะที่มือสมัครเล่นจะคิดว่า “วันนี้ไม่ได้เจอใครเลย อยู่เฉยๆ ดีกว่า”
ลองมาคิดดูว่า การเพิ่มรายชื่อ 2 คนต่อวันนั้น จะได้ผลลัพท์มากแค่ไหน ถ้าท่านทำงานนี้ 6 วันต่อสัปดาห์ เมื่อครบ 1 ปี ท่านจะมีรายชื่อมากว่า 600 รายชื่อ ทำต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี จะมีรายชื่อมากกว่า 3,000 รายชื่อ เห็นไหมครับว่ามืออาชีพไม่จำเป็นต้องออกไปวิ่งไล่ล่าผู้คนให้เหนื่อยเลย
ไม่ได้หมายความว่า ท่านจะต้องออกไปชวนผู้คนทั้งหมด 3,000 รายชื่อนะครับ นักธุรกิจเครือข่ายหลายคนเข้าใจผิด ท่านทำเพียงแค่ เพิ่มรายชื่อเข้าไปในรายการ สร้างความสัมพันธ์ อย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นเพื่อน และเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมท่านสามารถอธิบายสิ่งที่ท่านนำเสนอเพื่อช่วยผู้คนเหล่านั้นได้
ขั้นตอนที่ 4 สร้างตัวตนให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ
เป็นการยากมาก ถ้าท่านเอาแต่หลบอยู่ในห้อง โดยไม่แสดงตัวตนให้โลกได้รับรู้ จงออกไปข้างนอก อย่างสนุกสนาน ไปออกกำลังกายที่ยิม หาความสนุกด้วยงานอดิเรกกับผู้คนอื่นๆ เสนอตัวเองเป็นอาสาสมัครงานช่วยเหลือชุมชนที่ท่านชอบ ค้นหาสถานที่ หรือ องค์กรต่างๆ ที่ท่านจะสามารถพบผู้คนใหม่ๆ นอกจากจะได้ประโยชน์กับธุรกิจของท่านแล้ว ท่านจะได้เพื่อนใหม่ๆ เพิ่มอีกมากมายการสร้างตัวตนให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ ผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ท่านสามารถอ่านได้จากบทความก่อนหน้านี้ ที่เขียนไว้แล้ว เช่น “6 หลักพื้นฐานในการสร้างธุรกิจด้วยการตลาดออนไลน์” และ “6 เสาหลักในการทำธุรกิจออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ”
ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับท่านแล้วว่า จะชวนคนทั้งหมดที่อยู่ในรายชื่อหรือไม่ แต่ผมรับประกันเลยว่า ในระหว่างที่ท่านเริ่มลงมือชวนเพื่อนๆ ในรายชื่อ ท่านจะมีความมั่งคั่งเกิดขึ้นก่อนที่จะชวนหมดทุกคนแน่นอน
ท่านตั้งเป้าหมายมีรายชื่อเพิ่มวันละกี่รายชื่อ เขียนความคิดเห็นที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ
ท่านสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าของท่านได้โดยการแชร์บทความนี้ออกไปเยอะๆ นะครับ
แด่ความสำเร็จบนโลกออนไลน์ของท่าน!
เชษฐวิทย์ สิงขรCo-FounderMLMOnlineSchool.com
MLM Attraction Blueprint 2.0
“ในที่สุด! วิธีที่ง่ายกว่าในการชวนคนเข้าร่วมธุรกิจ ที่ไม่ถูกปฏิเสธไม่สูญเงิน เวลาและแรงงานของท่านวิ่งไล่ล่าผู้มุ่งหวังคุณภาพแย่ๆอีกต่อไป”
“นี่คือสุดยอดวิชาที่ผมใช้สร้างธุรกิจเครือข่ายให้เติบโตมีรายได้ 7 หลัก โดยไม่ต้องโทรชวนคนไม่รู้จัก หรือขอร้องญาติพี่น้องเพื่อนฝูงอีกต่อไป …และผมอยากจะเปิดเผยให้ท่านได้รู้ด้วยว่า…”
by เชษฐวิทย์ สิงขร | Apr 5, 2020 | ธุรกิจเครือข่าย
ถ้าท่านไม่ต้องการเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธและล้มเหลวในการสร้างผลลัพธ์ให้กับธุรกิจเครือข่ายของท่านอีกต่อไป และต้องการรู้วิธีดึงดูดผู้คนให้เข้ามาขอสมัครทำธุรกิจกับท่านเอง คลิกที่นี่
ถ้าท่านไม่พอใจกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ กำลังมองหาสิ่งที่ดีกว่างานประจำ ต้องการมีรายได้มากขึ้นกว่าเดิม หรือมีรายได้เพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งช่องทาง
ธุรกิจเครือข่ายไม่ใช่ธุรกิจที่ดีที่สุด แต่มันเป็นธุรกิจที่ดีกว่า!
และข่าวดีมาถึงท่านแล้ว!
มันมีวิธีที่ดีกว่า และสิ่งนี้ไม่มีสอนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย แต่ก่อนที่จะอธิบายว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร เรามาลองคิด วิเคราะห์ถึงงานหรืออาชีพที่ทุกคนต้องการว่ามันเป็นอย่างไร
ทุกคนต้องการทำงานที่มีลักษณะแบบนี้:
ไม่มีเจ้านาย
ไม่ต้องเดินทาง
ไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุก
ไม่จำเป็นต้องมีพนักงาน
ไม่มีการเมือง
ไม่มีการผูกมัด
ไม่มีการแบ่งแยก
จบการศึกษาระดับไหนก็ทำได้
ต้องมีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ยอดเยี่ยม
มีรายได้ไม่จำกัด
เพลิดเพลินกับคนที่คุณทำงานด้วย
เวลาอิสระ
สนุก!
ตอนนี้ท่านอาจจะอยากเพิ่มคุณสมบัติงานของท่านเอง ลองออกแบบดูสิครับว่างานของท่านนั้นจะเป็นลักษณะใด ถ้านึกไม่ออกก็เอาตามตัวอย่างที่กล่าวไว้ด้านบนก็ได้
ทำไมธุรกิจเครือข่าย จึงดีกว่า?
ธุรกิจเครือข่ายไม่ใช่แค่ทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่จะมาปฏิวัติเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด สินค้าและบริการในโลกปัจจุบันนี้ ล้วนต้องการช่องทางไปสู่มือผู้บริโภคที่มีความต้องการใช้สินค้าหรือบริการทั้งสิ้น และผู้บริโภคจำเป็นจะต้องได้รับความรู้ความเข้าใจในสินค้าและบริการ
บริษัทต่างๆ มีทางเลือก ในการใช้วิธีการโฆษณา และจ้างพนักงานขายด้วยค่าจ้างราคาแพงเพื่อขายสินค้าและบริการ หรือ เปลี่ยนมาดำเนินธุรกิจแบบเครือข่ายเพื่อส่งต่อเรื่องราวผ่านชุมชนนักธุรกิจเครือข่าย
มีบริษัทจำนวนมากขึ้นเลือกใช้การตลาดแบบเครือข่าย เพราะมันเหมาะกับเศรษฐกิจยุคใหม่ บริษัทพร้อมให้การสนับสนุน และจ่ายค่าคอมมิสชั่น ให้กับตัวแทนในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของบริษัท มันสุดยอดมาก และมีประสิทธิภาพเพราะในเศรษฐกิจยุคใหม่การโฆษณาแบบปากต่อปาก ยังคงทำงานได้ดีกว่ารูปแบบการโฆษณาอื่น ๆ
บริษัท แทนที่จะต้องเอาเงินไปใช้ในการโฆษณาและโปรโมชั่น แต่สามารถเอามาจ่ายให้กับ ผู้จำหน่ายเพื่อกระจายสินค้าของตัวเองแทน
มันมีความหมายอะไรกับท่านบ้าง ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ประกอบการเอง คือท่านสามารถรับผลประโยชน์ทั้งหมดของการเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยไม่มีความเสี่ยง และจะไม่มีขีดจำกัดในการสร้างรายได้
เพราะ ทุกบริษัทเครือข่ายการตลาดต้องการให้ท่านสร้างรายได้ ให้ได้มากที่สุดโดยไม่มีขีดจำกัดอยู่แล้ว
การเป็นมืออาชีพในธุรกิจเครือข่าย
มีคนสามประเภทในธุรกิจเครือข่ายการตลาด ผมเคยเห็นมาหมดแล้ว และผมก็เคยเป็นมาหมดแล้วด้วย คนสามประเภทนั้น คือ
คนที่เข้าใจอะไรยากและไม่ค่อยจะทำอะไร
มือสมัครเล่น
ผู้เชี่ยวชาญ
คนที่เข้าใจอะไรยากและไม่ค่อยจะทำอะไร เขาจะคิดว่าอาชีพนี้เป็นเหมือนสลากกินแบ่ง ที่เมื่อซื้อแล้วก็รอลุ้นรางวัล และจะใช้ความพยายามน้อยที่สุด ซึ่งคนที่เข้ามาในธุรกิจนี้ใหม่ๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็น ผมเองก็เช่นเดียวกัน
แต่การเรียนรู้และได้เข้าใจในธุรกิจ ทำให้อยู่ในกลุ่มนี้ไม่นาน ก็ได้ย้ายไปอยู่ในกลุ่ม มือสมัครเล่น และขอเตือนไว้ว่า อย่าอยู่ในกลุ่มนี้นานเกินไป
มือสมัครเล่น จะคิดต่างไปอีกแบบหนึ่ง คือ คิดว่าความสำเร็จที่ได้มาจากความโชคดี เพราะได้เห็นผู้ประสบความสำเร็จที่มาบอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการลงชื่อสมัครแล้วก็เล่าถึงภาพแห่งความสำเร็จให้ฟัง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เราไม่ได้เห็นความพยายามของเขาที่ก้าวสู่ความสำเร็จนั้นได้อย่างไร
ผู้เชี่ยวชาญ คือ “คนที่มีทักษะที่จำเป็นในการสร้างธุรกิจขนาดใหญ่และประสบความสำเร็จในองค์กรการตลาดเครือข่าย”
ผู้เชี่ยวชาญจะต้องลงทุนกับการเรียนรู้เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเอง เพราะคุณค่าที่ท่านมีให้กับผู้อื่นได้มากเท่าไร ก็จะมีผู้คนมาติดตามท่านมากเท่านั้น
อย่าหยุดที่จะเพิ่มคุณค่า และสร้างผู้ติดตามของท่านด้วยการพัฒนาความรู้ในตัวท่าน ผู้ประกอบการทุกคนที่ประสบความสำเร็จ ทุกคนเรียนรู้และสะสมข้อมูลในอุตสาหกรรมของเขา ซึ่งเหมือนกับการเรียนปริญญาโท หรือปริญญาเอกเลยทีเดียว ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ผู้ที่มีเงินในบัญชีมาก ก็ย่อมมีความรู้ในตัวเองมากเช่นเดียวกัน และเขาก็จะไม่หยุดเรียนรู้เมื่อประสบความสาเร็จในเป้าหมายแล้วก็ตาม
เมื่อท่านลงทุนกับการเรียนรู้ ท่านกำลังมองหาไอเดีย หรือความคิดของใครคนหนึ่งที่ท่านไม่มีมาก่อน แค่ความคิดเดียวเท่านั้น อย่ากลัวที่จะใช้เงินในการเรียนรู้เกี่ยวกับการตลาด จงใช้เงินในการซื้อหนังสือและคอร์สเรียนรู้ เพราะมันสร้างคุณค่าให้ในระยะยาว ทัศนคติเกี่ยวกับการเรียนรู้นี้จะทำให้ท่านมีคุณค่ามากขึ้นในอาชีพหรือธุรกิจเครือข่ายของท่าน มันเหมือนกับภาพต่อ ทุกความรู้ใหม่ๆ จะช่วยเติมเต็มให้ท่านเสมอ
3 สิ่งต้องรู้ ก่อนทำธุรกิจเครือข่าย
มาถึงตรงนี้หวังว่า ท่านจะมีความเชื่อมั่นว่า การตลาดเครือข่ายเป็นธุรกิจที่ดีกว่า และถ้าท่านกำลังจะเข้าร่วม หรืออยู่ในธุรกิจเครือข่ายอยู่แล้ว เป็นการดีที่สุดที่ท่านจะเป็นมืออาชีพ ขั้นตอนต่อไปคือการเรียนรู้และ ฝึกทักษะให้เป็นมืออาชีพ
ท่านไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมายในการเรียนรู้ ซึ่งเว็บของเรา MLMOnlineSchool.com ได้นำเสนอเนื้อหา บทความต่างๆ ให้ท่านสามารถเรียนรู้ได้ฟรี! ท่านก็สามารถเป็นมืออาชีพได้
แต่ถ้าท่านไม่ต้องการเสียเวลา และใช้วิธีที่ชาญฉลาดในการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว ท่านสามารถเรียนคอร์สต่างๆ ของเรา เช่น Top Sponsor Formula ท่านก็จะเป็นมืออาชีพได้อย่างรวดเร็ว
และนี่คือแนวคิดที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของธุรกิจ ทำให้ท่านมีธุรกิจขนาดใหญ่และประสบความสำเร็จ
สิ่งต้องรู้ 1
ท่านมีสินค้าของบริษัทที่ท่านเป็นสมาชิก
ถ้ามีคนที่ประสบความสำเร็จในการทำตลาดสินค้านี้ ที่ท่านก็มี
แต่ท่านยังไม่ประสบความสำเร็จ
มันไม่ใช่ความผิดของสินค้า
สิ่งต้องรู้ 2
ท่านมีแผนการจ่ายผลตอบแทนของบริษัทเหมือนกัน
ถ้ามีคนที่ทำรายได้มากแต่ท่านไม่มีรายได้
มันไม่ได้หมายความว่าแผนนั้นออกแบบมาไม่ดี
แผนนั้นไม่ได้ออกแบบมาสำหรับคนใดคนหนึ่ง
ไม่ได้ออกแบบสำหรับเฉพาะผู้ชาย หรือเฉพาะผู้หญิง
แผนการจ่ายผลตอบแทนนั้นออกแบบมาสำหรับทุกคน
สิ่งต้องรู้ 3
สำคัญมากที่สุด นั่นก็คือ ตัวท่าน
ท่านเป็นตัวแปรสำคัญที่สุด
ทุกคนนั้นมีสินค้าและแผนเหมือนกัน
แต่ท่านสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นผู้ล้มเหลว
หรือผู้ประสบความสำเร็จ
ท่าน เลือกเป็นอะไรระหว่าง ผู้ล้มเหลว หรือ ผู้ประสบความสำเร็จ เขียนความคิดเห็นที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ
ท่านสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าของท่านได้โดยการแชร์บทความนี้ออกไปเยอะๆ นะครับ
แด่ความสำเร็จบนโลกออนไลน์ของท่าน!
เชษฐวิทย์ สิงขรCo-FounderMLMOnlineSchool.com
MLM Attraction Blueprint 2.0
“ในที่สุด! วิธีที่ง่ายกว่าในการชวนคนเข้าร่วมธุรกิจ ที่ไม่ถูกปฏิเสธไม่สูญเงิน เวลาและแรงงานของท่านวิ่งไล่ล่าผู้มุ่งหวังคุณภาพแย่ๆอีกต่อไป”
“นี่คือสุดยอดวิชาที่ผมใช้สร้างธุรกิจเครือข่ายให้เติบโตมีรายได้ 7 หลัก โดยไม่ต้องโทรชวนคนไม่รู้จัก หรือขอร้องญาติพี่น้องเพื่อนฝูงอีกต่อไป …และผมอยากจะเปิดเผยให้ท่านได้รู้ด้วยว่า…”
by เชษฐวิทย์ สิงขร | Mar 17, 2020 | ธุรกิจเครือข่าย , วิธีสปอนเซอร์
ถ้าท่านไม่ต้องการเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธและล้มเหลวในการสร้างผลลัพธ์ให้กับธุรกิจเครือข่ายของท่านอีกต่อไป และต้องการรู้วิธีดึงดูดผู้คนให้เข้ามาขอสมัครทำธุรกิจกับท่านเอง คลิกที่นี่
ลงทุนทำธุรกิจแล้ว แต่ไม่สามารถขายสินค้า หรือ สปอนเซอร์คนได้ ไม่มีเงินลงทุนเพิ่ม เงินซื้อบัตรเข้าประชุม ค่าเดินทาง อัพไลน์แนะนำว่าให้ไปยืม หรือไปกู้มาทำ แบบนี้จะสำเร็จได้อย่างไร แนะนำด้วยค่ะ
วีดีโอ “หนูทำธุรกิจเครือข่ายไม่ได้ผล ไม่มีเงินไปต่อแล้ว หนูจะสำเร็จได้ยังไง!”
หนังสือเสียง”หนูทำธุรกิจเครือข่ายไม่ได้ผล ไม่มีเงินไปต่อแล้ว หนูจะสำเร็จได้ยังไง!”
เชษฐวิทย์ สิงขร:
สวัสดีครับมาพบกันในช่วงกมลเวชจ่ายยา ให้กับนักธุรกิจเครือข่าย นักธุรกิจขายตรง นักธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจที่ต้องการสร้างทีม ธุรกิจที่ต้องสปอนเซอร์ หรือรับสมัครคนที่เข้ามาร่วมทีม
สำหรับวันนี้ เรามีคำถาม มาอีกเช่นเคย ผมขออนุญาตอ่านคำถาม
คำถามมาจาก ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม ดิฉันขอเรียนปรึกษาหน่อย ดิฉันไม่เคยทำเครือข่ายของที่ไหนมาก่อน แต่รู้จักศึกษามาทุกเครือข่าย
ดิฉันชอบแผนการตลาด กับสินค้าของบริษัทหนึ่ง ก็เลยตัดสินใจทำ แต่พอเราลงทุนไปแล้ว ถึงจะเป็นการลงทุนครั้งเดียวครั้งแรก ในระยะเริ่มต้นนั้น แต่มันก็เกิดปัญหาตรงนี้ คือ
ไม่มีเงินจะไปต่อ เราต้องออกไปสปอนเซอร์ผู้คน ต้องเข้าเรียนรู้ที่ระบบจัดขึ้น ต้องซื้อบัตรต้องเติมน้ำมัน
แต่อัพไลน์ก็ให้คำแนะนำว่า ถ้าไม่มีเงินก็ไปหามาสิ ไม่มีก็ยืมมาก็ได้ ยืมไม่ได้ก็ต้องไปกู้ ถ้าอยากสำเร็จนะ
แล้วแบบนี้ เราจะสำเร็จแบบไหนคะ อาจารย์กมลเวช ขอคำชี้แนะด้วยค่ะ ดิฉันอยากทำธุรกิจนี้ กับบริษัทนี้นะค่ะ
เพราะเห็นผู้คนที่มาเข้าร่วมงาน เขาสำเร็จได้จริง แต่ดิฉันเนี่ย เป็นคนกลัว เวลาไปชวนคน กลัวถูกปฏิเสธ ที่นี่เราจะหาคน มาเพื่อสร้างผู้นำ จึงไม่เน้นขายของนะคะแต่ก็ขายได้ เพราะถ้าขายได้ เราก็จะมีเงินไปต่อ ดิฉันขอคำชี้แนะด้วยค่ะ
กมลเวช เมืองศรี:
เป็นคำถามที่มีคำถามซ่อน อยู่ข้างในเยอะมาก แล้วถ้าได้รับคำตอบ ผมเชื่อว่าจะช่วยผู้คน ได้เยอะมากเลยครับ ต้องขอชื่นชมท่านที่ถามมาขอบคุณโค้ดแนมที่อ่านจนจบ ยาวมาก
เรามาตอบทีละคำถามเอาแบบให้ทะลุปรุโปร่งไปเลย
มันมีหลายอย่างอยู่ในนี้ ที่ทางผู้ถาม ต้องทำความเข้าใจ หลายๆอย่าง ตัวผู้ถามเอง จะต้องเริ่มต้นทำอะไรให้ถูกต้อง ตั้งแต่ก้าวแรกใหม่ด้วย เรามาดู
ผมขอเปิดคำถามและอ่านไปด้วยเพราะมันยาวมาก ผู้ถามบอกว่าชอบสินค้า และชอบบริษัทเครือข่ายนี้มาก แต่พอลงทุนไปแล้ว ในการลงทุนครั้งเดียวระยะเริ่มต้น แต่เกิดปัญหา ตรงที่ว่าเงินจะไปต่อ เพราะเราต้องออกสปอนเซอร์คน เสียค่ารถ
ค่าใช้จ่ายในระบบเดิมๆ มีค่าใช้จ่ายเยอะมาก แต่ผลลัพธ์ต่ำ เพราะต้องทำความเข้าใจก่อนนะครับ ระบบในการทำการตลาดแบบเดิมที่เราเรียกว่า direct Marketing นักการตลาดแบบตรง คนต่อคน ปากต่อปาก
เป็นการตลาดที่ถ้าไม่เข้าใจและทำให้เป็นแล้ว เป็นการตลาดที่มีอัตราการถูกปฏิเสธ สูงมากเพราะเราไม่เข้าใจมัน ไม่เข้าใจวิธีการและไม่เข้าใจตัวเลขด้วย เอาง่ายๆว่าถ้าไม่เข้าใจเวลาคุย 100 คนจะตอบรับไม่ถึง 10
องค์ประกอบ 3 อย่างที่ทำธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จ
สิ่งแรก การจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เราจะต้องเข้าใจ ว่ามันมีองค์ประกอบ 3 อย่าง
คือเงิน
คือเวลา
คือแรงงานหรือการลงมือทำ
จะต้องมี 3 อย่างนี้ถ้าไม่มีเงิน ลงทุนและการทำตลาด ก็ไปต่อไม่ได้ ธุรกิจเครือข่าย ธุรกิจออนไลน์ ขายตรง ประกันชีวิต ไม่ได้จบตอนเริ่มลงทุนนะครับ เอาเงินทั้งหมดที่มีมาไปลงทุน แล้วคิดว่า ธุรกิจเสร็จแล้วไม่ใช่นะครับ มันเพิ่งเริ่มเท่านั้น มันไม่ใช่ระบบอัตโนมัติ
เริ่มต้นก้าวแรกเรียนรู้ ว่าจะทำธุรกิจนี้อย่างไรให้สำเร็จ ผมจึงพูดอยู่เสมอเลยว่า ถ้าเป็นไปได้แม้แต่ตัวผมเอง ผมจะไม่สมัครทำธุรกิจเหล่านี้ ก่อนที่จะรู้ว่าจะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ
เพราะคนส่วนมากพอเข้ามา บริษัทต่างๆ จะมีระบบสอน แต่คนเหล่านี้ ก็เห็นอยู่ว่าต้องเดินทาง ต้องไปประชุม เงินไม่มี ประชุมไม่ได้ สปอนเซอร์คนไม่ได้ อัพไลน์บอกว่าก็ไปกู้มาสิ ไปหามาสิ
เครียดหรือไม่ เครียดนะครับ เพราะเงินก็เพิ่งลงทุนไป แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้สำเร็จ แถมมีค่าเรียนด้วยนะ มันเหมือนกับว่า เอาละนะ น้องเกิดมาแล้ว ไม่ต้องเรียนประถมมัธยมมหาลัย เดี๋ยวเจ้าของงาน จะสอนให้เอง มีไหม
ไม่มีนะครับ ต้องเรียน ให้จบก่อนเอาใบปริญญา ไปโชว์ เขาถึงจะรับเราเข้าไป แล้วให้เงินกับเรา
แต่ถ้าเป็นไปได้ ธุรกิจเหล่านี้ เขาก็จะมีระบบสอนให้ ธุรกิจดีๆจะมีสอนหมด บริษัท ยักษ์ใหญ่ ทั่วไปจะมีสอน
ท่านต้องเข้าใจด้วยว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือนในการเรียนรู้ เพื่อที่ท่านจะสร้างรายได้ 6 หลัก ในธุรกิจเครือข่าย ถ้าท่านให้เวลาเรียน 6 เดือน ฝึกฝนลงมือทำ โดยไม่คาดหวังเรื่องรายได้
เพราะปีแรกถือว่าเป็นการตั้งไข่ แต่จะมีสักกี่คนที่ไม่คาดหวังรายได้ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ ท่านจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ถ้าท่านมี 3 อย่างนี้ ไม่ครบ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ท่านต้องทุ่มเทอีก 2 อย่างที่เหลือ
เงิน ถ้าขาดเงินทั้งท่านต้องทุ่มแรงกับเวลา เพราะไม่มีเงินไป เดินทางไปสปอนเซอร์ ท่านจึงต้องทุ่มแรง ทุ่มเวลา ในการหาลูกค้ามากขึ้น
เพราะมีปัจจัยที่สำคัญ ถ้าไปเรียนที่ศูนย์ไม่ได้ มีระบบออนไลน์ เรียนอยู่ที่บ้าน ก็ได้ต้องหาทางออกให้ได้ เพราะถ้าท่านไม่เรียนท่านจะทำไม่เป็น
เพราะฉะนั้นอย่างแรกเข้าใจแล้วนะครับว่า ปัจจัยสำคัญ 3 อย่างต้องมีเงิน เวลา แรงงาน ถ้ามีไม่ครบ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งต้องใส่อีก 2 อย่างให้เต็มที่ แต่บางธุรกิจถ้ามีไม่ครบจะไปต่อไม่ได้
มันจะมีกี่ธุรกิจที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุน แทบไม่มีเลย
เชษฐวิทย์ สิงขร:
เพราะธุรกิจเครือข่ายก็คือธุรกิจหนึ่งที่เราจะต้องลงทุน
กมลเวช เมืองศรี:
ถึงแม้ว่าจะไม่ต้องลงทุนเลย ก็จะมีค่าสมัคร เพราะฉะนั้น ในโลกของธุรกิจนะครับ จำเป็นที่จะต้องลงทุน 3 อย่างนี้เพื่อให้ประสบความสำเร็จ
แต่คนส่วนมาก หลงเข้ามา แล้วเอาเงินก้อนสุดท้ายมาลง แล้วหวังว่าจะรวย ไม่รวยนะต้องเข้าใจก่อนว่าไม่รวย
เพราะเห็นคนอื่นเขารวย แต่เราเพิ่งเริ่ม เขาไม่เห็นว่า เขาใช้เวลากี่ปีกว่าจะได้ตรงนั้น
ต่อมา อัพไลน์บอกว่า ไม่มีก็ไปยืมมาสิ ไปกู้มา คำพูดนี้มีทั้งใช่และไม่ใช่ ผมถามแบบนี้
พูดแบบผู้ประกอบการ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ทั้งหลาย ควักเงินสดตัวเอง หรือกู้ธนาคารมาสร้างธุรกิจ
โรงแรมใหญ่ๆ เขาก็ยืมเงินคนอื่น ถึงแม้ว่าเขามีเงินเขาก็จะไม่ใช้เงินตัวเอง เขาเอาเงินคนอื่น ถ้าอยากจะเป็นผู้ประกอบการท่านจำเป็นจะต้องมีปัจจัยที่ 1 มีเงินให้ได้
ที่อัพไลน์บอกว่า ไม่มีก็ไปหามา ถูกแล้วนะ เพียงแต่ว่าใช้คำพูดรุนแรงไปหน่อย และไม่ได้ทำให้ท่านเข้าใจเป็นขั้นเป็นตอน ว่าผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ เขาทำแบบนี้ทั้งสิ้น
ที่ได้ฟังเมื่อสักครู่ก็จะรู้แล้วว่าจริง เพราะว่าธุรกิจต่างๆ ก็ต้องกู้ทั้งนั้น อย่างเช่นเรานั่งอยู่ในออฟฟิศของเรา เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ หมู่บ้านนี้ควักเงินตัวเองสร้าง หรือว่าไปกู้ธนาคาร กู้ใช่ไหม กูมาทั้งนั้นแหละยืมเงินคนอื่น
เพราะฉะนั้นถ้าท่านคิดว่า ที่อัพไลน์พูดแล้วรู้สึกไม่แฮปปี้ ผมขอพูดอีกครั้งว่า เขาพูดได้ค่อนข้างถูก แต่วิธีสื่อสารอาจจะไม่ถูกใจ ฟังแล้วแบบว่า รู้สึกว่าเงินก็เพิ่งลงทุนไป แล้วยังจะให้กู้อีกเหรอ
เราต้องทำความเข้าใจด้วยว่า ใช่ ทุกครั้งที่ใครก็ตามลงทุนทำธุรกิจ เช่นไปเปิดร้านอาหารในห้าง เปิดเสร็จต้องนอนเลยเหรอไม่ใช่นะ ต้องทำกิจกรรมอย่างนึง เพื่อให้คนเข้าร้านให้ได้ กิจกรรมนั้นคือการตลาด Marketing
ที่ท่านติดปัญหา ทำไม่ได้ โดนปฏิเสธ เวลาชวนคน กลัวโดนปฏิเสธ ผมแบ่งปันอย่างนี้ อย่าคิดว่าเราไม่กลัวนะ ทุกคนกลัวหมด ไม่มีใครชอบถูกปฏิเสธ
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ใช่ครับ กว่าจะยกหูโทรศัพท์ โทรหาคนแรกได้ คิดแล้วคิดอีก ว่าจะโทรไปชวนใคร
กมลเวช เมืองศรี:
ใช่ท่านที่ดูวีดีโอนี้อยู่ คงสามารถรู้สึกได้เหมือนเรา เพราะวิธีการทำการตลาดแบบเดิม เป็นวิธีการตลาด ที่จะต้องโดนปฏิเสธมากมาย
เป็นการโทรไปเรื่อยๆถ้าใครไม่ใช่ก็โดนปฏิเสธไป ไม่มีการกรองคนก่อน การตลาดแบบเดิมจึงทำให้ผู้คนเลิกกันหมด
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ในการตลาดแบบเดิมนั้นเดี๋ยวนี้ก็ยังมีคนสอนกันอยู่นะครับ ยังมีวิธีการนี้ สอนกันอยู่ในธุรกิจเครือข่าย แทบทุกบริษัทครับ
กมลเวช เมืองศรี:
เพราะว่าในวงการธุรกิจเครือข่าย วงการอื่นเขาเปลี่ยนไปหมดแล้ว เขาพัฒนา ปรับตามยุคสมัย แต่ธุรกิจเครือข่ายยังใช้ระบบเดิม เพราะยึดติดกับคำว่า ระบบทำแบบเดิม
ไม่ใช่สิ่งที่ผิดนะ แต่ต้องยอมรับให้ได้ว่า ต้องโดนปฏิเสธมหาศาล แต่ถ้าฝึกทักษะ ในการเชิญคนให้ถูกต้อง ฝึกทักษะในการสปอนเซอร์คนให้ถูกต้อง ฝึกทักษะในการพาคนเข้ามา แล้วช่วยเขาโตอย่างถูกต้อง การปฏิเสธจะลดลง
ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นได้ด้วยการเรียนรู้ ถ้าเข้ามาแล้วและไม่เคยเรียนรู้ มาก่อนรีบไปเรียนรู้ กับเขา ถ้าเขามีระบบสอน
เรากลับมาที่ อีกระบบนึง ที่ไม่ถูกปฏิเสธเลย สิ่งที่เราต้องทำคือ เราจะต้องทำการตลาดให้เป็น เพราะการทำการตลาดแบบตรงๆ ชวนตรงๆ พูดตรง ขายตรง คือ direct Marketing
แต่การตลาดอีกแบบนึงที่ผมอยากจะบอก คือ เราใช้การตลาดแบบนี้มาเกือบ 10 ปีแล้ว ชีวิตเราเปลี่ยนไปเลย เพราะเราก็ไม่ชอบการตลาดแบบตรงตรง เราชอบการตลาดแบบอ้อมๆ แต่การตลาดแบบอ้อมเนี่ย ได้ผลดีกว่าแบบตรงนะ อย่างน้อย 10 ถึง 100 เท่า พูดง่ายๆ คือพันถึงหมื่นเปอร์เซ็นต์
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ครับเป็นการตลาดที่เรียกว่า ไม่กดดัน เป็นการตลาดที่ยินยอมพร้อมใจ เต็มใจ 100%
กมลเวช เมืองศรี:
เต็มใจ 100% ทั้งผู้ทำการตลาด และผู้ถูกทำการตลาด เรามาขยายความตรงนี้ ให้ฟังดีกว่าว่าระบบแบบนี้เป็นอย่างไร
ตัวผมทุกครั้งที่ทุกคนปฏิเสธ ถึงแม้จะฝึก ความแข็งแกร่งของจิตใจ จากการทำการตลาดแบบตรงมา อย่างน้อย 5 ปีแล้ว สัมมนาต่างๆเข้าหมด แต่ทุกครั้งที่ถูกปฏิเสธ ก็ยังรู้สึก ทุกคนมีความรู้สึก
เพราะฉะนั้น ผมจึงมองหาวิธีการที่ เราไม่โดนปฏิเสธอีกเลย แถมได้ผลลัพธ์มากกว่าเดิม พันถึงหมื่นเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป
ตัวผมเองไม่เคยเหลียวหลังกลับ ไปทำการตลาดแบบเดิมอีกเพราะอะไรรู้ไหม
ผลลัพธ์ได้มากขึ้น
ลดต้นทุนลงมหาศาล
แทนที่ผมจะต้องขับรถวิ่ง ไปเชียงใหม่ยันปัตตานี ผมทำ การตลาดอยู่ที่บ้านของตัวเอง แบบที่เวิร์กและถูกต้อง ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาหาเราเอง
ลดต้นทุนในการเดินทาง ลดต้นทุนในการออกนอกบ้าน ค่าน้ำค่ากิน เราไม่เสียอีกเลย อยู่ที่บ้านเปิดแอร์เย็น สบายๆ ใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือ ทำการตลาด ไปหากลุ่มคนที่มีคุณภาพ ที่สนใจเราอยู่แล้ว คุยได้ง่ายกว่าคนที่ไม่สนใจ หลายพันเท่า
เชษฐวิทย์ สิงขร:
บางเคสไม่ต้องคุยเลยครับพร้อมซื้อเลย สมัครเลย โทรมาถาม วิธีสมัครทำอย่างไรโอนเงินไปที่ไหน โดยที่ไม่เคยเจอหน้ากันมาก่อน
กมลเวช เมืองศรี:
การตลาดแบบนี้ เราเรียกว่า attraction Marketing แปลเป็นภาษาไทยก็คือ การตลาดแบบดึงดูด
ใครที่ทำการตลาดแบบนี้เป็น จะแปลงร่างตัวเองเป็นเหมือนมนุษย์แม่เหล็ก ที่สามารถดึงดูด คนที่จริงคนที่ใช่ กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ ให้วิ่งแข่งแย่งกัน ถือเงิน และเครดิตการ์ดในมือ อยากขอซื้อสินค้า อยากขอทำธุรกิจกับเราเอง
โดยที่เรานั้น ไม่ต้องเอ่ยปากเลย แม้แต่คำเดียว ไม่ต้องชวนด้วย ตื้อ ง้อ ขอ ขาย ไม่ต้องทำอีกต่อไป
เพราะมันมีคำกล่าวอยู่คำนึง จากกูรู การตลาด ระดับโลกพูดเอาไว้ ถ้าคุณอยากทำยอดขายให้ระเบิด คุณต้องทำการตลาดให้เป็น
เพราะ การขายที่ดี จะนำมาซึ่งยอดขายที่ดี แต่การทำการตลาดที่ดี จะนำมาซึ่งยอดขายถล่มทลาย
หลังจากที่ผมรู้ ความลับนี้ชีวิตผมเปลี่ยนเลย ผมไม่โฟกัสเรื่องการขายอีกเลยผมเลิกทำตัวเป็นนักขาย โพสต์ขายของหรือพยายามนำเสนอสินค้า เราไม่ทำแบบนี้แต่เราเน้นทำการตลาด หลายท่านคงจะสงสัย ที่บอกการตลาดนั้นคือทำอะไร
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ผมก็สงสัยครับเพราะไม่เคยถูกสอนว่าถ้าทำธุรกิจแล้วจะต้องทำการตลาด แต่หลังจากที่รู้ว่าต้องทำการตลาด ชีวิตผมเปลี่ยนเลยครับ
กมลเวช เมืองศรี:
ผมบอกเคล็ดลับให้เลย ดูวีดีโอนี้แล้วต้องได้เคล็ดลับ สามารถเอาไปทำให้เกิดผลลัพธ์
การตลาดที่เราสอน ในเรื่อง Action Marketing การตลาดพลังแม่เหล็ก ต้องวางตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ต้องมีการ positioning การวางตำแหน่งตัวเองให้ถูกต้อง แล้วก็ branding หรือนำเสนอตัวเอง ออกไปให้ถูกต้อง
กฎการตลาดพลังแม่เหล็ก
คนทั่วไป ในการตลาดแบบเดิม ที่ไม่รู้วิธีการแบบนี้ เขาจะวางตัวเป็นนักขาย นำเสนอตัวเองไปเป็นนักขาย นักชวน นักตื้อ ง้อ ขอ ขาย ไม่มีอะไรผิดนะครับ แต่คนไม่ชอบ เพราะคนไม่ชอบถูกขายแต่ทุกคนชอบซื้อ นักการตลาดมีหน้าที่ให้ทุกคนชอบซื้อ
กฎข้อที่ 1
จง branding และ positioning ตัวเอง ให้ถูกต้อง คือ วางตัวเองให้ถูกต้อง ในฐานะของผู้เชี่ยวชาญ ในสาขาหรือสินค้า บริการ หรือโอกาสทางธุรกิจของท่าน จะช่วยผู้มุ่งหวังเขาแก้ปัญหาได้
ยกตัวอย่างตรงๆ ถ้าท่านอยากสปอนเซอร์คนให้ได้มากๆ อยากจะชวนคนเข้าร่วมธุรกิจ อยากจะสร้างทีมให้โต ท่านจะต้อง วางตัว เป็นผู้เชี่ยววชาญในการสร้างธุรกิจ ให้เกิดผลลัพธ์
ผมไม่ได้บอกว่าประสบความสำเร็จ ผมไม่ได้บอกว่าท่านต้องเก่ง วางตัวก่อน เหมือนอย่างที่ท่านเห็นคนเค้าวางตัวเป็น โค้ช อาจารย์ ทั้งหลาย ไม่มีใครเรียกเขาก็เรียกตัวเองนะครับ
กฎข้อที่ 2
ฉันต้องนำเสนอออกไป อะไรคือ branding ข้อความที่ท่านโพสต์บน Social Media นับเป็นการ branding วีดีโอที่ท่านทำ ถือเป็นการ branding คำที่ท่านพูด รูปที่ท่านถ่าย คำคมที่ท่านโพสต์ เนื้อหาที่ท่านสอน มันคือการสร้างแบรนด์ของท่าน
สมมุติว่า ถ้าผมอยากจะดึงดูดผู้คนให้เข้ามาทำ ผมจะวางตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างธุรกิจจากที่บ้าน ผมจะแบรนด้วยคุณค่า และเนื้อหา ที่คนมาอ่านแล้ว เขาได้ประโยชน์ เอาไปสร้างธุรกิจให้สําเร็จ
เช่น เทคนิคในการนัดคนแล้วให้คนมาปรากฏตัวในงาน ก็มี 3 ขั้นตอน ต้องเร่งรีบ ให้คุณค่าแล้วก็ดึงกลับมา เร่งรีบมีแบบนี้ ให้คุณค่ามีแบบนี้ ดึงกลับมามีแบบนี้
ถ้าท่านทำ 3 ขั้นตอนนี้ คนจะตอบรับแล้วมาแน่นอน ผมก็สอน นี่คือการวางตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ แล้วเริ่ม นำเสนอ ด้วย Content ออกไป
คนที่มีปัญหาเรื่องคนแล้วไม่มา พอเขาดูว่ามี 3 สูตร พอมีคนเรียนแล้วมีคนเอาไปทำให้เกิดผลลัพธ์ คนก็เห็นว่าเรามีคุณค่ามากขึ้น หรือแม้แต่ฟังแล้วรู้สึกว่าดีมาก คุณค่าที่เราให้ ให้แบบนี้บ่อยๆ สุดท้ายแล้วคนเหล่านี้จะติดตามท่าน เป็นผู้ติดตาม
ท่านโพสต์อะไร ฉันทำวีดีโออะไร สอนอะไร เขาจะติดตามตลอด สุดท้ายเมื่อท่านเปิดให้เขา เข้าร่วมธุรกิจกับท่าน ทายสิว่า จะเป็นเขาหรือว่าคนอื่นที่อยากจะสมัครทำธุรกิจกับท่าน
ก็ต้องเป็นคนที่ติดตามนั่นแหละครับ ถูกต้องครับ มันจึงมาเข้ากับเนื้อหาตามขั้นตอนที่เราสอนว่า
กฎการตลาดออนไลน์
จะทำการตลาดออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จต้องมี 3 ขั้นตอน 1 ต้องบิ้ว ต้องสร้างผู้ติดตาม สอนสร้างผู้ติดตามเสร็จแล้ว เราต้องทำการปฏิสัมพันธ์
ก็คือการสอนการให้คุณค่า พอสอนให้คุณค่าแล้ว เราต้องเซลล์ เดี๋ยวมาเต็มที่เลยปฏิสัมพันธ์เต็มที่
เหมือนการจีบผู้หญิงโทรทุกวัน ทำความรู้จัก แต่ไม่ขอแต่งงาน จบเลยไหม อยู่ในฐานะเพื่อนตลอดเธอเป็นเพื่อนตลอดชาติ แล้วเราก็คาดหวังว่าเดี๋ยวเขาคง จะเป็นแฟนเราเอง หรือไม่เขาก็อยากแต่งงานกับเราเอง
แต่ถ้าเราไม่เอ่ยปากว่าเรามีของขายเขาก็ไม่รู้ เขาก็ไม่ซื้อ ถ้าเราไม่ชวน เขาแต่งงานเขาจะแต่งไหมล่ะ เพราะฉะนั้น 3 ขั้นตอนนะ
สร้างผู้ติดตาม
สร้างความสัมพันธ์
สร้างยอดขาย
ยิ่งผู้ติดตามใหญ่ขึ้น ท่านก็ยิ่งสร้างความสัมพันธ์กับคนได้มากขึ้น ยอดขายก็ มากขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านได้สูตร ไปเยอะเลย
ถ้ากลัว ถูกปฏิเสธให้มาเรียนการตลาดแบบ Action Marketing ตัวผมเองสอนไว้ในคอร์สที่ชื่อว่า MLM attraction blueprint เวอร์ชั่น 2.0 ต้อง 2.0 เท่านั้นถึงจะเป็นของใหม่ ถ้าไม่ใช่อย่าไปเรียน
เทคนิคการขาย
คำถามต่อมา เขาบอกว่าไม่เน้นขายของจะขายได้เพราะขายเราก็มีเงินไปต่อ ขอคำชี้แนะ นี่คือคำถามสุดท้ายที่จะตอบ
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ถ้าเกิดว่าเรายังขายไม่เป็นหรือขายไม่ได้ อาจจะขอคำปรึกษาจากอัพไลน์ ของท่านก่อนก็ได้ ว่าเขามีวิธีการอย่างไร ให้เรา เอาสินค้าไปขาย แต่วิธีการขาย ได้เฉลยไปเมื่อสักครู่นี้ ใน 3 ขั้นตอนคือ สร้างผู้ติดตาม สร้างความสัมพันธ์ แล้วก็ขาย
กมลเวช เมืองศรี:
ในธุรกิจเครือข่ายมันจะมีอยู่อีกหนึ่งขั้นตอน ที่ท่านทำไว้ดี เดี๋ยวการขายมันจะมาเอง ถ้าท่านทำธุรกิจเครือข่ายเป็นและเข้าใจมัน ท่านจะไม่นำเสนอสินค้าเป็นอันดับแรกแต่ท่านจะโฟกัสในการสปอนเซอร์เป็นหลัก
เพราะท่านจะไม่ร่ำรวยจากการขาย สินค้า ท่านจะร่ำรวยมั่งคั่งจากการสร้างทีม ท่านจงโฟกัสคุยกับทุกคน ในเรื่องของการสร้างทีมเป็นหลัก สปอนเซอร์คนเข้าร่วมทำธุรกิจ
แต่ถ้าเขาปฏิเสธ ให้สินค้าเข้าไปทดลองสมมุติสินค้าของท่านคือน้ำขวดนี้ เมื่อคุยธุรกิจเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาบอกว่าขอคิดดูก่อนยังไม่เอา ไม่เป็นไร นี่คือสินค้าของผม ผมไม่ได้ขายนะ ผมอยากให้แจกตัวอย่าง ให้ทดลองใช้ แล้วเดี๋ยวใช้แล้วได้ผลลัพธ์อย่างไร เป็นอย่างไร ผมขอ feedback ให้ผมหน่อยนะ จะใช้สินค้าของผมได้เมื่อไหร่
เชษฐวิทย์ สิงขร:
เดี๋ยวกลับถึงบ้านแล้วจะรีบใช้ทันทีเลยครับ
กมลเวช เมืองศรี:
นั่นหมายความว่า พรุ่งนี้ สามารถให้ Feedback หรือว่าผลการใช้ได้ไหม ว่าใช้สินค้าแล้วเป็นอย่างไรรู้สึกอย่างไร
พรุ่งนี้เราก็โทรไป เพราะถ้าเกิดว่าเขาใช้แล้วเขาชอบ แล้ว ถามว่าหาซื้อได้ที่ไหน ก็ตอบว่าซื้อได้ที่เรานี่แหละ ซื้อกับเราได้เลย เห็นภาพไหมครับ
เมื่อส่งตัวอย่างคนที่ได้รับ โดยส่วนมากแล้ว กว่า 50 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์จะซื้อนะครับ เวลาท่านเข้าห้าง ท่านเห็นเขามาแจกไหมครับ แจกโอวัลติน แจกเครื่องดื่ม
ทำไมถึงมีคนมาแจกในซุปเปอร์มาเก็ต ไม่เชื่อไปเดินในเทสโก้โลตัส Big C ท่านจะเห็นตลอด เครื่องดื่มเยอะมากเลยเพราะอะไร เพราะมันเวิร์คท่านต้องแจก Sample แจกไปเถอะ คนที่แจก Sample ไป
กินแล้วอร่อยกว่าที่คิด ก็ซื้อ
รับของเข้ามาแล้ว เกรงใจเขา ต้องซื้อกลับตอบแทน
เราไม่ได้บังคับนะ แต่มันเป็นหลักจิตวิทยา ที่เราสามารถเอาชนะใจคนได้ด้วยการให้ก่อน แต่ส่วนมากเราจะ ไม่ให้ต้องเอาเงินมาก่อนจะปิดการขายก่อน
เห็นไหมครับว่าเมื่อเข้าใจอะไรเล็กน้อยแล้ว ผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปเลย เอาละครับผมเชื่อว่า วันนี้น่าจะให้คำตอบได้ ละเอียดชัดเจนและเห็นภาพ ทุกคำถามที่คุณเอ ถามมาเลย
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ครับก็ต้องขอขอบคุณอาจารย์กมลเวชด้วย ที่มาตอบคำถาม เหมือนกับการจ่ายยา ให้กับผู้ที่กำลังเจ็บป่วยอยู่ในตอนนี้
แล้วถ้าเกิดว่า ท่านที่ได้ดูคลิปของเรา ในวันนี้ อย่าลืมกด ติดตาม กดไลค์ กดแชร์ กด Subscribe กดสั่นกระดิ่ง เพื่อ จะไม่พลาด การให้คุณค่าจากเรา วันนี้ เราสองคนลาไปก่อนสวัสดีครับ
ถ้าเนื้อหานี้มีประโยชน์กับท่าน เราอยากทราบว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร?เขียนความเห็นที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ
ท่านสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าของท่านได้โดยการแชร์บทความนี้ออกไปเยอะๆ นะครับ
แด่ความสำเร็จบนโลกออนไลน์ของท่าน!
เชษฐวิทย์ สิงขร & กมลเวช เมืองศรี
MLM Attraction Blueprint 2.0
“ในที่สุด! วิธีที่ง่ายกว่าในการชวนคนเข้าร่วมธุรกิจ ที่ไม่ถูกปฏิเสธไม่สูญเงิน เวลาและแรงงานของท่านวิ่งไล่ล่าผู้มุ่งหวังคุณภาพแย่ๆอีกต่อไป”
“นี่คือสุดยอดวิชาที่ผมใช้สร้างธุรกิจเครือข่ายให้เติบโตมีรายได้ 7 หลัก โดยไม่ต้องโทรชวนคนไม่รู้จัก หรือขอร้องญาติพี่น้องเพื่อนฝูงอีกต่อไป …และผมอยากจะเปิดเผยให้ท่านได้รู้ด้วยว่า…”
by เชษฐวิทย์ สิงขร | Mar 4, 2020 | ธุรกิจเครือข่าย , วิธีสปอนเซอร์
“ใช่ท่านหรือเปล่า ที่ต้องการเป็น สุดยอดสปอนเซอร์สมัครหุ้นส่วนคุณภาพดี เข้าร่วมธุรกิจ 5-10 คนและทำรายได้ 5-7 หลัก ทุกๆเดือนการันตี!” คลิกที่นี่
จากเมื่อก่อนที่ผู้มุ่งหวังจะต้องเลือกว่าจะทำธุรกิจกับเราไหม กลายมาเป็น เราเป็นผู้เลือก ว่าเขาจะทำกับเราได้ไหม ถ้าเขาทำไม่ได้เราจะปฏิเสธ เราไม่รับทุกคน
ด้วยการมีระบบนี้ทำให้ผมสร้างสถิติ ใหม่ขึ้นมา สถิตินี้คือ ผมมีอัตราการปิดการสมัคร ถ้าใครก็ตาม ที่ได้คุยโทรศัพท์กับผม จะต้องสมัครกับผม 100%
วีดีโอ “วิธีสปอนเซอร์คนได้ 100% ในธุรกิจเครือข่าย โดยไม่เคยโดนปฏิเสธอีกเลยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา!”
หนังสือเสียง
“วิธีสปอนเซอร์คนได้ 100% ในธุรกิจเครือข่าย โดยไม่เคยโดนปฏิเสธอีกเลยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา!”
สารบัญเนื้อหา ปัญหาอันดับหนึ่งของนักธุรกิจเครือข่าย ขายตรง ประกันชีวิต ระบบในการสปอนเซอร์ สร้างทีม วิธีในการทำตัวให้เป็นมนุษย์แม่เหล็ก สร้างระบบเป็นของตนเอง ทำเว็บไซต์ของตัวเอง เรียนการตลาด
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ผมขอเล่าประสบการณ์ ที่พบเจอมา ผมเคยทำธุรกิจเครือข่าย แบบเดิมๆ ที่ต้องออกไปเจอผู้คน ออกไปนำเสนอสินค้า ออกไปนำเสนอโอกาสทางธุรกิจ
ในแต่ละครั้งที่ออกไป พบกับปัญหามากมาย กว่าจะประสบความสำเร็จต้องเหนื่อยสายตัวแทบขาด บางครั้งออกไปกลางคืน ดึกดื่น เพื่อไปพบกับคำว่า ขอคิดดูก่อน และคำปฏิเสธกลับมา ก็จะต้องมานอนร้องไห้เสียใจ กับความล้มเหลวของเรา หลายๆครั้ง
ซึ่งหลังจากที่ ได้ศึกษาวิชา การตลาด จากอาจารย์กมลเวช เรียนเนื้อหาในคอร์สของ MLM attraction blueprint เราต้องปรับเปลี่ยน เราพบเจอวิธี เหมือนกับแสงสว่าง ในการทำธุรกิจของเราอย่างไรแล้ว
ตอนนี้ถ้าทุกท่านอยากทราบว่า เราอยากจะมีระบบ หรือว่ามีตัวช่วย ในการ ให้เราทำธุรกิจประสบความสำเร็จได้ง่าย และผมก็ใช้ตัวช่วยอันนี้ มาทำให้ผมประสบความสำเร็จ
วันนี้เราจะมาคุยกันถึงเรื่องนี้ เอาเรื่องแรก ปัญหาก่อนดีไหมครับ ว่าเราพบเจอปัญหาอะไรกันมาบ้าง
กมลเวช เมืองศรี:
ก็เหมือนกับโค้ชแนมเล่าให้ฟังนะครับ ทุกคนที่เข้ามาในวงการ การสร้างธุรกิจจากที่บ้าน ธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ ขายตรง ประกันชีวิต ที่จำเป็นจะต้องสร้างทีม สิ่งที่เป็นความท้าทายอันดับหนึ่งก็คือ
ปัญหาอันดับหนึ่งของนักธุรกิจเครือข่าย ขายตรง ประกันชีวิต
พวกเขาจะขาดรายชื่อ ลิสรายชื่อ โทรชวนคนไม่เป็น เข้าใจการตลาดไม่มากพอ ไม่มีทักษะ โดนปฏิเสธ นัดให้มาดูโอกาสก็ไม่มา มาก็ไม่ทำ ทำก็ไม่นาน แล้วก็เลิก
มันเป็นวงจรอุบาทว์ บางคนทำธุรกิจเหล่านี้มา 10 ปีแล้ว ยังไม่ไปไหนเลย ยังอยู่ที่เดิม ก็ซื้อกินซื้อใช้เข้าเซ็นเตอร์ตลอด
แต่ผมจะไม่ยอมทนอยู่กับอะไรแบบนั้น โดยที่ยังไม่เกิดผลลัพธ์ มากกว่าเดิม ผมก็เลยคิดหาหนทาง แล้วก็ได้เรียนรู้สุดยอดวิชา ซึ่งถ่ายทอดอยู่ในคอร์ส MLM attraction blueprint
และผมก็ทราบอีก เนื้อหาที่สุดยอดในคอร์สนี้ มันเปลี่ยนชีวิตคนได้ แต่มันจะเปลี่ยน ชีวิตคนจริงๆ ก็จะต้องลงมือทำ
หลายๆท่านไม่มีทักษะในการ ใช้อินเทอร์เน็ต ในการทำการตลาดออนไลน์ ทำเว็บไซต์ไม่เป็น ใช้โซเชียลมีเดียทำการตลาดไม่เป็น ทำระบบ อีเมลตอบกลับอัตโนมัติ Messenger, Line ไม่เป็น
แล้วเวลามีคนติดต่อมา ผ่านโลกออนไลน์ สปอนเซอร์ไม่เป็น เปิดการสมัครปิดการสมัครไม่เป็น วันนี้ผมได้แก้ไขปัญหาเหล่านั้น ได้หมดเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้ถ่ายทอดสดยอดวิชานี้ ให้กับโค้ชแนมไปแล้วด้วย หลังจากรู้การตลาดแบบดึงดูดแล้วก็มาฝึกลงมือทำ ระบบเหล่านั้น ได้ผลลัพธ์น่าชื่นใจไหมครับ
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ผมเรียนแล้วก็เริ่มลงมือทำ ทำทั้งที่ ไม่มีความรู้อะไรมากมาย ไม่ได้เก่งเหมือนปัจจุบันนี้นะครับ โดยเรียนแล้วก็ทำตาม ฝึกฝนในเนื้อหาที่สอน ทำตามทีละขั้นทีละตอน
ซึ่งบางครั้งก็ใช้ความพยายาม ในการทำ เพื่อให้มีผลลัพธ์ตามที่ สอน ทำให้ผมมีระบบเป็นของตัวเอง ที่สร้างขึ้นมา ด้วยมือของเราเอง
ซึ่งระบบนี้สามารถทำงานแทนเรา ได้ดีมากๆ ช่วยเบาแรง ให้เราได้เยอะมาก ทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ ยังทำงานให้เราตลอดทั้งเวลาหลับและตื่น
กมลเวช เมืองศรี:
ระบบนี้ทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ 24 ชั่วโมงต่อวัน 52 สัปดาห์ต่อปี หลังจากที่ได้เรียนแล้วเอาไปลงมือทำ ได้ผลลัพธ์แบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือเลยใช่ไหมครับ
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ใช่ครับ เพราะว่าระบบช่วยเรา ทำให้เรามีรายชื่อใหม่ๆ เข้ามาทุกวัน รายชื่อเหล่านั้น ระบบจะทำการติดตามให้อัตโนมัติ ตามที่เราได้ ติดตั้งไว้ เรียบร้อยแล้ว
ซึ่งในการติดตามอัตโนมัตินี้ ก็จะทำให้ผู้ที่มาติดตามเรา รู้จักเรา เชื่อถือเรา และสุดท้ายก็จะโทรมาสอบถาม ถึงธุรกิจของเรา พร้อมที่จะเข้าร่วมธุรกิจกับเรา อันนี้ดีมากๆเลยครับ
และปัจจุบันนี้ ผมใช้ระบบนี้ในการ สปอนเซอร์ แล้วก็สร้างทีม ทำให้มีทีมเกิดตามมาเยอะมาก
ระบบในการสปอนเซอร์ สร้างทีม
กมลเวช เมืองศรี:
ดังนั้นเรามาชำแหละเปิดเผยระบบให้กับ ทุกท่านดูดีไหมครับว่า ถ้าเราอยากจะสร้างระบบ ในการทำการตลาดที่ทรงพลัง ดึงดูดลูกค้าดึงดูดผู้มุ่งหวัง ให้เข้ามาติดต่อขอซื้อสินค้า หรือมาขอสมัครทำธุรกิจกับเราเอง แถมสร้างชื่อเสียงให้กับเรามากมายด้วย ทำอย่างไร
สมมุติว่าผมเป็นคนใหม่ แล้วก็ใช้ระบบเก่าอยู่ ในการทำธุรกิจก็จะโดนความท้าทายสารพัด ตื้อง้อ ขอขาย เดินทาง ไม่ได้ผลลัพธ์ โดนปฏิเสธ
โดนแต่คำว่า ขอคิดดูก่อน แล้วเขาก็ไม่เคยคิด เขากลับบ้านไปเขาก็ไปดูหนังฟังเพลง เราโทรไปเขาก็ไม่รับ มันก็วนเวียนซ้ำซากอยู่อย่างนี้
ผมมาคิดว่าจะต้องทำอย่างไร เราถึงจะทำให้คนที่เราต้องวิ่งไล่ล่าเขา มาวิ่งไล่ล่าเรา ด้วยความที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เราก็เลยได้เรียนสุดยอดวิชานี้ จากผู้ที่ประสบความสำเร็จ มีรายได้เป็นร้อยหรือพันล้าน เราก็เอามาปรับใช้กับตัวของเรา สิ่งที่เริ่มต้นคือ
วิธีในการทำตัวให้เป็นมนุษย์แม่เหล็ก
เราต้องเข้าใจวิธีการทำการตลาดแบบดึงดูด เราต้องรู้วิธีในการทำตัวให้เป็น มนุษย์แม่เหล็กก่อน
เชษฐวิทย์ สิงขร:
รู้หลักการ ว่าทำแบบไหนจึงจะเป็นการตลาดแบบดึงดูด จะได้ไม่ทำผิดวิธี
กมลเวช เมืองศรี:
เพราะสิ่งนี้จะเปลี่ยนชีวิตคนจากหน้ามือเป็นหลังมือ คนที่ทำวิธีเดิมนั้น จะต้อง ออกไปไล่ล่าคน โทรออกไปหาคน เดินทางไปหาคน โทรศัพท์นัดคน นี่คือออกไปไล่ล่าคน
แต่ใครก็ตามที่เข้าใจหลักการตลาดนี้ จะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ กลายเป็น เราทำอยู่ที่บ้านมีคนมาไล่ล่า มีคนโทรมาหา ส่งข้อความส่งอีเมล์มาหา คนมาขอทำธุรกิจ
อย่างแรกเลยเนื้อหาจะถูกสอนอยู่ในคอร์สที่ชื่อว่า MLM attraction blueprint 2.0
หลังจากเราเข้าใจการตลาดแล้วเราจะต้องสร้างระบบ เพราะนักธุรกิจที่ต้องการความสำเร็จต่างโหยหา อยากเป็นเจ้าของระบบ
สร้างระบบเป็นของตนเอง
แมคโดนัลมีระบบ ถึงได้ร่ำรวย ขายขายแฟรนไชส์ ได้มากมาย KFC ก็มีระบบ ร้านอาหารใหญ่ๆ สุกี้ MK ก็มีระบบ มีระบบหมดเลย
เพราะฉะนั้นถ้าธุรกิจเครือข่ายอยากจะสร้างระบบ เพื่อแก้ปัญหา 2 อย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของนักธุรกิจเครือข่ายคือ
ปัญหาที่ 1 ขาดรายชื่อ เราจะใช้ระบบเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยระบบเราสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องขาดรายชื่อได้
ปัญหาที่ 2 คือขาดรายได้ มีระบบแล้วก็สามารถแก้ปัญหาเรื่องขาดรายได้ได้
เชษฐวิทย์ สิงขร:
แก้ปัญหาได้แน่นอน ถึงแม้ท่านจะสปอนเซอร์ใครไม่ได้เลย ท่านก็ยังมีรายได้
กมลเวช เมืองศรี:
อันนี้น่าสนใจมาก เพราะในธุรกิจเครือข่ายหรือธุรกิจที่จะต้องสปอนเซอร์คน สปอนเซอร์คนไม่ได้ขายของไม่ได้ ยังมีรายได้ จริงเหรอ
บางทีเยอะกว่ารายได้จากธุรกิจเครือข่ายด้วย สิ่งที่เราควรจะทำคือ เข้าใจการตลาดดึงดูดก่อน
ถ้ายังไม่ได้เรียนให้ไปเรียนในคอร์ส MLM attraction blueprint 2.0 ให้เข้าใจแล้ว เราก็มาสร้างระบบ ระบบในที่นี้เราจะต้องเริ่มต้นจากการสร้าง ศูนย์บัญชาการธุรกิจของตัวท่านเอง ดูยิ่งใหญ่ไหมครับ
เชษฐวิทย์ สิงขร:
เมื่อก่อนผมใช้ตัวเองนี่แหละทำหมดทุกอย่างเป็นศูนย์บัญชาการ
กมลเวช เมืองศรี:
แต่จะดีกว่าไหมถ้ามีอะไรบางอย่างมาทำให้เรา ซึ่งเราต้องสร้าง ศูนย์บัญชาการธุรกิจที่เรียกว่าฮับ หรือว่า Nerve Center
คือศูนย์บัญชาการ ที่จะทำให้ธุรกิจของเราเกิดผลลัพธ์ มีคนติดต่อเข้ามา มีคนสมัครเข้ามา หรือว่าจะสปอนเซอร์คน ขยายทีม ขายสินค้า เราเริ่มต้นที่ศูนย์บัญชาการนี้
แปลเป็นภาษาไทยเข้าใจง่ายๆ ก็คือเว็บไซต์ สมัยนี้มีอาจารย์มากมาย ทำให้ผู้คนมองข้ามเรื่องเว็บไซต์ โดยเอาธุรกิจไปฝากไว้กับ Facebook Page, YouTube Channel, Instagram
เห็นถึงความเสี่ยงไหมครับว่า เอาธุรกิจตัวเองสร้าง ผู้ติดตามเป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน ถ้าเกิดปัญหาอะไรบางอย่างขึ้น ชีวิตจะเปลี่ยนไหม ถ้าโดนปิดเพจ โดนปิดแชนแนล คิดว่าจะเป็นอย่างไร
เชษฐวิทย์ สิงขร:
มีความเสี่ยงแน่นอนครับ เพราะว่าเราอุตส่าห์สร้าง สะสมผู้ติดตาม สะสมที่ทุกคนที่มาดูเรา อยู่วันนึงถ้าโดนปิดหรือหายไป เราก็ต้องสร้างใหม่
กมลเวช เมืองศรี:
ซึ่งไม่มีอะไรการันตีเลยว่าเขาจะปิดหรือไม่ ใครเป็นเจ้าของ Facebook ก็คือ Mark Zuckerberg YouTube ล่ะ Google เป็นเจ้าของ ไม่มีอะไรเป็นของเราเลย ปัจจุบันนี้มีนักธุรกิจถูกปิดเพจ ถูกปิด YouTube ทุกวัน เดือนนึงเป็นพันคนนะครับ
เพราะฉะนั้นทุกท่านครับ ถ้าวันนึงท่านเคยถามตัวเองไหมว่า ถ้าฝากชีวิตไว้กับ Facebook หรือ YouTube แล้ววันหนึ่งถูกปิด โดยไม่อธิบายเหตุผล
ท่านอาจจะโพสต์ผิดกฎ หรือมีคนไป Report ว่าท่านทำผิดกฎ ทั้งๆที่ท่านไม่ได้ทำผิดกฎ อาจจะด้วยความหมั่นไส้ ทำให้เพจโดนปิด ง่ายๆ
คราวนี้เว็บไซต์ ใครเป็นเจ้าของครับ
เชษฐวิทย์ สิงขร:
เจ้าของเว็บไซต์ก็คือเราเองนี่แหละ ที่ไปเช่า web hosting มาเป็นของเราเอง
กมลเวช เมืองศรี:
แล้วเราก็สร้างเว็บไซต์ บน web hosting นี้ โดยชื่อเป็นของเราทั้งหมด ดังนั้นเมื่อเราสร้างฮับ หรือว่า Nerve Center ที่เป็น เว็บไซต์ของเรา เรียบร้อยแล้ว เราจึงจะทำการขายทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบริการสินค้าหรือโอกาสทางธุรกิจ ในเว็บไซต์ของเรา
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ปัจจุบันนี้เว็บไซต์ หรือ web hosting ราคาไม่แพงนะครับ แล้วได้ของดี แล้วก็ถูกมากด้วย เมื่อเทียบกับสมัยก่อน
กมลเวช เมืองศรี:
ต้องเรียนให้ทุกท่านทราบก่อนว่าผมทำเว็บไซต์ไม่เป็น ภาษา html อะไรเนี่ยเขียนไม่เป็น แต่ปัจจุบัน เราสามารถกดปุ่มได้ ภายใน 2-3 ที ได้เว็บไซต์ดีๆออกมาเลย
เขาเรียกว่าการลากหรือหยิบแล้วก็เอามาวาง ไม่มีพื้นฐานเลยก็สามารถทำได้ ขอแค่ ดูวิธีการแนะนำนิดหน่อย เราก็สามารถทำสิ่งนี้ออกมา แล้วก็สอนให้ผู้คน
ซึ่งสิ่งนี้ผมได้เคยถ่ายทอดให้กับโค้ชแนม โดยที่เราไม่เคยเจอตัวกันเลย โค้ชแมนดูทั้งหมดผ่านวีดีโอ
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ในสมัยนั้นใช้วิธีสร้างเว็บไซต์แบบเดิมๆด้วย ติด ตั้งเอง set up เอง ทำเองทุกอย่าง แต่ก็สามารถทำได้ และได้ผลลัพธ์มาแล้ว ปัจจุบันนี้เว็บไซต์ก็ยังอยู่
กมลเวช เมืองศรี:
แล้วมันสร้างผลลัพธ์ให้เกิดขึ้นจริงไหม
เชษฐวิทย์ สิงขร:
จริงครับ
กมลเวช เมืองศรี:
เราสามารถทำอะไรก็ได้กับเว็บไซต์ของเรา ขายก็ได้ สปอนเซอร์ก็ได้ สินค้า บริการได้หมด
แล้วเราไม่ต้องพึ่ง Social Media เหรอ วิธีการคือเราทำเว็บไซต์ให้สำเร็จก่อนแล้วใช้ Social Media เพื่อดึงคนเข้ามา เป็นการใช้ร่วมกัน
ทำเว็บไซต์ของตัวเอง
ดังนั้นขั้นแรก ท่านต้องทำเว็บไซต์ของตัวเองให้ได้ แต่ผมบอกเลยนะครับว่าเว็บไซต์ที่กำลังพูดอยู่กับทุกท่าน ไม่ใช่เว็บไซต์อย่างที่ท่านเข้าใจ
เพราะเว็บไซต์ที่ท่านเห็นในโลกอินเตอร์เน็ต มากกว่า 90% เป็นเว็บไซต์ที่ ดูสวยงาม แต่ไม่ค่อยมีคุณภาพ และประสิทธิผล เพราะไม่ได้ทำให้ถูกต้องตามหลักการตลาด
เว็บไซต์ของเราจะแตกต่างจากคนอื่นคือ เราจะโฟกัสอย่างมาก ในเรื่องของการดักจับรายชื่อ คนที่เข้ามาในเว็บไซต์เราทำไมเราต้องดักจับ
เพราะเรารู้ว่า คนนั้นจะไม่ซื้อสินค้าบริการหรือสมัครทำธุรกิจ ตั้งแต่เห็นเราครั้งแรก เขาจะซื้อก็ต่อเมื่อเห็น 5-7 ครั้ง เพราะฉะนั้นเราต้องดักจับ เราอาจจะมีของที่มีคุณค่าสูงมอบให้กับเขาฟรี และแลกด้วยการกรอกชื่อ อีเมล เบอร์โทรศัพท์
เพื่อที่จะให้เราได้มีโอกาสให้คุณค่าสูงขึ้นไปอีก ซึ่งตัวเว็บไซต์ บวกกับระบบติดตามผลของเรา สมัยก่อนเราใช้ Email Follow up สมัยนี้เราสามารถใช้ Facebook Messenger ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องทุ่นแรงที่เราเอามาประกบกัน แล้วเกิดผลลัพธ์ดีมาก
นึกภาพนะครับสร้างเว็บไซต์มา 1 ไซส์ เอาไปทำการตลาดผ่าน Social Media มีคนกรอกข้อมูลเข้ามา วันละ 100 คน สมมุติ นั่นหมายความว่าเรามีคนให้คุยเรื่องสินค้า เรื่องบริการ เรื่องธุรกิจ วันละ 100 คน แถมไม่ต้องคุยเองระบบอัตโนมัติคุยให้ ชีวิตท่านจะดีขึ้นมากไหม ไม่ต้องออกนอกบ้านเลย
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ระบบนี้นะครับจะทำงานทั้งตอนที่เราหลับ หรือตื่น ทำงานตลอดเวลา
เรียนการตลาด
กมลเวช เมืองศรี:
นั่นคือสาเหตุ ที่เมื่อเราเรียนการตลาด ดึงดูดเราต้องมาใช้เครื่องมือเหล่านี้ ดึงดูดคนเข้ามาและสร้างผลลัพธ์ให้กับเรา
เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องรายชื่อจะหมดไป เพราะเมื่อเรามีตัวดักจับ รายชื่อ ที่ถูกต้องและทรงพลัง ท่านจะมีรายชื่อไหลเข้ามาตลอด
ในธุรกิจเครือข่าย ธุรกิจออนไลน์ขายตรงประกันชีวิต ที่ต้องสปอนเซอร์คน เมื่อขาดรายชื่อจะเท่ากับขาดรายได้
แต่ถ้ามีรายชื่อเข้ามาแบบนี้ นั่นหมายความว่า เอาง่ายๆว่าถ้าท่านมีรายชื่อเข้ามาวันละ 100 รายชื่อ ท่านก็จะโทรไม่หมด ติดตามไม่ทัน ถ้าท่านต้องการสปอนเซอร์คนท่านไม่ต้องการ 100 คนทุกๆวันหรอก เราสามารถส่งต่อ รายชื่อเหล่านี้ให้ทีมงานเราได้ด้วย
เชษฐวิทย์ สิงขร:
รายชื่อเหล่านี้นะครับไม่ใช่รายชื่อ ตาสีตาสาหรือเพื่อนเรา ที่ไม่สนใจธุรกิจเรานะ เป็นรายชื่อที่มีคุณภาพที่เราคัดเลือกมาแล้ว
กมลเวช เมืองศรี:
ถูกต้องครับ เป็นรายชื่อที่มีคุณภาพ ถ้าคนที่ไม่สนใจในสิ่งที่เรานำเสนอ เขาจะไม่กรอก แต่คนที่กรอกข้อมูลคือคนที่สนใจ เราจึงได้คุยกับคนที่สนใจ สินค้าหรือบริการของเราอยู่แล้วเสมอ อัตราการโดนปฏิเสธเลยต่ำ
เชษฐวิทย์ สิงขร:
มันเป็นหลักสำคัญมากเลย เพราะแต่เดิมเราไปคุยกับคนที่เขาไม่สนใจ
กมลเวช เมืองศรี:
เพราะเราไม่ได้กรองเขาก่อน เครื่องมือเหล่านี้จะกรองคนที่ไม่ใช่ออกไป ทำให้ชีวิตท่านดีขึ้นมาก
หรือว่าท่านชอบโดนปฏิเสธวันละ 5 หรือ 10 คนมันไม่ค่อยสนุกนะ
สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือหลังจากที่ผมใช้ระบบนี้ ชีวิตผมไม่โดนปฏิเสธอีกเลย โค้ชแนม ก็เช่นเดียวกันไม่โดนปฏิเสธอีกเลย
จากเมื่อก่อนที่ผู้มุ่งหวังจะต้องเลือกว่าทำจะทำธุรกิจกับเราไหม กลายมาเป็นเรา เป็นผู้เลือก ว่าเขาจะทำกับเราได้ไหม ถ้าเขาทำไม่ได้เราจะปฏิเสธ เราไม่รับทุกคน
ด้วยการมีระบบนี้ทำให้ผมสร้างสถิติ ใหม่ขึ้นมา สถิตินี้คือ ผมมีอัตราการปิดการสมัคร ถ้าใครก็ตาม ที่ได้คุยโทรศัพท์กับผม จะต้องสมัครกับผม 100%
หลายท่านที่ฟังอยู่อาจจะรู้สึกว่ามันจริงหรอ โทรศัพท์แล้วคุยกับอาจารย์เนี่ยนะ คนที่โทรมา อัตราปิดสมัคร 100% จริงเหรอ
ให้ผมเปิดเผยไหมครับว่าทำอย่างไร ตั้งใจฟังนะครับ ผมดัดจับรายชื่อคนที่สนใจโอกาสทางธุรกิจ หรือว่าสิ่งที่ผมมีนำเสนอ ผมติดตามผล จนเขาเห็นคุณค่า แล้วว่าผมจะให้อะไรเขาได้ ช่วยอะไรกับเขาได้
สมมุติว่าเขาจะทำธุรกิจกับผม เขาจะรู้สึกว่าผมสามารถสอนเขาได้ หรือพาและจูงมือให้เขาประสบความสำเร็จได้
ผมสื่อสารว่า ผมนั้นต้องการเปิดตัว ธุรกิจ ผมกำลังจะเข้าร่วมกับธุรกิจเครือข่าย ใหม่ แล้วรับแค่ประมาณ 10 คนเท่านั้นในเดือนนี้ แล้วผมก็ส่งข้อความเหล่านี้ ฐานะระบบที่เราจับรายชื่อคนไว้ เป็นร้อยเป็นพัน ตอนนี้ผมมีหลายหมื่นเลยนะครับ ส่งไป คนเป็นหมื่นคน จะได้รับข้อความจากเรา
และเขาเห็นว่าอาจารย์กมลเวชกำลังเปิดรับหุ้นส่วนใหม่ ถ้าใครไม่สนใจ เขาจะไม่ทักมา ไม่กรอกข้อมูลเข้ามา สำหรับคนที่สนใจก็จะทักเข้ามา แต่เมื่อทักเข้ามา กรอกข้อมูลเข้ามา แต่ยังไม่ได้คุยกับผมนะ เพราะผมไม่รับทุกคน ผมรับแค่ 10 คน
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ดังนั้นคนที่สนใจก็ต้องรีบนะครับเพราะว่ากลัว จะไม่ได้เป็นหนึ่งในสิบ
กมลเวช เมืองศรี:
คิดว่าส่งออกไป 10,000 จะกรอกมากกว่า 10 ไหม มากกว่าแน่นอนครับ
ผมจะดักอีกขั้นหนึ่ง ด้วยการทำแบบสอบถาม ยาวประมาณ 20 ข้อ คุณชื่ออะไรนามสกุลอะไรอายุเท่าไหร่ แล้วก็ถามคำถามที่มีคุณภาพ ที่ผมอยากรู้เกี่ยวกับเขา
เช่น ทำงานอะไร เคยทำธุรกิจอะไรมาก่อนไหม ถ้าเคย ประสบความสำเร็จหรือไม่ ไม่ประสบความสำเร็จเพราะอะไร มีงบประมาณในการลงทุนทำธุรกิจเท่าไหร่ ทำไมอยากทำธุรกิจกับผม ทำแล้วอยากให้ผมช่วยอะไร การดูแลรักษายอดธุรกิจรายเดือนมีงบประมาณหรือไม่
ถ้ามีแพ็คเกจเท่านี้ คุณอยากเริ่มต้นที่เท่าไหร่ แล้วถ้าทำธุรกิจแล้ว ต้องการประสบความสำเร็จ ใครต้องรับผิดชอบ คำถามจะมีประมาณแบบนี้
เชษฐวิทย์ สิงขร:
อันนี้เรียกว่า เปิดเผยแทบจะหมดเปลือกแล้วนะครับ
กมลเวช เมืองศรี:
เพียงแต่ว่ามันต้องเรียงลำดับให้ดี จนมาถึงคำถามสุดท้าย คุณพร้อมจะเริ่มต้นธุรกิจวันไหน เดี๋ยวนี้ อีก 1 สัปดาห์ อีก 1 เดือน
เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเรามีรายชื่อคนสัก 500 รายชื่อ ที่เห็นข้อมูลหมดเลย ประมาณ 20 ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขา แล้วมีคนที่มีเงินลงทุน 100,000 บาทวันนี้ มีเงินดูแลธุรกิจเดือนละ 50,000 แล้วบอกว่าพร้อมเริ่มต้นธุรกิจเดี๋ยวนี้ สัก 50 คน
ท่านโทรไปหา 50 คนนี้ ท่านจะโดนปฏิเสธไหม ในเมื่อเขาพร้อมจะเริ่มต้นเดี๋ยวนี้ จริงไหมครับ
เราไม่ได้ถามด้วยนะครับว่า เขาจะทำกับเราไหม แต่สิ่งที่เราทำคือ เราจะสัมภาษณ์เขาเพื่อดูว่าเขา เหมาะที่จะเข้ามาร่วมทีมกับเราไหม ถ้าไม่เหมาะเราจะปฏิเสธ
เราจะบอกเลยว่าคุณเนี่ย ยังไม่เหมาะที่จะร่วมทีมกับเรา ไม่ใช่ว่าคุณเป็นคนไม่ดี ไม่ใช่ว่าคุณไม่เก่งนะ เพียงแต่เราเห็นว่า ยังไม่น่าจะใช่เวลาที่เหมาะสม และการเข้ามาของคุณ อาจจะทำให้คุณมีโอกาสไม่ประสบความสำเร็จ
บางคนกรอกมาอาจจะแบบมีแนวคิด ไม่ถูกต้อง เช่น ทำธุรกิจไม่สำเร็จ ยังพร้อมโทษคนอื่น เราจะบอกชัดเจนเลยว่ายังไม่เหมาะ จนกว่าเขาจะไปปรับแนวคิดใหม่
มีคำถามหนึ่งผมถามว่า ถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จ ในชีวิต ในธุรกิจนั้นเราต้องรับผิดชอบชีวิตของเรากี่เปอร์เซ็นต์ ผมก็จะมี ตัวเลือก 25%, 50%, 75%, 100% จริงๆแล้วคำตอบก็คือ เราต้องรับผิดชอบ 100% เชื่อไหมครับว่ามีคนตอบ 25% มีคนตอบ 50% มีคนตอบ 75%
ผมจะไม่โทรหาคนเหล่านี้ก่อนเลย ไม่สัมภาษณ์คนเหล่านี้ เพราะแนวคิดเขายังไม่ได้
เห็นไหมครับว่าเราคัดคนที่ไม่ใช่ออกไป ยังมีอีกมากมาย คำถามที่เรากรองคนแบบนี้
สรุปเวลาที่เราคุยกับเขาเราสัมภาษณ์กับเขาแล้ว เราเป็นคนบอกเขาครับ ว่าเขาเหมาะ หรือไม่เหมาะ ถ้าเราบอกว่าเขาไม่เหมาะเขา ก็จะไม่ได้เข้า แต่ถ้าเราบอกว่าเขาเหมาะ
แล้วคุณจะเป็นคนที่ 3 แล้วจำนวน 10 คนที่ผมรับ เพราะตอนนี้ผมรับมาแล้ว 2 คุณพร้อมที่จะเริ่มต้น วันนี้ถูกไหม ตามที่กรอกข้อมูลมา
คุณดูรายละเอียดมาหมดแล้วใช่ไหม คุณมีคำถามหรือข้อสงสัยอะไรไหม คุณจะเริ่มสมัครเมื่อไหร่ คุณจะเริ่มชำระเงินเมื่อไหร่ ผมต้องการข้อมูลของคุณมาเพื่อทำการสมัครคุณพร้อมจะให้ไหม ถ้าไม่ให้ ผมจะต้องไปคนอื่นต่อ เพราะยังมีคนอื่นอีก เดี๋ยวคุณมาต่อคิวทีหลัง
ทำหรือไม่ทำเอาหรือไม่เอา เราเลือกทั้งหมดเลยใช่ไหมครับ อำนาจอยู่ที่ใคร อำนาจอยู่ที่เรา นี่เป็นหลักการคร่าวๆ ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องการทำ Content การ Follow up การขายสินค้าอื่น เพื่อให้เรามีรายได้มากขึ้นแทนที่จะขายสินค้า MLM อย่างเดียว เท่าที่ผมพูดมาทั้งหมด นี่เป็นสิ่งที่ผมสอน
เชษฐวิทย์ สิงขร:
นี่แหละครับ เป็นสิ่งที่สอนในคอร์ส นี่แค่เนื้อหาส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง สุดยอดมากๆ ยังมีเนื้อหาที่สำคัญสำคัญ เพียบพร้อมอยู่ในคอร์ส อีกนะครับ
กมลเวช เมืองศรี:
สรุปสิ่งที่ผมอยากจะแบ่งปันก็คือว่า เนื้อหาทั้งหมดที่ผมจะสอนอย่างละขั้น อย่างละตอน step by step เริ่มต้นอย่างไรพูดอย่างไร สื่อสารอย่างไรทำการตลาดยังไง จะดูดคนยังไง จะถูกถ่ายทอดทั้งหมด อยู่ในคอร์สที่ชื่อว่า Top Sponsor Formula
ซึ่งตอนนี้เรากำลัง จะปรับเนื้อหา ให้มันกระชับขึ้นให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ซึ่งตอนนี้เราก็จะปรับเป็นเวอร์ชั่นใหม่แล้ว ถ้าท่านดูวีดีโอนี้ ไม่ว่าท่านจะสมัครเข้ามา แล้วยังได้เรียนเนื้อหาเดิม
หรือถ้าได้เรียนเนื้อหาใหม่แล้ว ขอให้รู้ไว้ว่ายังไงท่านก็กำไร เพราะคนที่เรียน Top Sponsor Formula จะได้เรียนทั้ง 2 เนื้อหา ให้เปรียบเทียบกันดูได้เลยครับว่าเนื้อหา แตกต่าง
เชษฐวิทย์ สิงขร:
หมายถึงคนที่สมัครอยู่แล้วก็จะได้เรียนอันใหม่ด้วยฟรี คือเพิ่มเข้าไปในคอร์สเลย สุดยอดเลยครับ
กมลเวช เมืองศรี:
และคนที่เข้ามาเรียนใหม่ก็ได้เรียนเนื้อหาเก่าด้วย Double ไปเลย ผมเชื่อว่าคอร์สนี้เปลี่ยนแปลงผู้คนมามากแล้ว
เพราะวิธีการที่เราใช้มันคือวิธี การที่นักการตลาดระดับโลกใช้ ใครก็ตามที่ใช้ระบบนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
แก้ไขปัญหาชีวิตทั้งหมดเลย ไม่มีรายชื่อไม่มีรายได้ ไม่มีชื่อเสียงก็จะกลายเป็นมีชื่อเสียง ไม่มีคนติดตามก็จะมีคนติดตาม ไม่เคยมีใครเรียกว่าเป็นผู้นำหรืออาจารย์ เขาจะมีคนเรียกว่าเป็นผู้นำ หรืออาจารย์ มีคนเรียกอาจารย์เชษฐวิทย์ แล้ว ใช่ไหมครับ
ผมเล่าอะไรให้ฟังอย่างนึง มีนักเรียนของผมท่านหนึ่ง อายุมากแล้วมาเรียนกับผมแล้วก็ทำการตลาด แล้วก็ทำได้ดีจนกระทั่ง มีคนเห็นเนื้อหาของนักเรียนคนนี้อายุมากแล้วด้วย 50-60 แล้ว
เอาเรื่องราวที่ลูกศิษย์ของผมไปเขียนเป็นหนังสือแล้วตีพิมพ์ ออก ออกขายในซีเอ็ดเลยนะ มีการอ้างอิงถึงชื่อของท่านนี้ด้วย ว่าท่านนี้ อาจารย์ท่านนี้สอนมาแบบนี้ แล้วเป็นหลักการที่สอนดีมาก
ผมก็ยืนอ่านดู นี่คือลูกศิษย์เรานี่นา สอนเนื้อหาที่เราสอน หมดทุกอย่างแล้วมันเปลี่ยนชีวิตคน แล้วคนที่เขียนหนังสือก็ชีวิตเปลี่ยนด้วย
ถ้าท่านอยากจะเรียนรู้ อยากจะพัฒนาตัวเองให้ไปถึงจุด สูงสุด ของการเป็นสุดยอด Sponsor เพราะกิจกรรมที่สำคัญที่สุดใน ธุรกิจเครือข่ายคือการสปอนเซอร์ ถูกไหมครับ สปอนเซอร์คนเข้ามา
เมื่อสปอนเซอร์คนเข้ามาแล้ว ต้องสปอนเซอร์ให้เขาสปอนเซอร์คนต่อได้ ขยายต่อได้ ทั้งหมดอยู่ในเนื้อหาที่ชื่อว่า Top Sponsor Formula สอนแบบหมดเปลือก อยากให้ท่านประสบความสำเร็จ
ถ้าท่านอยากรู้ว่าเนื้อหามีอะไรบ้างคลิกที่ลิงค์ที่อยู่ใต้วีดีโอนี้ หรือว่าอยู่ในโพสต์นี้ แล้วก็ดูรายละเอียด ต้องการสอบถามข้อมูลสอบถามเข้ามาได้ผ่าน Messenger หรือ Facebook นะครับ
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ครับก็เป็นอะไรที่สุดยอดมากๆหลายคนมีความฝัน ต้องการที่จะมีชีวิต หรือว่าทำธุรกิจแล้วอยากให้ เป็นธุรกิจที่ สามารถทำรายได้ให้เรา แม้ในยามหลับ และตอนตื่น สามารถจะมีรายได้จากระบบนี้ได้ วันนี้เราสองคน ลาไปก่อน สวัสดีครับ
ถ้าเนื้อหานี้มีประโยชน์กับท่าน เราอยากทราบว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร?เขียนความเห็นที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ
ท่านสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าของท่านได้โดยการแชร์บทความนี้ออกไปเยอะๆ นะครับ
แด่ความสำเร็จบนโลกออนไลน์ของท่าน!
เชษฐวิทย์ สิงขร & กมลเวช เมืองศรี
TOP Sponsor Formula
“ใช่ท่านหรือเปล่า ที่ต้องการเป็น สุดยอดสปอนเซอร์สมัครหุ้นส่วนคุณภาพดี เข้าร่วมธุรกิจ 5-10 คนและทำรายได้ 5-7 หลัก ทุกๆเดือนการันตี!”
สุดยอดวิชา Top Sponsor Formula นี้ จะะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์อย่างชัดเจนให้กับทุกธุรกิจ 100 -1,000 % ในเวลาข้ามคืนและยั่งยืนในระยะยาว ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร ทำธุรกิจบริษัทอะไร และอยู่ที่ไหนก็ตาม!
by เชษฐวิทย์ สิงขร | Feb 25, 2020 | ธุรกิจเครือข่าย , วิธีสปอนเซอร์
ถ้าท่านไม่ต้องการเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธและล้มเหลวในการสร้างผลลัพธ์ให้กับธุรกิจเครือข่ายของท่านอีกต่อไป และต้องการรู้วิธีดึงดูดผู้คนให้เข้ามาขอสมัครทำธุรกิจกับท่านเอง คลิกที่นี่
“อาจารย์คะ ตอนนี้หนูทำต่อไปไม่ได้ ไม่สามารถพาลูกทีมไปต่อ พาเขามาแล้ว ไม่เดินก็ไม่สำเร็จ หนูเลิกทำแล้วค่ะใจไม่แข็งพอ พาเขาเป็นหนี้สินค่ะ หนูจะทำยังไงคะ “
วีดีโอ “หนูเลิกทำธุรกิจ พาคนมาเป็นหนี้ หนูทุกข์ใจ จะทำยังไงดี?”
หนังสือเสียง
“หนูเลิกทำธุรกิจ พาคนมาเป็นหนี้ หนูทุกข์ใจ จะทำยังไงดี?”
สารบัญเนื้อหา
วีดีโอ “หนูเลิกทำธุรกิจ พาคนมาเป็นหนี้ หนูทุกข์ใจ จะทำยังไงดี?” หนังสือเสียง “หนูเลิกทำธุรกิจ พาคนมาเป็นหนี้ หนูทุกข์ใจ จะทำยังไงดี?” คน 3 แบบ ในธุรกิจเครือข่าย คนกลุ่มที่ 1 ลูกค้า คนกลุ่มที่ 2 นักขาย คนกลุ่มที่ 3 นักสร้าง แนวคิดในการสร้างทีม
เชษฐวิทย์ สิงขร:
สวัสดีครับ วันนี้มาเจอเราทั้งสองคน ที่จะให้คำตอบสำหรับคำถาม ในการทำธุรกิจ เครือข่ายธุรกิจออนไลน์ สำหรับคำถามนี้ ก็ถามมาจากคุณ มณธิยา ถามมาแบบนี้ ท่านอาจารย์กมลเวชจะตอบอย่างไรดีครับ
กมลเวช เมืองศรี:
ขอบคุณคุณมณธิยาที่ถามมา ทำให้เราได้มีโอกาสมาตอบ และเป็นวิทยาทานให้กับผู้คน
ทุกท่านทราบไหมครับว่า ความไม่รู้นั้นแพงมาก ขนาดทำให้คนคนหนึ่งล้มเหลวจากธุรกิจ ได้เลย และไม่ใช่คนเดียวด้วย เป็นร้อยพันหมื่นแสนล้าน เพราะฉะนั้นเราสองคนมีความตั้งใจ ที่อยากจะมาแบ่งปัน วิธีการที่ทำให้เรานั้นเอาตัวรอด จากความไม่รู้ทั้งหลายทำให้ตัวเองรู้
ไม่ใช่แค่ รอด แต่เราทำให้ประสบความสำเร็จรุ่งเรืองได้ด้วย ดังนั้นคำถามที่ถามมา เราก็ขออนุญาตมาออกอากาศ และแบ่งปัน ขอให้บุญกุศลนี้ส่งถึงคุณมณธิยาด้วย
จากคำถามที่ว่า ชวนคนมาทำธุรกิจเครือข่าย แล้วเขาไม่ทำต่อ พาเขาไปต่อไม่ได้ ใจไม่แข็งพอ ตอนนี้รู้สึกเสียใจ ที่พาเขามาเป็นหนี้สิน ซึ่งตรงจุดนี้ เป็นจุดที่ทำให้คนที่ทำธุรกิจเครือข่าย หรือธุรกิจที่จำเป็นต้องสร้างองค์กร ตกอยู่ในหลุมและกับดักแห่งความ เศร้าโศกแบบนี้ อยู่เต็มไปหมดเลย
แล้วถ้าเขาไม่ได้ฟังวีดีโอนี้ หรือว่าท่านไม่ได้กดแชร์ให้เขาฟัง คนเหล่านี้จะยังตกอยู่ในหลุมแห่งความ เสียใจเศร้าโศก และในสิ่งที่เขาไม่ควรจะเสียใจด้วยซ้ำ ไปตลอดชีวิต
ถ้าท่านเห็นว่าวีดีโอนี้มีคุณค่า ผมแนะนำให้กด Like กดแชร์ กดติดตามกด Subscribe ทั้ง Facebook YouTube ทุกที่ที่ท่านเห็นวีดีโอนี้ เพื่อที่ท่านจะได้เรียนรู้ข้อมูล ดีๆที่จะเปลี่ยนชีวิตของท่าน และเมื่อท่านแชร์ก็จะเปลี่ยนชีวิตคนอื่นด้วย
ถ้าถามผม สำหรับผมก็เคยมีความรู้สึกนี้เช่นเดียวกัน โค้ชแนมเคยสปอนเซอร์คนแล้วไม่ประสบความสำเร็จบ้างไหม
เชษฐวิทย์ สิงขร:
มีครับ เยอะเต็มไปหมดเลยครับ แล้วก็เคยมีความรู้สึกแบบนี้เช่นเดียวกัน เราก็เคยผ่านมาแล้วกับความรู้สึกที่ไม่อยากไปต่อ มันเกิดขึ้นบ่อยมากๆ
กมลเวช เมืองศรี:
เราก็รู้สึกเสียใจที่ไปต่อไม่ได้ แล้วก็ยังพาคนมาไม่สำเร็จด้วย แต่วันนี้ ข้อมูลที่ผมกำลังจะแบ่งปันท่านตอนนี้ จะทำให้ท่านนั้นพลิก ความคิด พลิกทัศนคติ ในการทำธุรกิจเครือข่าย
แล้วก็มีความรู้สึกมีความสุข ในการทำธุรกิจ ถึงแม้คนที่มาทำธุรกิจกับท่านเขาจะไม่ประสบความสำเร็จ ตั้งใจฟังนะครับ ว่าผมนั้นเปลี่ยนความคิดนี้ได้อย่างไร แล้วท่านจะเปลี่ยนได้อย่างไร
ผมมีที่ปรึกษาอยู่ท่านหนึ่ง ซึ่งประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย ทำรายได้ปีละ 100 กว่าล้าน จากธุรกิจเครือข่าย เขาประสบความสำเร็จมาก เขาได้แนะนำผม ให้เข้าใจ ว่าการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จมันไม่ได้ใช้เวลาแค่ 3 เดือน ขนาด 3 ปีอาจจะยังไม่ใช่ บางที 5 ปี 10 ปี 20 ปี กว่าจะเจอความสำเร็จกันจริงๆ เหมือนธุรกิจทั่วไป บางคน 20 ปีแล้วยังพายเรืออยู่ในอ่าง ไม่ไปไหนเลย
เพราะฉะนั้นถ้าเรารู้แล้ว ว่าจะทำธุรกิจนี้ อย่างน้อย 5 ถึง 10 ปี เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ เช่นมี Passive Income เดือนละ 100,000 ถึงเดือนละล้านบาททุกเดือน อันนี้คือค่าเฉลี่ย เราจะต้องทำงานกับคนเยอะมาก ต้องมีการชวนคนสปอนเซอร์คน
และไม่มีอะไรการันตีว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้าย ในจำนวนนั้น 80-90 เปอร์เซ็นต์ไม่ประสบความสำเร็จ
จากที่เข้ามา ทำธุรกิจ พร้อมลุย กลับกลายเป็นซื้อกินซื้อใช้ เป็นลูกค้าธรรมดา บางคนเป็นนักขาย ซื้อมาขายไปเอากำไรอย่างเดียว
คน 3 แบบ ในธุรกิจเครือข่าย
ในธุรกิจเครือข่ายของเราที่ประสบความสำเร็จ จะมีคนอยู่ 3 แบบ
คนกลุ่มที่ 1 ลูกค้า
คนกลุ่มที่ 1 ที่มีเยอะที่สุดเลยคือลูกค้าซื้อกินซื้อใช้ ถ้าเรามีทีมงานใหม่เข้ามา แล้ว แล้วเปลี่ยน ตัวเองจาก นักธุรกิจมาเป็นนักขาย กลายเป็น ไม่ทำอะไรเลย แต่ยังซื้อกินซื้อใช้ จงรักเขาเหมือนเดิม จงรักเขาเหมือนพี่เหมือนน้อง
เพราะธุรกิจเครือข่าย คือองค์กรแห่งการซื้อซ้ำ ถ้าไม่มีใครซื้อซ้ำ ท่านจะไม่ได้ค่าคอมมิชชั่น รายได้เดือนละแสนเดือนละล้านมาจากการที่สินค้าถึงมือ ผู้บริโภค ผู้บริโภคจ่ายเงินเข้ามา เพราะฉะนั้นจงรักเขา เพราะในธุรกิจเครือข่ายองค์กรใดก็ตามจะมี นักธุรกิจแบบนี้อยู่ประมาณ 80%
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ธุรกิจเครือข่ายคือการสะสม ฐานผู้บริโภค
กมลเวช เมืองศรี:
เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากเป็นลูกค้าจงรักเขา จงส่งข้อมูล ให้เขาอย่างน้อยเดือนละครั้ง ช่วยเขายังอยู่ใน การสื่อสารของธุรกิจของเรา
คนกลุ่มที่ 2 นักขาย
กลุ่มคนกลุ่มที่ 2 มีอยู่ประมาณ 15 ถึง 17 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มนี้คือนักขาย เข้ามาอาจจะยังไม่เข้าใจธุรกิจเครือข่าย คิดว่าซื้อมาขายไป เหมือนขายตรงทั่วไป แล้วไม่เข้าใจเรื่องการสร้างองค์กร เขาจะไม่สำเร็จไม่ร่ำรวยถ้ามัวแต่การขาย แต่เขาจะมั่งคั่งได้ ถ้ามุ่งขยายองค์กร แต่คนกลุ่มนี้จะไม่เข้าใจ หรือบางทีเข้าใจ แต่ไม่พร้อมจะพัฒนาทักษะ เบื่อเรื่องคน
เชษฐวิทย์ สิงขร:
จริงๆถ้าไม่ทำกับคนได้ยิ่งดีมากเลยครับ แต่ในธุรกิจมันต้องทำกับคน
กมลเวช เมืองศรี:
ในธุรกิจ ต้องทำกับคน ในธุรกิจอื่นก็ต้องทำกับคนเช่นเดียวกัน แล้วก็มีปัญหาเหมือนกันหมด จะขายสินค้าอะไรก็ตาม ต้องทำกับคนหมด
คนกลุ่มที่ 3 นักสร้าง
ดังนั้นต้องเข้าใจก่อนว่า ถ้าท่านอยากสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย ท่านต้องเป็นคนกลุ่มสุดท้ายให้ได้ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 1 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์หรือ 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น กลุ่มนี้เขาเรียกว่า Builder หรือว่านักสร้าง
ซึ่งคนส่วนมากที่เข้ามาใหม่ๆ จะดูเหมือนเป็น Builder หมด ตื่นเต้น แล้วจะมีอะไรบางอย่างมันดึงเขาออกจากการ เป็นนักสร้างองค์กร เช่น คนในครอบครัวไม่เห็นด้วย เวลาทำงาน ทัศนคติ ที่ไม่ชอบการขาย
จริงๆ แล้ว นักธุรกิจที่ทำเครือข่าย เขาจะรู้เลยว่าไม่มีอะไรต้องขายเลย เวลาเราจะให้คนได้รับสินค้าของเรา หรืออยากซื้อสินค้าของเรา เราไม่ต้องขาย เราให้เขาทดลอง แจกตัวอย่าง แต่ถ้าเราโฟกัสการขาย เรากำลังจะไปผิดทาง ถ้าถามว่าอยากขายได้ไหม ขายได้ครับ
แนวคิดในการสร้างทีม
เรามาทวนคำถามของคุณมณธิยา ที่ไม่อยากไปต่อที่พาเขามาไม่สำเร็จ สิ่งสำคัญที่ทุกท่านจะต้องเข้าใจ ก็คือ เราไม่มีหน้าที่ ที่จะต้องรับผิดชอบ ต่อความสำเร็จของใครเลยแม้แต่คนเดียวนอกจากตัวเรา
การที่คนส่วนมากติดกับ เหมือนกับตกหลุม ว่าหลังจากชวนเขามาแล้วจะต้องรับผิดชอบ จริงๆแล้ว เมื่อท่านสมัครทำธุรกิจเครือข่ายแล้ว ธุรกิจนี้เป็นของใครครับ มันเป็นของเรา
สมมุติผม Sponsor โค้ชแนม เมื่อเข้ามาปุ๊บ ธุรกิจที่โค้ชแนมลงทุน แล้วได้สินค้าไป เป็นของผมหรือเป็นของ โค้ชแนม มันเป็นของโค้ชแนมครับ
ธุรกิจใคร คนนั้นก็ต้องดูแล ผมก็ต้องดูแลธุรกิจของผม โค้ชแนม ก็ต้องดูแลธุรกิจของตัวเอง ถ้าผมทำเต็มที่เลย ทำ ในสิ่งที่จำเป็นต้องทำในฐานะของนักธุรกิจเครือข่าย ที่ดีและผู้สปอนเซอร์ที่ดี
ผมสอนทุกอย่าง ที่จำเป็นต้องรู้สินค้าแผนการสมัครคน วิธีการสั่งซื้อสินค้า วิธีการขยายองค์กร สอนในสิ่งที่จำเป็นต้องสอนทั้งหมด แล้วให้เขาได้ฝึกทำฝึกฝน และสอนคนอื่นต่อให้ได้ อย่างนี้เราเรียกว่าเรารับผิดชอบต่อความสำเร็จของคนอื่นเรียบร้อยแล้ว
เพราะฉะนั้นจำไว้ ถ้าท่านจำเป็นจะต้องรับผิดชอบให้กับทีมของท่านหรือคนในองค์กรของท่าน สิ่งที่ท่านต้องรับผิดชอบมีอย่างเดียวเท่านั้น สอนในสิ่งที่จำเป็น ที่เขาจำเป็นจะต้องรู้ เพื่อให้เขาทำธุรกิจได้ ท่านไม่มีหน้าที่ รับผิดชอบ
ถ้าท่านมีความรู้สึก ว่าพาคนมาแล้วทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จ ต้องฟังให้ดี เพราะมันอาจจะมีปัญหาตั้งแต่ตอนชวน คือมีการให้ความหวัง หรือให้สัญญา เกินไป
เช่น ฉันกำลังเริ่มธุรกิจ มาทำด้วยกันเถอะ เดี๋ยวจะช่วยทุกอย่าง เดี๋ยวจะพาสำเร็จ เดี๋ยวจะหาลูกค้าให้ เดี๋ยวต่อคนลงไปข้างล่าง การสปอนเซอร์คนเข้ามาโดยการให้สัญญาว่าจะช่วย เท่ากับ ตอนนั้นติดกระดุมเม็ดแรกผิด
จริงๆ แล้วการที่จะ สปอนเซอร์คนเข้ามาในธุรกิจเครือข่าย สิ่งที่ท่านควรทำคือ ต้องทำให้คนที่ท่านสปอนเซอร์มา มีความคาดหวังที่ถูกต้อง ว่าเขาจำเป็นจะต้องเรียนอย่างน้อย 6 เดือน แล้วต้องลงมือทำด้วยตัวเอง แล้วต้องรับผิดชอบธุรกิจของตัวเอง
เราไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสำเร็จของเขา เพราะเรามีหน้าที่คือแนะนำโอกาส แต่ถ้าจะพลาด คนส่วนมากมักจะบอกว่า มาเถอะ เดี๋ยวช่วย จะช่วยหาคนให้เดี๋ยวช่วยต่อคนให้
พอนักธุรกิจเครือข่าย พูดแบบนี้กับทีมงาน สิ่งที่เกิดขึ้น เขาจะคิดว่าสบายแล้ว สมัครก็ได้ เพราะเขาสัญญาว่า จะช่วยความคิดเขาจะเปลี่ยนเลย พอบอกว่าจะช่วยเขาก็จะรอเราช่วย สมัครเสร็จแล้วไหนบอกว่าจะช่วยล่ะ ไหนเงินล่ะ ไหนของล่ะ ไหนลูกค้าล่ะ
พอเราพูดคำว่าช่วยแล้วเขาก็รอให้เราช่วย แล้วพอเราช่วยให้เขาสำเร็จไม่ได้ เขาก็เลยตกหลุม คนชวนก็ตกหลุมด้วยว่า ฉันต้องรับผิดชอบ ความสำเร็จของคนอื่น
จริงๆแล้วเรามีวิธีการที่ดีกว่านั้น เวลาเราสปอนเซอร์คนเราจะไม่พูดคำว่าช่วย ห้ามพูดเด็ดขาด จากนี้ไป ไปถ่ายทอดต่อให้องค์กรเลย ไม่อย่างนั้นมันจะมัดคอเรา
ผมจะบอกว่าอย่างนี้ ผมจะเป็นหุ้นส่วน ที่จะสนับสนุน ในการสอนให้รู้ว่าธุรกิจนี้ทำอย่างไร สินค้ามีอะไรบ้าง แผนการจ่ายผลตอบแทนเป็นอย่างไร การนำเสนอ การชวนคนเข้ามา แล้วเขาก็ต้องเรียนรู้จากผม ลงมือทำโดยมีผมคอยให้คำแนะนำทุกอย่าง
เมื่อคุณมีคำถามเราจะเดินกันไปแบบนี้คุณโอเคไหมในการทำงานกับเรา ผมไม่ได้บอกนะว่าผมจะช่วย ผมมีธุรกิจที่ต้องดูแล คุณก็มีธุรกิจ ที่ต้องดูแล เพราะฉะนั้นเรามาดูแลธุรกิจของเราไปด้วยกันจะทำให้เราวิ่งได้เร็ว
แต่ถ้าผมมีทีมงาน 10 คน แล้วบอกว่าจะช่วยหมด โดยที่ทั้ง 10 คนนั่งเอาแต่รอ ผลักอย่างไรก็ไม่ไป เอารถสิบล้อมาดึงก็ไม่ไปเพราะเขารอจะให้เราช่วย
เพราะฉะนั้นผมบอกเลยว่า เลิกรู้สึกผิด ว่าเราพาเขามาไม่สำเร็จ ถ้าเข้ามาเป็นหนี้เป็นสิน จริงๆถ้าทำธุรกิจถูกต้อง ต้องทำให้ทีมงานของเรามีความคาดหวังที่ถูกต้องว่า ลงทุนไปแล้ว มันคือเงินทุนเขาจะต้องลงมือทำทุกอย่างเพื่อให้เขานั้นได้ทุนคืน และได้กำไร
แต่ในกรณีที่คุณมณธิยาพูดมา ผมเชื่อเลยว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในกรณีที่เราพูดมานี่แหละ คือเขาไม่พยายามจะทำอะไรเลย เพื่อให้เขาสำเร็จ และคุณชวนมา 10 คนคุณก็ต้องรับผิดชอบทั้ง 10 คน นั่นไม่ถูกต้อง
กดแชร์กันเยอะๆ เลยนะครับ เอาไปสอนทีมงาน สอนตัวเองด้วย ผมเชื่อว่าผู้นำที่เคยสปอนเซอร์ ทีมงานเข้ามา แล้วไม่สำเร็จรู้สึกอย่างนี้ทั้งนั้น ไม่อยากชวนแล้ว ช่วยเข้ามาแล้วก็ไม่สำเร็จ
จริงๆแล้วถ้าท่านใดทำหน้าที่ของอัพไลน์ที่ดี สอนทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาจะสำเร็จหรือไม่ ฉันได้ทำหน้าที่ของท่านเรียบร้อยแล้ว โค้ดแนมมีอะไรแบ่งปันบ้างหรือไม่ครับ
เชษฐวิทย์ สิงขร:
ครับ น่าจะมีเหตุอีกอย่างนึงที่จะทำให้มีความรู้สึกเช่นนั้น ก็คือว่า พอชวนมาแล้ว ก็อาจจะทำ หรือ ทำอย่างไรก็ได้ให้เขาซื้อสินค้า เพื่อที่ตัวเองจะได้มียอด พี่พยายามให้เขาลงทุน
นั่นก็เป็นสาเหตุว่า พอเขาซื้อเรียบร้อยแล้ว ยอดนั้นไม่ได้ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน โดยที่เราไม่ได้ให้แนวความคิดหรือวิธีการ ทำงานลงไป ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้นได้
กมลเวช เมืองศรี:
เป็นตัวอย่างที่ดีมากครับ
เพราะการทำแบบนั้นมันไม่ได้เป็นการทำเพื่อเขา มันเป็นการทำเพื่อตัวเรา ตัวฉัน เราต้องการคอมมิชชั่น
ส่วนใหญ่เขาก็ทำกันนะให้ทีมงานลงทุนเพิ่มจะได้ตำแหน่งเพิ่มเราก็เลยต้องสัญญา ซื้อสินค้าเถอะเดี๋ยวช่วยปล่อยของ ซื้อเถอะเดี๋ยวช่วยสปอนเซอร์ แต่โดยส่วนมากหลังจากที่เขาซื้อแล้วอัพไลน์ไปไหน
บางทีเลิกไปด้วยกันเลย ได้เงินแล้วหายไปเลย ไม่มารับผิดชอบ ก็ไปหาคนใหม่เข้ามา เพราะมองเงินเร็วจากการสปอนเซอร์คนเข้ามา
จริงๆ เป็นการมองที่ไม่ถูกต้อง ในการทำธุรกิจเครือข่ายคนจำนวนมากมี Mindset ของนักขาย เขามองธุรกิจเครือข่ายเป็นเหมือนสินค้าที่จะเอาออกไปขายแล้วให้คนจ่ายเงินซื้อ พอกดสมัครปุ๊บ คิดว่าสำเร็จแล้ว
จริงๆแล้วไม่ถูกต้อง ธุรกิจเครือข่ายหรือธุรกิจที่มีการขยายองค์กรงานจะเริ่มต้นก็ต่อเมื่อ เริ่มต้นสปอนเซอร์คนเข้ามาได้แล้ว นั่นแหละเริ่มนับก้าวแรก
เพราะการที่เรามีทีมงานใหม่เข้ามา ลงทุนไปเรียบร้อยแล้ว 80,000 นี่เป็นเหมือนเด็กคลอดใหม่เลย ถ้าไม่ได้รับการดูแลจากพ่อแม่ อัพไลน์ก็คือพ่อและแม่ ในฐานะเลี้ยงดู ป้อนข้าวป้อนน้ำ เราต้องเป็นทั้งพ่อและแม่พาเขาโต และปกป้องเขา
ถ้าท่านไม่ได้ทำหน้าที่นี้ ในการเป็นอัปไลน์ ท่านหวังแต่เงินลงทุนของเขา หาคนใหม่ ท่านจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ ในธุรกิจเครือข่าย
และแทนที่จะได้รับความ ชื่นชมจากทีมงานของตัวเองกลับจะได้รับแต่การก่นด่าลับหลัง ซึ่งมันไม่เวิร์ค หวังว่า ทุกๆท่านที่ได้ดูวีดีโอนี้อยู่ จะเริ่มเห็นแล้วว่า เราไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบความสำเร็จของใครเลย นอกจากของตัวเราเอง
ในธุรกิจเครือข่าย ถ้าท่านจะประสบความสำเร็จได้ท่านต้องทำเพื่อคนอื่นเป็นหลักเสมอ เช่นท่านช่วยทีมงานของท่าน ให้เขามีธุรกิจที่แข็งแกร่งเติบโตและมีรายได้เข้ามาอย่างน้อยเดือนละ 50,000
เขาก็จะมาช่วยให้ท่านมีรายได้เองโดยอัตโนมัติ ถ้าทีมงานท่านได้ 50,000 บาท 10 คนคือ 500,000 ทุกเดือน ตัวท่านเองก็จะได้ค่าคอมมิชชั่น จากยอดรวมทั้งหมด ก็จะได้มากกว่าพวกเขาอีก ถ้าทีมงานของท่านมีรายได้ขนาดนี้
เชษฐวิทย์ สิงขร:
การช่วยในกรณีนี้ไม่ใช่ว่าเราเป็นคนลงไปทำแทนนะครับ ถ้าทำแบบนั้นมันก็เหมือนกับว่าลูกไม่ต้องทำอะไรเดี๋ยวพ่อกับแม่ทำให้หมด
สำหรับวันนี้ก็คงได้รับคำตอบไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากดูคลิปนี้แล้ว ท่านมีความเห็นอย่างไร เขียนความเห็นของท่านลง ในคอมเม้นใต้ล่างนี้ได้เลย สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ
ถ้าเนื้อหานี้มีประโยชน์กับท่าน เราอยากทราบว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไร?เขียนความเห็นที่ด้านล่างนี้ได้เลยครับ
ท่านสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าของท่านได้โดยการแชร์บทความนี้ออกไปเยอะๆ นะครับ
แด่ความสำเร็จบนโลกออนไลน์ของท่าน!
เชษฐวิทย์ สิงขร & กมลเวช เมืองศรี
MLM Attraction Blueprint 2.0
“ในที่สุด! วิธีที่ง่ายกว่าในการชวนคนเข้าร่วมธุรกิจ ที่ไม่ถูกปฏิเสธไม่สูญเงิน เวลาและแรงงานของท่านวิ่งไล่ล่าผู้มุ่งหวังคุณภาพแย่ๆอีกต่อไป”
“นี่คือสุดยอดวิชาที่ผมใช้สร้างธุรกิจเครือข่ายให้เติบโตมีรายได้ 7 หลัก โดยไม่ต้องโทรชวนคนไม่รู้จัก หรือขอร้องญาติพี่น้องเพื่อนฝูงอีกต่อไป …และผมอยากจะเปิดเผยให้ท่านได้รู้ด้วยว่า…”